อ่านเพื่อชีวิต ตอนที่ ๒ ต้นแบบการอ่าน กับ หนังสือเล่มโปรด(๙๘)

เด็กจะมีความสุข...หากเขาได้อ่านหนังสือเล่มโปรดของเขา ครูหรือผู้ปกครองคอยแนะนำหรือเป็นโค้ชให้กับพวกเขา ให้กำลังใจ ส่งเสริมสนับสนุน เชื่อใจไว้ใจพวกเขาจะทำให้เขาเกิดความเชื่อมั่นในตนเองว่าพวกเขาทำได้ ก็เชื่อว่าต่อไปพวกเขาจะรักการอ่านและเป็นการอ่านที่ยั่งยืนต่อไป ...เรามาร่วมกันปลูกต้นรัก(การอ่าน)ให้เบ่งบานในหัวใจเด็กๆกันเถอะ


อ่านเพื่อชีวิต

ตอนที่ ๒ ต้นแบบการอ่าน กับ หนังสือเล่มโปรด

........ครูเรฟ เอสควิท ครูชาวอเมริกา เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขาอ่านหนังสือทุกวัน อ่านเพราะชอบอ่าน เพื่อนๆมักจะเอาหนังสือมาใหม่ที่พวกเขาชอบใจมาให้อ่าน ครูเรฟอ่านข่าวสารเกี่ยวกับหนังสือดีๆตามหน้าหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ หรือฟังคนแปลกหน้าคุยกันถึงหนังสือเล่มใหม่ที่ถูกใจในที่สาธารณะ..".ผมไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ผมเป็นนักอ่านตัวยง...ผมใช้เวลาอ่านหนังสือที่ดีมีคุณค่า หนังสือพวกนั้นทำให้ผมกระหายที่จะอ่านเล่มอื่นๆอีก..."

........ครูเรฟยังได้กล่าวไว้ว่า "ผู้ปกครองจำเป็นต้องพาเด็กๆไปห้องสมุด เด็กจะได้อยู่ท่ามกลางคนที่หลงใหลการอ่านหนังสือเหมือนกัน เด็กได้ดูได้พลิกหนังสือ ค้นพบสิ่งใหม่ๆที่ทำทางโลกออไลน์ไม่ได้ การพาเด็กๆไปสถานที่แวดล้อมด้วยผู้มีปัญญา กระตือรือร้นและชื่นชอบการอ่าน ห้องสมุดจึงเป็นที่เริ่่มต้นสำหรับการอ่าน และควรมีครูหรือผู้ปกครองได้ให้คำแนะนำ"
(จากหนังสือครูนอกกรอบกับห้องเรียนนอกแบบ สรรพวิธีและสารพัดลูกบ้าในห้อง ๕๖" ของครูเรฟ เอสควิท ฉบับภาษาไทย )

........ผู้เขียนเองก็มีความเชื่อว่าครูหรือผู้ปกครองคือต้นแบบการอ่านหนังสือ อ่านหนังสือในเวลาว่างให้เด็กได้เห็นเป็นประจำสม่ำเสมอเด็กจะซึมซับการอ่าน รักการอ่านตาม นึกถึงในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนักเรียนใหม่ๆครูประจำชั้นคนแรกชอบอ่านหนังสือมาก อ่านแล้วมักจะเล่าให้เด็กฟังเสมอแต่ท่านจะไม่เล่าจบจะกระตุ้นให้เด็กๆได้อ่านตาม วางหนังสือไว้บนโต๊ะให้สนใจหยิบมาอ่านได้ทำให้เด็กกระหายที่จะอ่าน ครั้นกลับมาที่บ้าน...คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ชอบเล่านิทานคำกลอนให้ลูกๆฟังเสมอและกระตุ้นให้อ่าน ผู้เขียนชอบพระอภัยมณี สังข์ทอง และขณะเดียวกันก็เห็นพี่ๆและน้าสาวไปอ่านในหนังสือในห้องสมุดประชาชนบ่อยครั้งที่ติดตามไปด้วยทั้งที่ตอนนั้นยังอ่านไม่ได้ ทำให้กระหายที่จะอ่านยิ่งขึ้น สิ่งแวดล้อมรอบข้างช่วยส่งเสริมการอ่านได้เป็นอย่างดี

........ทุกวันนี้..การอ่านลดลงไปหรือไม่ เปล่าเลย..การอ่านก็ยังมี อาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ หนังสือมีหลากหลายรูปแบบให้ได้อ่านกัน อีกทั้งยังมีหนังสือ สื่อออไลน์ต่างๆให้ได้เลือกอ่านกัน ประเภทที่ว่าอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา เราสามารถอ่านหนังสือผ่านโทรศัพท์ได้ แต่ทว่า..ทำอย่างไรจะเห็นเด็กอ่านหนังสือในสื่อออไลน์...แทนการเล่นเกม หรือสื่อสังคมออไลน์ต่างๆเป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง

........ในความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน..ชอบที่จะเห็นเด็กอ่านหนังสือที่เป็นเล่มกระดาษมากกว่า เพราะเด็กได้สัมผัส...จับต้อง..เปิดพลิกดู..ชวนหลงใหลในการอ่านมากกว่า ให้อรรถรสมากว่า และจะจดจำได้เป็นอย่างดี มุมมองของผู้เขียน...ชอบให้นักเรียนอ่านหนังสือที่เป็นเล่มกระดาษมากกว่าใช้เทคโนโลยี แม้ใครจะว่าล้าสมัยก็ตาม การที่เด็กได้สัมผัส หยิบจับหนังสือเล่มโปรดเล่มแรกของเขานี้สำคัญกว่า อย่าเลือกให้เขาให้เด็กได้เลือกเอง เด็กจะรักการอ่าน ครูหรือผู้ปกครองคอยดูแลแนะนำ หนังสือเล่มโปรดอยู่ในความทรงจำเขาเสมอ นอกเหนือจากการสอนผู้เขียนทำหน้าที่พิเศษเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดเล็กๆภายในโรงเรียน เรามีหนังสือไม่มาก ส่วนให้เป็นหนังสืออ้างอิง สารานุกรม ประกอบการเรียนการสอน หนังสือภาพมีส่วนน้อย เด็กไม่ค่อยชอบเข้าห้องสมุด ยกเว้นเด็กที่ชอบอ่านจริงๆซึ่งก็มีเพียงส่วนน้อย ในฐานะที่ผู้เขียนเองก็เป็นครู สิ่งที่ต้องการคือทำอย่างไรจะให้เด็กรักการอ่านและเป็นการอ่านที่ยั่งยืน เพราะการอ่านคือพื้นฐานของชีวิต ช่วยให้เด็กดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข

........ปีการศึกษา ๒๕๕๘ เราได้สมัครเข้าร่วมโครงการเปิดอัจริยภาพ รุ่นที่ ๒ ของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ฯในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัทนานมีบุ๊ค จำกัด เกือบสามร้อยเล่ม เป็นหนังสือการ์ตูนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ประกอบกับได้รับงบประมาณจากทางโรงเรียนสนับสนุนอีก ทำให้เรามีหนังสือใหม่ให้เด็กได้อ่านประมาณสี่ร้อยเล่ม คราวนี้ได้รับความสนใจจากเด็กๆ ให้เด็กๆได้ยืมไปอ่านที่บ้าน โดยเฉพาะเด็กในชั้นประถมต้นให้ความสนใจเป็นพิเศษ ให้เขาได้เลือกอ่านหนังสือเล่มโปรดของเขาและยืมไปอ่าน มีบางคนถามผู้เขียนว่าเด็กบางคนอ่านไม่ออกหรือไม่ค่อยออกจะให้ยืมไหม ผู้เขียนบอกให้ยืมทุกคนอย่างน้อยๆเขาได้หยิบจับ สัมผัส ก็เป็นแรงจูงใจให้เขาอยากอ่านแล้ว บางคนเปิดดูรูปภาพเขาสามารถสื่อสารได้ก็นับว่าเป็นสิ่งดี นั่น..เป็นการกระตุ้นต่อมอยากอ่านให้เกิดขึ้นแล้ว

........เด็กจะมีความสุข...หากเขาได้อ่านหนังสือเล่มโปรดของเขา ครูหรือผู้ปกครองคอยแนะนำหรือเป็นโค้ชให้กับพวกเขา ให้กำลังใจ ส่งเสริมสนับสนุน เชื่อใจไว้ใจพวกเขาจะทำให้เขาเกิดความเชื่อมั่นในตนเองว่าพวกเขาทำได้ ก็เชื่อว่าต่อไปพวกเขาจะรักการอ่านและเป็นการอ่านที่ยั่งยืนต่อไป ...เรามาร่วมกันปลูกต้นรัก(การอ่าน)ให้เบ่งบานในหัวใจเด็กๆกันเถอะ

(อร วรรณดา ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘)

ตอนที่ ๑ เริ่มต้นอ่านหนังสือกันเถอะ https://www.gotoknow.org/posts/588016

ตอนที่ ๓ การแก้ปัญหานักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก https://www.gotoknow.org/posts/588337


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทกวีจำเป็น



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ คุณครูมะเดื่อ

ยินดีกับบัณฑิตน้อยท่าฝางค่ะ