วิธีการแบบคลังคำ (lexical approach) 2– วิธีการแบบคลังคำดูคล้ายกับอะไร (What does the lexical approach look like?) ตอนที่ 4

บทความนี้จะดูที่ทฤษฎีของภาษา ซึ่งสร้างพื้นฐานให้แก่วิธีการแบบคลังคำและมีผลต่อการสอนภาษาอังกฤษ ในบทความนี้จะประกอบด้วย 1. บทนำ (Introduction) 2. ทฤษฎีของการเรียนรู้ (theory of learning) 3. การสังเกต (noticing) 4. การตระหนักในภาษา (language awareness)

1. ทฤษฎีการเรียนรู้ (theory of learning)

ในบทความแรก เราได้พูดถึงกลุ่มคำปรากฏร่วม (collocation) และคลังคำ (chunk) ที่เจ้าของภาษาได้มีไว้ ตามที่ Lewis กล่าวว่า เจ้าของภาษามีคลังคำที่มีอยู่ในหัวประมาณ 100,000 และบางทีเป็นจำนวนล้าน เพื่อที่จะผลิตภาษาที่ถูกต้อง คล่องแคล่ว และมีความหมาย มีครูจำนวนมากและสื่อนับไม่ถ้วน ที่เสนอภาษาให้ผู้เรียนได้ทราบ ให้ผู้เรียนได้ฝึก และผลิตภาษาตามโมเดลแบบ Present, Practice, Produce (PPP) โมเดลนี้มีการคาดหมายว่าจะทำให้ผู้เรียนได้รับรู้ภาษาแบบเจ้าของภาษา (the acquisition of language)

แล้วมีวิธีการอะไรที่ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาษาแบบคลังคำต้องการ? ข้อผิดพลาดใหญ่ที่วิธีการสอนแบบคลังคำก็คือ วิธีการสอนแบบนี้ขาดทฤษฎีการเรียนรู้ภาษาที่ละเอียดจนทำให้พวกครูและนักวิจัยเชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม Lewis เสนอว่า วิธีการแบบคลังคำไม่ได้แยกออกมาจากวิธีการสอนแบบการสื่อสาร (communicative approach) แต่กลับเป็นการพัฒนาในเรื่องการสื่อสารนั้น Lewis ได้เสนอการสรุปที่เป็นประโยชน์ในข้อค้นพบการรู้ภาษาที่ 1 ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ภาษาที่ 2 ด้วย การเรียนรู้ภาษาที่ 1 มีดังนี้

1. การเรียนภาษาไม่ใช่การเรียนรู้เสียงเดี่ยวๆหรือโครงสร้างเดี่ยวๆ ต่อมาก็รวมเสียงกับโครงสร้างกลายเป็นการสร้างภาษา แต่เป็นความสามารถที่เพิ่มมากขึ้นในการทำให้องค์รวมกลายเป็นส่วนย่อยๆ

2. การเรียนรู้ไวยากรณ์นั้นต้องเรียนโดยการสังเกต, ตั้งสมมติฐาน, และการทดลอง

3. เราสามารถใช้วลีที่เป็นองค์รวม โดยไม่ต้องมีการทำความเข้าใจส่วนต่างๆที่ประกอบสร้างองค์รวมนั้นขึ้นมา

4. การเรียนรุ้ภาษาที่ 1 ทำได้โดยการติดต่อกับคู่สนทนาที่มีระดับความรู้สูงในภาษาที่กำหนด

Schmirr ได้เพิ่มทฤษฎีการเรียนรู้ในวิธีการแบบคลังคำ โดยการเพิ่มคลังจิตใจ (the mind store) และกระบวนการที่คลังคำเหล่านี้กลายมาเป็นองค์รวมที่เป็นของตนเอง หรือข้อมูลที่มีเพียงอันเดียว (individual wholes) จิตใจ (the mind) มีความสามารถที่จะเก็บข้อมูลจำนวนมากในความทรงจำแบบระยะยาว (long-run memory) แต่ถ้าหากเป็นความทรงจำระยะสั้น (short-term memory) จะมีข้อจำกัด ดังนั้นจึงเป็นความจำเป็นที่ทบทวนกลุ่มคลังคำ เพื่อให้เป็นข้อมูลโดยที่ไม่แยกเป็นคำๆ ยกตัวอย่างเช่น วลีที่ว่า "เรื่องกุของจินตนาการของเขา" ('Figment of his imagination')จึงถูกสร้างมาให้เป็นข้อมูลเพียงอันเดียว มากกว่าเป็นคำที่แยกกันออกมา 4 คำ

ในความคิดของพวกเรา เห็นว่าการสอนคลังจำนวนมากให้แก่ผู้เรียนของเราเป็นสิ่งที่น่าพยายาม แต่มันน่าจะมีประโยชน์เพิ่มขึ้นในการที่ผู้เรียนภาษาใช้คลังคำในการใช้ภาษาจริงๆ และมีประสบการณ์กับคลังคำในทำให้คลังคำนั้นเป็นของตน (internalize) พวกเราเชื่อเหมือนกับที่ Lewis เชื่อว่า ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีโอกาสสังเกตภาษา (notice) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลังคำ และกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกัน (collocation) คือความเป็นเอกในวิธีการสอนที่เห็นว่าควรสอนภาษาเป็นคลังคำ

หนังสืออ้างอิง

Carlos Islam and Ivor Timmis. Lexical Approach 2 - What does the lexical approach look like?. http://aaboori.mshdiau.ac.ir/FavouriteSubjects/lexical_approach_1.htm

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการเรียนการสอน, การวัดผลประเมินผล,การสอนภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษ



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณความรู้ดีดีนี้ค่ะ ..... ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีโอกาสสังเกตภาษา (notice) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลังคำ และกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกัน (collocation) คือความเป็นเอกในวิธีการสอนที่เห็นว่าควรสอนภาษาเป็นคลังคำ..