หลักการและวิธีการเขียน การวิจัย (อาจารย์สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์)

หลักการและวิธีการเขียน การวิจัย

อาจารย์สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

การที่เราจะเข้าใจคำว่า การวิจัยได้อย่างถูกต้อง จะต้องเข้าใจความหมายของคำว่า๑. ข้อมูล(data) ๒. สารสนเทศ(information)๓. ความรู้(knowledge)๔.องค์ความรู้(boby of knowledge) ๕.การสำรวจ(survey) ๖.การวิจัย(research) ๗.กฎ(law)และ๘.ทฤษฎี(theory)อย่างถ่องแท้สามารถแยกแยะว่า สิ่งที่ได้มาในการทำวิจัยคืออะไร เช่น ข้อมูลหรือทฤษฎี เป็นต้น

๑.ความหมายของคำ;ข้อมูล(data)

-ข้อมูล(data)หมายถึง วัตถุหรือสิ่งที่อาจมีความหมายที่เก็บจากภาคสนาม(primary data)โดยวิธีใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์หรือการสังเกตจากข้อมูลที่ปรากฎจากเอกสารตำรา

บางครั้งนำไปใช้ปะปนกับสารสนเทศเรียกว่าข้อมูลสารสนเทศซึ่งเราสามารถแยกข้อมูลและสารสนเทศออกจากกันได้

๒. ความหมายของคำ;สารสนเทศ(information)

-สารสนเทศ(information)หมายถึง ข้อมูลที่มีการสรุปผลมีความสัมพันธ์ในองค์ประกอบสารสนเทศและสามารถนำไปปรับใช้ได้แต่ถ้าผ่านกระบวนการคัดเลือกโดยพิจารณาถึงหลักการ ข้อจำกัด เรียนรู้ได้จึงมีสถานะใกล้เคียงกับความรู้(๑๙)

-สารสนเทศ(information)หมายถึง การนำข้อมูลมาร้อยเรียงจัดระเบียบ ระบบให้ศึกษาได้ง่าย ยังไม่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และ การสรุปผล ที่จะบอกถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล(๒o)

๓.ความหมายของคำ;ความรู้(knowledge)

เพลโต(Plato;423-347 BC)ให้ความหมายของความรู้(knowledge)ว่าหมายถึงเป็นความเชื่อในความจริง

Robert Nozick(๑๙๘๑)ให้ความหมายของความรู้(knowledge)ว่าหมายถึงร่องรอยของความจริง

Richard Kirkham(๑๙๘๒)ให้ความหมายของความรู้(knowledge)ว่าหมายถึงหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าเป็นจริง(๑๘)

เบนจามิน บลูม(อ้างในอักษร สวัสดี ๒๕๔๒,๒๖-๒๘)ให้ความหมายของความรู้(knowledge)ว่าหมายถึงการคิดได้เรื่องใด เรื่องหนึ่ง อาจจะเป็น วิธีการ กระบวนการ ในราวค.ศง๑๙๖๕ บลูมและคณะได้เสนอแนวคิดการรับรู้มี๖ระดับคือ ๑.ความคิดที่ได้จากความจำ ๒.ความเข้าใจหรือความคิดรวบยอด ๓.การนพความเข้าใจหรือความคิดรวบยอดไปปรับใช้ ๔.การวิเคราะห์๕.การสังเคราะห์ และ๖.การประเมินผล(๒o-๒๑)

๔ความหมายของคำ;.องค์ความรู้(boby of knowledge)

องค์ความรู้(boby of knowledge)หมายถึง ความรู้ในการทำบางสิ่งบางอย่าง (know how หรือ how to) ที่เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ที่กิจกรรมอื่นๆไม่สามารถกระทำๆด้(ศรันยชูเกียรติ. 2541: 14)

องค์ความรู้(boby of knowledge)หมายถึง ความรู้ที่เกิดขึ้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งอาจถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ หรือ จากการวิเคราะหและสังเคราะห์ข้อมูลโดยความรู้ที่เกิดขึ้นอาจนำไปใช้ได้โดยตรงหรือสามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรืองานที่ทำอยู่  (http://www.ago.go.th)

๕.ความหมายของคำ;การสำรวจ(survey)

-การสำรวจ(survey)หมายถึง การสืบค้น ค้นหาอย่างละเอียดโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เพื่อให้เข้าใจในความรู้ซึ่งอาจมาจาก พฤติกรรมทางสังคม ความคิดเห็นหรือทัศนคติส่วนบุคคล รวมถึง สิ่งปลูกสร้างและปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ

-การสำรวจ(survey)ยังเป็นข้อมูลเก็บรวบรวมจากประชากรเชิงความคิดเห็นจึงนิยมใช้กับข้อมูลเชิงปริมาณที่เป็นตัวเลข ที่ศึกษาคุณลักษณะของประชากรและมาตรการวัดแบบนามบัญญัติ(nominal)และจัดลำดับความคิดเห็น(ordinal)แล้วนำมาปรับช่วงค่าหรืออัตรภาคชั้น(interva)เพื่อมาวิเคราะห์สถิติเชิงปริมาณแล้วทวนสอบกับทฤษฏียืนยันให้มีน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ดังนั้น การสำรวจ(survey)จึงเป็นการอาสัยความรู้จากประชากรที่ต้องการศึกษาจากเสียงส่วนใหญ่หรือจากค่าเฉลี่ยของข้อมูลที่มีลักษณะกระจายข้อมูลแบบปกติ(normal corve)(๑๗-๑๘)

๖.ความหมายของคำ;การวิจัย(research)

การวิจัย(research)ความหมายคือ การทบทวนหรือการทำซ้ำเพื่อหาเหตุผลเป็นการเรียนรู้อย่างละเอียดหาแนวคิดทฤษฎีมายืนยันเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ที่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนทำให้รู้ถึงความรู้และความจริงของปรากฎการณ์และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์(๑๖)

๗.ความหมายของคำ;กฎ(law)

กฎ(law)หมายถึงความเชื่อของมนุษย์ในสังคม เช่นกฎของศาสนา อิสลาม หรือ ยิว และกฎ(law)ยังหมายถึง การจดไว้เป็นหลักฐาน หรือข้อบังคับ ข้อบัญญัติที่บังคับให้ปฎิบัติตามโดยผู้มีอำนาจรวมถึงกฎหมายด้วยแบ่งออกเป็น๒ประเภทคือกฎหมายและกฎ ซึ่งกฎหมายหมายถึง รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชกำหนด ส่วนกฎหมายถึง ประกาศกระทรวง กฎกระทรวง ระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานของรัฐ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีการบังคับกันทั่วไป หรือไม่มีจุดมุ่งหมายแก่กรณีใดหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ(มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางการปกครอง,๒๕๕๒;๓)

๘.ความหมายของคำ;ทฤษฎี(theory)

ทฤษฎี(theory)หมายถึง ข้อความเชิงกฎที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลประจักษ์ ความเป็นทฤษฎียังไม่มีความแน่นอนเท่ากับกฎ เนื่องจาก ทฤษฎีเป็นความรู้ชนิดหนึ่งที่สามารถใช้อธิบายตัวแปรที่ใช้ได้เป็นการทั่วไปจนกว่าจะมีการทดสอบ หรือ การพิสูจน์มาหักล้างทฤษฎี เช่นทฤษีความต้องการของมาส์โลว์หรือทฤษฎีสองปัจจัยของเฮริ์ซเบริ์กซึ่งอธิบายจูงใจในการทำงาน ต่อมาการจูงใจไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยดังกล่าวเท่านั้นแต่ยังขึ้นกับทฤษฎีการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน(๒o)

.......................................................................

ขอบคุณแหล่งที่มาคะ ดร.ประเวศน์ มหารัตน์สกุล หลักการและวิธีการเขียน งานวิจัย วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์;กรุงเทพ;ปัญญาชน,๒๕๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องสั้นกระต่ายใต้เงาจันทร์



ความเห็น (0)