เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุม คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์ในสังคมพหุวัฒนธรรม ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตามคำชักชวนของ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (อาจารย์แหวว) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในที่ประชุมวันนั้นได้มีการพิจารณาเรื่อง การอธิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของภาษาในชาติพันธุ์ในมิติการจัดการศึกษา และสิ่งที่ควรจะเป็นสำหรับการจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงภาษา เพื่อประกอบการพิจารณาในการจัดทำ (ร่าง) รายงานผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์ในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมี รศ.ประเสริฐ ชิตพงศ์ เป็นประธานอนุกรรมาธิการเป็นประธานในที่ประชุม


ในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงความสำคัญของภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ห็นว่าการจัดการศึกษาสำหรับสังคมที่มีภาษาท้องถิ่นเป็นของตนเองนั้น จะต้องมีการให้ความสำคัญกับภาษาท้องถิ่นโดยการจัดการศึกษาจะต้องทำให้เด็กที่อยู่ในสังคมที่มีภาษาท้องถิ่นนั้นได้เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นของตนเอง เพราะเมื่อเด็กมีฐานความรู้ภาษาของตนที่แข็งแรง จะนำไปสู่การศึกษาภาษาไทยกลางและภาษาที่สามอย่างมีประสิทธิภาพ


นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกประเด็นเรื่องการจัดการศึกษาในสังคมที่มีการนับถือศาสนาอิสลามขึ้นมา ว่า จะต้องมีการศึกษาว่ามิติการศึกษาในอิสลามศึกษาในแต่ละพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร เพราะในแต่ละพื้นที่มีการนับถือศาสนาอิสลาม มิติการศึกษานั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น การศึกษาในอิสลามศึกษาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะมีลักษณะที่แตกต่างจากพื้นอื่น การจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีการนับถือศาสนาอิสลาม จึงต้องให้ความสำคัญกับมิติการศึกษาในอิสลามศึกษาในแต่ละพื้นที่


หลังการประชุมครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนนึกถึงพื้นที่อุ้มผาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ อำเภออุ้มผางเป็นพื้นที่มีลักษณะเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมเช่นกัน คือเป็นพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย กล่าวคือในพื้นที่อุ้มผาง นอกจากคนที่มีเชื้อชาติไทยแล้ว ยังมีคนชาติพันธุ์ปกากะญอ อาศัยอยู่มาก คนในพื้นที่ส่วนหนึ่งไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยกลางได้ แต่จะสื่อสารกันด้วยภาษาปกากะญอ ในโรงพยาบาลอุ้มผางจึงต้องมีพยาบาล หรือผู้ช่วยเหลือคนไข้ที่พูดภาษาปกากะญอได้ทำหน้าที่ค่อยเป็นล่ามแปลภาษาให้กับหมอและผู้ป่วย นอกจากความหลากหลายของภาษาแล้ว การนับถือศาสนาและความเชื่อของคนในพื้นที่ก็มีความหลากหลายเช่นกัน ในพื้นที่อุ้มผางมีการนับถือศาสนาพุทธ คริสต์ และนับถือฤๅษี


ในเรื่องของการจัดการศึกษาในพื้นที่อุ้มผางนั้น นอกจากโรงเรียนที่อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ยังมีโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภายใต้การกำกับดูแลของหน่วย ตชด.๓๔ ผู้เขียนเคยเข้าไปพูดคุยกับคุณครูในโรงเรียนตชด. ถึงปัญหาเรื่องสื่อสารกับนักเรียน เนื่องจากผู้เขียนเห็นว่าเด็กนักเรียนในโรงเรียนตชด. ส่วนหนึ่งเป็นเด็กชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และส่วนหนึ่งเป็นเด็กชาติพันธุ์ที่ข้ามมาจากฝั่งประเทศเมียนมาร์ จึงน่าจะมีปัญหาเรื่องภาษาที่ในการสื่อสาร คำตอบที่ได้จากคุณครู คือคุณครูที่สอนนักเรียนในโรงเรียนตชด. ในระดับชั้นต้นๆ (ป.๑ - ป.๒) นั้นสามารถพูดภาษาปกากะญอได้ เมื่อนักเรียนมีความไม่เข้าใจในเนื้อหาที่เรียนก็จะสามารถอธิบายเป็นภาษาปกากะญอได้ สำหรับนักเรียนในระดับชั้นสูงขึ้นมา (ป.๓ ขึ้นไป) นั้นจะสามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยกลางได้เนื่องจากได้เรียนมาในระดับชั้นต้นแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าโรงเรียนตชด. อาจเป็นหนึ่งตัวอย่างในการจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรมที่สามารถรักษาความเป็นอัตลักษณ์ของชาวชาติพันธุ์ในเรื่องของภาษา และสามารถจัดการศึกษาภาษาไทยกลางควบคู่กันไปได้


ในตอนแรกที่ผู้เขียนถูกชักชวนให้เข้าร่วมการประชุม ผู้เขียนคิดแต่เพียงว่าอาจารย์แหวว ท่านคงจะมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เขียนมาเรียนรู้การทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ มาลองเรียนรู้ประเด็นใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย แต่หลังจากการประชุมครั้งนี้ทำให้ผู้เขียนได้ทราบทันทีเลยว่าอาจารย์ท่านมีวัตถุประสงค์มากกว่านั้น คือ ท่านคงต้องการให้ผู้เขียนเห็นถึงความสำคัญของข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และความสำคัญของการส่งต่อข้อเท็จจริงและปัญหานั้นมายังผู้ที่มีที่มีหน้าที่ หรือผู้ที่สามารถผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้ในระดับกฎหมายและนโยบายได้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. นั้นมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ ประเด็นปฏิรูปต่าง ๆ จึงต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาก แต่สิ่งที่มีความสำคัญมากคือข้อเท็จจริงและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ซึ่งสิ่งนี้คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นจะทราบดีที่สุด สปช.จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนทำงานในพื้นที่จะสามารถส่งต่อข้อเท็จจริงและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาในระดับกฎหมายนโยบาย อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบได้