อะไรคือ จิตวิญญาณของ "ฟินแลนด์" (2) ตอนจบ

ระบบความคิดอีกประการหนึ่งของฟินแลนด์อีกประการหนึ่งที่สืบค้นได้ คือ "Pragmatism" หรือลัทธิปฏิบัตินิยม
หรือสัมฤทธิผลนิยม ซึ่งเป็นระบบคิดประจำกลุ่มประเทศ Nordic ซึ่ง Pragmatism ได้ถูกผลิตความคิดเมื่อไม่นาน
มานี้ในสหรัฐอเมริกา โดย สามกระทาชายนายชาลล์ เซ็นเดอร์ เพิร์ส วิลเลี่ยม เจมส์ และ จอห์น ดิวอี้ ซึ่งแนวคิด
ปรัชญาของเขาสามารถสืบค้นได้ ที่นี่ กล่าวแนวคิดโดยย่อของลัทธิปฏิบัตินิยม สัมฤทธิผลนิยม ก็คือ เน้นการปฏิบัติ
มี่ความสืบเนื่องจากลัทธิวิทยาศาสตร์ และกระบวนการเรียนรู้แบบอุปนัยแบบวิทยาศาสตร์ และ ลัทธิอุตสาหกรรม
โดยเน้นสัมฤทธิผลเป็นเป้าหมายสำคัญ มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติโดยมีความคิดกำกับ โดยคนที่คนไทย
รู้จักดีที่สุดก็คือ จอห์น ดิวอี้ ด้วยประโยควาทกรรมอมตะ "Learning by Doing" หรือความฉลาดเกิดจาการลงมือทำ

นอกจากลัทธิชาตินิยมจะเป็นแกนหลักของคนฟินแลนด์แล้ว ลัทธิปฏิบัตินิยมถือเป็นระบบความคิดที่รองลงมา ซึ่ง
จากประวัติศาสตร์ร่วมกันของยุโรป หลังจากพ้นยุคมืดแล้ว ยุคสว่างไสวด้วยวิทยาศาสตร์ก็เข้ามาแทนที่ ความคิด
ชนิดนี้เป็นความคิดหลักในยุโรปและอเมริกันด้วย การพัฒนาทุกอย่างของฟินแลนด์จึงเป็นไปในกรอบของ Pragmatism
ความสำเร็จทางการศึกษาที่กล่าวถึงส่วนใหญ่มาจากความเป็นชาตินิยม และมีแนวทางของ Pragmatism ซึ่งมีสัมพันธ์
กับตัวประเทศฟินแลนด์และกลุ่มนอดิกไปด้วย แม้จะตกอยู่ในอิทธิพลของสหภาพโซเวียต แต่การปกครองแบบประชาธิปไตย
กับ ตลาดเสรีแบบทุนนิยม ยังเป็นระบบความคิดหลัก ที่ไปได้ของอิทธิพลของ Pragmatism การพัฒนาแบรนด์ที่เรารู้ดี
เช่นแบรนด์ Nokia ซี่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลมาจาก pragmatism

ความบีบคั้นทางด้านภูมิศาสตร์ และความบีบคั้นทางด้านเชื้อชาติ เป็นมิติทางอารมณ์ จิตใจ และความคิด ที่เพาะบ่ม
ประสบการณ์ที่มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ความนิยมในศาสนาคริสต์ นิกายลูเธอลัน ซึ่งมีสนับสนุนระบบ
เอกชนนิยมอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ช่วยก่อรูปให้เกิด ประวัติศาสตร์ก่อให้เกิด ระบบความคิดและอุดมการณ์ของชาว
ฟินนิช และก่อเกิดระบบการศึกษา ่ระบอบทุนนิยมอุตสาหกรรมนิยม ที่สอดคล้องกับระบบความคิดและอุดมการณ์
สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นจิตวิญญาณ ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาไปอย่างสอดคล้องกัน

แต่อย่างไรก็ตามฟินแลนด์ยังถือว่าเป็นพวก Pragmatism แบบกลาง ๆ ไม่เหมือนประเทศต้นตำหรับที่มีความเชื่อว่า
วิทยาศาสตร์นั้นสามารถควบคุมทุกสิ่ง และควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ได้ จึงเข้าไปควบคุมประเทศอื่น ๆ ให้เกิดสัมฤทธิ์ผล
โดยไม่สนใจในวิธีการต่าง ๆ ว่ามีความเหมาะควร ใด ๆ ทั้งสิ้น ประเทศอีกประเทศหนึ่งที่ใช้ปรัชญานี้ภายใต้วาทกรรมที่ว่า
ไม่ว่าแมวสีไหนก็ตาม ขอให้จับหนูได้ อันนี้ก็ตกอยู่ภายใต้ลัทธิปฏิบัตินิยมหรือ pragmatism คือเน้นเป้าหมาย ไม่สนวิธีการ
เช่นเดียวกัน ประเทศอีกประเทศหนึ่งที่ประกาศชัดเจนว่าเป็น Pragmatism ก็คือ สิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์ก็ทำอะไรให้เห็นหลาย ๆ
อย่างว่าไม่แคร์ต่อวิธีการ ขอให้เกิดความสัมฤทธิ์หรือได้ผลประโยชน์ของชาติ

การนำเอานวัตกรรมอะไรก็ตามของต่างชาติที่สำเร็จรูปมาแล้ว โดยไม่นำเอาจิตวิญญาณชาตินิยม(์Nationalism)และสัมฤทธิผลนิยม(Pragmatism.)ภายใต้เงื่อนไขอารมณ์ความรู้สึกทางประวัติศาสตร์มาด้วย เหมือนกับร่างที่ไร้วิญญาณ แถมยังบอกด้วยว่า
ปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ก็จะสำเร็จเอง นั่นแหละคือ Pragmatism ซึ่งแม้แต่จอห์น ดิวอี้ ยังบอกว่า ไม่มีอะไรเป็นความรู้ที่แท้จริง
ความรู้ที่แท้จริงไม่แน่นอน เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา การปฏิบัตินั้นจะต้องใช้ความคิดกำกับด้วย

เอาแค่เปลี่ยน รากฐานญาณวิทยาแบบ "เถรวาทแบบ "ท่องจำ" แบบไทย ๆ" มาเป็นรากฐานญาณวิทยาแบบวิทยาศาสตร์แบบฝรั่ง
ที่คิดว่า "ความรู้ใครสร้างขึ้นมาก็ได้ให้มีรากฐานด้านเหตุผล"ให้ได้ก่อน ซึ่งจริง ๆ แล้วคนจำนวนไม่น้อยที่มีญาณวิทยาแบบฝรั่ง
อยู่แล้ว คนจำนวนไม่น้อยมีความคิดและปฏิบัติแบบ Pragmatism ทั้งแบบที่ปฏิบัติไปโดยไร้ความคิดกำกับ หรือแบบปฏิบัติแล้ว
มีความคิดกำกับอยู่ตลอดเวลา กลุ่มเหล่านี้ยังจำกัด และค่อย ๆ กลืนกลายไปกับระบบ

แต่อย่างไรผมก็สรุปว่า "จิตวิญญาณ เป็น ประธานสิ่งทั้งปวง" ไร้เสียซี่งวิญญาณที่เป็นแก่นสารสำคัญ วัตถุทั้งหลายก็ไม่มีความหมายใด ๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบครับ