ความสุขกับคำว่า "เราเกิดมาเพื่ออะไร" อ้างอิงจากการเรียน AI

มีโอกาสได้เรียน AI ของอาจารย์ภิญโญ MBA KKU อาจารย์ได้ถามคำถามนี้ขึ้นมาแล้วให้เขียนตอบคำถามลงกระดาษ A4

แต่ดิฉันตอบไม่ได้เลยค่ะว่าเกิดมาเพื่ออะไร เกิดมาทำไม เพราะว่าทำตามสิ่งที่พ่อแม่วางแผนไว้ให้หมดทุกอย่าง

ไม่ใช่ว่าพ่อแม่เผด็จการหรืออย่างไร เพราะคิดว่าพ่อแม่คงผ่านอะไรมาเยอะกว่า น่าจะรู้จักโลกดีกว่า

จึงได้แต่ทำตามสิ่งที่พ่อแม่ให้ทำ มีบ้างที่เสนอความต้องการของตัวเองไป แต่ก็ทุกครั้งที่พ่อไม่เห็นด้วย ก็ต้องล้มเลิกสิ่งนั้นไป

พอเข้าชั่วโมงเรียน อาจารย์จึงให้หา idol ที่เราชอบ ซึ่งก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าคือใคร (ล้มเหลวมา 2 ครั้ง)

นั่งฟังเพื่อนพูดไปเรื่อยๆ จึงดึงความสนใจที่ล้มเลิกไปขึ้นมา ซึ่งก็คือถ่ายภาพ จิตวิทยา และอสังหาริมทรัพย์

(ทุกวันจะศึกษาอยู่แค่ 3 เรื่อง เบื่อเรื่องนี้ ก็ไปเรื่องนั้น วนไปวนมา) จึงทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร

เครดิตภาพ : thaimarketing อ้างอิงจากหนังสือ Change By Design เขียนโดน Tim Brown


คำตอบที่ได้จากชั่วโมงเรียนในวันนั้นก็คือ การคุยกับตัวเองมากๆค่ะ ถามตัวเองซ้ำๆว่าทำอะไรแล้วมีความสุข

เราไม่ต้องทำเป็นงานประจำก็ได้ หรือบางคนมีแววแล้วทำเป็นงานประจำก็รุ่งนะคะ เหมือนเพื่อนม.ต้นสองคน

คนแรก ชอบวาดภาพมาตั้งแต่อนุบาล ปัจจุบันมีอาชีพหลักเป็นดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าแบรนด์ดัง

อาชีพรองวาดภาพประกอบ และมีชื่อเสียงด้านการวาดภาพประกอบ จนนิตยสารหลายสำนักมาสัมภาษณ์

และคนสุดท้ายชอบวาดภาพผู้หญิง ชอบการแต่งตัว ชอบแฟชั่นตั้งแต่เด็ก ตอนนี้เป็นดีไซน์เนอร์ของชุดชั้นในแบรนด์ดัง


ได้คุยกับเพื่อนคนแรก โดยถามเพื่อนว่า เหนื่อยไหม? (เพราะเห็นแต่ละวันเพื่อนนอนเช้า บางวันแทบไม่ได้นอน)

เพื่อนบอกว่า วาดภาพเป็นงานที่เงินน้อย และเหนื่อยกว่าดีไซน์เนอร์ แต่ก็เป็นงานที่เพื่อนรักมากที่สุด

การทำงานที่เรารัก ก็เหมือนเราได้พักตลอดเวลา


ทำให้คิดตามเราอาจใช้สิ่งที่ก้าวหน้าเป็นอาชีพหลักก็ได้ และทำสิ่งที่ชอบเป็นอาชีพเสริม

แต่ข้อเสียของเพื่อนก็คือ เพื่อนยังแบ่งเวลาไม่ได้ จึงจะนำข้อเสียของเพื่อนมาปรับแก้ เพื่อใช้กับตัวเอง

ตอนนี้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางไฟที่สว่างจ้า หลังจากมืดมนมาหลายสิบปี

เพราะรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ต้องการอะไร จะจัดการเวลาอย่างไร และอนาคตจะเป็นอะไร.

อนาคตอยากเป็นนักวิจัยค่ะ รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทำงานวิจัย อาจจะโมโหบ้างในหลายครั้งและหลายปัจจัย

แต่ก็ทำให้คนไฮเปอร์อยู่กับมันได้ทั้งวันโดยไม่วอกแวกไปไหน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน "ความสุข"



ความเห็น (0)