พระปริตรธรรม ตอน โพชฌังคปริตร

ลุงเหมย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ



พระปริตรบทนี้เป็นการกล่าวถึงโพชฌงค์ ซึ่งเป็นองค์แห่งการรู้แจ้งแล้วอ้างสัจจวาจานั้นมาพิทักษ์คุ้มครองให้มีความสวัสดี.....มีประวัติว่า.....สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวันกรุงราชคฤห์ พระมหากัสสปเถระได้อาพาธหนักที่ถ้ำปิปผลิคุหา พระพุทธเจ้าได้เสด็จเยี่ยมและแสดงโพชฌงค์เจ็ด เพมื่อพระเถระสดับโพชฌงค์เหล่านี้ได้เกิดความปีติว่า....โพชฌงค์เจ็ดเคยปรากฎแก่เราในขณะรู้แจ้งสัจธรรมหลังออกบวชแล้วเจ็ดวัน คำสอนของพระพุทธองค์เป็นทางพ้นทุกข์โดยแท้ ครั้นดำริเช่นนี้พระเถระได้เกิดความปีติอิ่มเอิบใจ ทำให้เลือดในกายและรูปธรรมอื่นผ่องใส โรคของพระเถระจึงอันตรธานไเหมือนหยาดน้ำกลิ้งออกจากใบบัว นอกจากนั้น พระพุทธเจ้ายังตรัสโพชฌงค์เจ็ดแก่พระมหาโมคคัลลานเถระผู้อาพาธที่ภูเขาคิชฌกูฏอีกด้วย ครั้นพระเถระได้สดับโพชฌงค์นี้แล้วก็หายจากอาพาธนั้นทันที อนึ่ง เพมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเวฬุวันนั้น ทรงพระประชวรหนัก จึงรับสั่งให้พระจุนทเถระสาธยายโพชฌงค์เจ็ด ครั้นพระพุทธองค์ได้สดับแล้วพระองค์ก็ทรงหายจากพระประชวรนั้น.......โพชฌังคปริตรที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เป็นร้อยแก้ว พบในมหาวรรคสังยุตต์ ปฐมคิลานสูตร ทุติยคิลานสูตร และตติยคิลานสูตร ส่วนโพชฌังคปริตรในปัจจุบันเปนร้อยกรองที่พระเถระชาวสิงหลประพันธ์ขึ้น โดยนำข้อความจากพระสูตรมาประพันธ์เป็นร้อยกรอง โพชฌงค์เจ็ดมีดังต่อไปนี้ คือ

๑. สติสัมโพชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ สติ
๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ การรู้เห็นธรรม

๓. วิริยสัมโชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ ความเพียร
. ปิติสัมโชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ ความิ่มใจ
๕. ปัสสธิสัมโพชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ ความสงบ
๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ ความตั้งมั่น
๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ องค์แห่งความรู้แจ้ง คือ ความวางเฉย


๑. โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วีริยัง ปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร

๒. สะมาธุเปกขา โพชฌังคา สัตเตเต สัพพะทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตา พะหุลีกะตา

๓. สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

๔. เอกัสฺมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง
คิลาเน ทุกขิเต ทิสฺวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะมิ

๕. เต จะ ตัง อะภินันทิตฺวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

๖. เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
จุนทัตเถเรนะ ตังเยวะ ภะณาเปตฺวานะ สาทะรัง

๗. สัมโมทิตฺวานะ อาพาธา ตัมหา วุฎฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

๘. ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
มัคคะหะตา กิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

ก็เป็นอันว่าเรื่องราวของที่มาที่ไปตลอดถึงอานิสงส์และพุทธคุณของการสวดโพชฌงคปริตรที่อีตาลุงได้น้อมคารวะนำเรียนให้ท่านกัลยาณธรรมและรัตนมิตรให้ทราบแล้ว เมื่อท่านสวดจนจบมาถึงตอนนี้แล้วก็ของกราบเรียนว่าควรสวด สัพพะมังคะละคาถา , สัพพะมังคะละถาถา , ชัยปริตร จบลงด้วยบทสวด .. พุทธชัยมังคะละคาถา แถมท้ายด้วยบทสวด ชินบัญชร จบแล้วก็ล้มตัวลงนอนด้วยใจอันผ่องแผ้ว หรือออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวังที่ตั้งใจไว้....ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะ

ที่สุดแห่งลิขิตนี้....ขอให้ทุกท่านจงประสบแต่ความสุขกาย สุขใจ แม้นคิดหวังสิ่งใดจงสมดังที่คิดไว้จงทุกประการ.....เทอญ สวัสดี











บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมพล บุญเหมย



ความเห็น (0)