รากฐานแห่งการศึกษา

..........ครั้งนี้ขอเล่าถึงว่า การศึกษามีรากฐานความสำเร็จมาจากอะไร หรือการที่นักเรียนคนหนึ่งๆ จะประสบความสำเร็จด้านการศึกษามีปัจจัยอะไรที่เข้ามาเกื้อหนุนให้ ถึงจุดที่สูงขึ้นได้ทั้งความคิด จิตใจ เเละพฤติกรรม

..........หากนับสถานที่ที่ให้การศึกษาเราคงจะมีบ้านอยู่หลายหลัง พอดีช่วงนี้ผมได้พูดคุยเเลกเปลี่ยนเรื่องนี้มาสักพักนึงทั้งผู้ปกครองในโรงเรียน ทั้งเพื่อนๆ ครู เเละครอบครัว จากการคุยสะท้อนเหมือนๆกันว่า ปัจจัยที่ทำให้เด็กมีความเก่ง เเละความดี มันไม่ได้เเยกออกจากกันไปไหน เเต่มันอยู่ในที่ๆเดียวกัน ไม่อาจเเบ่งได้ว่าองค์กรนี้ดูเเลเรื่องนี้เพราะชีวิต ไม่ได้ตรงตามกรอบของ ความต้องการเราไปเสียหมด องค์กรหรือบ้านหลังเเรกที่มอบการศึกษาให้กับเรา คือ บ้าน ที่มี พ่อ เเม่ พี่ น้อง ตา ยาย ฯ ที่สอนการกิน การอยู่ ให้เราเป็นบ้านหลังเเรก บ้านหลังที่สอง คือ โรงเรียนที่เราได้เข้ามรามอบวิชาความรู้ ตลอดจนปลูกฝังความดีให้เราอีก บ้านหลังที่สาม คือ องค์กรจากภายนอกขณะที่เรากำลังอยู่ในบ้านหลังที่สอง
..........บ้านทั้งสามหลัง เเละ คนแยู่ในบ้านเหล่านั้น ล้วนสอนให้เราเป็นคนเก่ง คนดี แต่ในทุกๆวันนี้เเน่นอนว่ามีปัญหาที่เกิดขึ้นสำคัญ กับผู้เรียนอยู่หลายอย่าง เช่น การติดเกมส์ การตามกระเเสวัตถุนิยม การยกพวกตีกัน การเเว๊น การท้องก่อนวัย การฆ่าตัวตาย ฯเพราะสังคมยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้นักเรียนเรากำลังตกหลุมพลางเเห่งศตวรรษที่ 21 ทำให้ต้องมี Skill เพื่อที่จะเป็นสิ่งติดตัวไปป้องกันตัวกับยุคสมัย ที่เราเคยได้ยินกันมา เเต่โรงเรียนที่จะใช้ เเละเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ มีน้อยนัก เพราะเหตุผลต่างๆนานา ว่าไม่มีเวลาขนาดนั้นในการทำให้เด็กมี Skill ในยุค 21 นี้ ผู้ปกครองก็ว่าไปทำงานไม่มีเวลาดูลูก เมื่อโรงเรียนเเละครอบครัว ไม่ได้ทุ่มเทอยู่กับลูกเท่าที่ควร เขาจึงต้องไปหาเพื่อน หาที่พึ่งทางใจ เพราะ เขาต้องการการยอมรับจากทุกๆคน
..........คำถาม คือ เเล้วใครจะรับผิดชอบ ? คงจะไม่มีใครตอบได้ว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะโทษที่ตัวเด็กเพียงอย่างเดียวว่า "ไม่ดี" เเต่บ้านที่เราเกิดมาเเล้วได้เรียนรู้นั้นในช่วงนี้ หลักๆ ก็มีอยู่ 3 หลัง บ้าน โรงเรียน เเละองค์กรภายนอก การศึกษาไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนได้เพียงองค์กรเดียว เเต่ทุกองค์กรทุกบ้านต้องไปด้วยกัน หากโทษกันไปมาว่า ครูทำไมไม่สอนให้ลูกผมเป็นคนดี ผู้ปกครองทำไมไม่หันมาเวลามาดูลูก การศึกษาที่เราหวังก็คงจะไม่เห็น
..........การปฏิรูปการศึกษา ก็เช่นเดัยวกัน ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนเพียงบ้านหลังเดียว คือ โรงเรียน หากเปลี่ยนที่ ระบบหรือหลักสูตรก็ติดที่ตัวครู ฯ ซึ่งทุกๆภาคส่วนต้องปฏิรูปไปด้วยกัน หันไปมองพระราชบัญญัติการศึกษา ก็ตั้งขึ้นมาลอยๆ ว่า ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการ การศึกษา ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนไหนจะทำ ไม่ทำ เด็กดี เเละเด็กเก่ง ต้องไปด้วยกัน บ้านทั้งสามหลัง มีความหมาย เเต่ทุกๆคนต้องช่วยกัน เพราะการศึกษา พัฒนาเด็ก เด็กเป็นอนาคตของชาติ หากระบบไม่ดีเเละทุกส่วนไม่ช่วยกัน คงเห็นยากว่าอนาคตของชาติจะพัฒนาประเทศ ...

.

.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกพอเพียง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจ..กับ บ้านสามหลัง...ลักษณะของบ้านเวลานี้..บ้านหลังแรก..ไม่มีฐานราก...บ้านหลังที่สองไม่มีเสาและหลังที่สาม..ไม่มีหลังคา...(ทั้งสามหลัง..อยู่ไม่ได้..แน่นอน)..คำถามคือทำไม..สาเหตุ..อยู่ณที่ใด...ปัจจัยไม่เกิด หากไม่พบต้นเหตุ...และแก้ที่ตรงนั้น...