พระ15ปริญญา คว้าเกียรตินิยม1-2 กับยุทธศาสตร์ในการเรียน

การเรียนหนังสือก็ต้องมียุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค. เฟสบุ๊ค "Post Hotnews" ซึ่งเป็นเฟสบุ๊คที่รายงานข่าวเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) ได้เผยแพร่ภาพพระสงฆ์รูปหนึ่ง พร้อมข้อความประกอบว่า "มีดีที่สถิติ มจร.โพสต์นิวส์ ขอเสนอสถิติ "พระจบปริญญา 15 ใบ" พระมหามงคลกานต์ ฐิตธมฺโม ป.ธ.9 อายุ 35 ปี อาจารย์ มจร. จบ ปริญญาตรี 12 ใบ ประกอบด้วย พธ.บ.(เกียรตินิยมอันดับ 1), มสธ. :นิติศาสตร์-การบริหารการศึกษา-การสอนมัธยมศึกษา(เกียรตินิยม)-รัฐศาสตร์-การศึกษานอกระบบ-เทคโนโลยีการอาหาร, ม.รามคำแหง :การบริหารรัฐกิจ-สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา-ประวัติศาสตร์-สื่อสารมวลชน-ภาษาไทย, ปริญญาโท 2 ใบ พธ.ม.(วิทยานิพนธ์ดี), ม.นเรศวร :ศษ.ม. และปริญญาเอก 1 ใบ จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย :ศน.ด.(วิทยานิพนธ์ยอดเยี่ยม)" โดยภายหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว มีทั้งพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน เข้าไปแสดงความชื่นชมจำนวนมาก ซึ่งพระมหามงคลกานต์ ขณะนี้ได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พระมหามงคลกานต์ เปิดเผยว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ออกมานั้นเป็นความจริง โดยตนเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ 1 ใบ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 6 ใบ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 5 ใบ จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยนเรศวร 1 ใบ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ 1 ใบ และจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ 1 ใบ ขณะที่ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการแพทย์แผนไทย ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อยู่อีกด้วย

ผมแปลกใจมาก ที่พระสงฆ์รูปนี้ใช้ เวลา เงินทองและความพยายามอย่างสูงในการเรียนในที่ต่างๆ เพื่อให้ได้ปริญญาถึง 15 ปริญญา แต่เมื่อดูรายละเอียดลงไป ปรากฏว่าท่านจบในสาขาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สาขาพุทธศาสนา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การศึกษานอกระบบ เทคโนโลยี่อาหาร สื่อสารมวลชน จนแพทย์แผนไทย สรุปว่าท่านมีความสนใจหลากหลายมาก จนบอกไม่ได้ว่าท่านเชี่ยวชาญเรื่องอะไร

การเรียนรู้ของคนโดยไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เปรียบเสมือนการไปจับปลาในทะเล ที่เจอปลาอะไรก็เก็บมาหมด พอกลับมาถึงฝั่งจึงพบว่าปลาจำนวนมากที่แบกกลับมา กินไม่ได้ ไม่อร่อย ไม่มีราคา เสียเวลาแบกกลับมา ถ้ามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนสักหน่อยว่า จะจับเฉพาะปลาราคาแพงเท่านั้น เมื่อกลับเข้าฝั่ง จะพบว่าการไปจับปลาครั้งนี้คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

ก่อนทำอะไรต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนสักหน่อยว่า ทำไปเพื่ออะไร จะทำอย่างไรให้สำเร็จ ซึงการเรียนหนังสือก็ต้องมียุทธศาสตร์เช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็จะเสียเปล่า


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การฝึกอบรมแบบสมรรถนะ



ความเห็น (0)