​กล้าที่จะเริ่มต้น.................

กล้าที่จะเริ่มต้น.................

ไม่มีมนุษย์คนใดไม่เคย "เริ่มต้น"
ไม่มีมนุษย์คนใดไม่เคยไม่ "ผิดพลาด"
ไม่มีมนุษย์คนใดไม่เคยไม่ "สำเร็จ"
ไม่มีมนุษย์คนใดเกิดมา "สมบูรณ์แบบ"

คนเราทุกคนย่อมมีครั้งแรกกันทั้งนั้นแหละครับ หรือว่าถ้าคุณยังคิดว่าคุณ "ซิง" อยู่ ก็ออกไปหาประสบการณ์ครั้งแรกได้แล้ว...............

คุณลองนึกย้อนกลับไปดูสิครับว่าที่ผ่านมาชีวิตของคุณฝ่านอะไรมาบ้าง คุณเคยร้องไห้ครั้งแรกหรือไม่ คุณเคยหัวเราะครั้งแรกหรือไม่ คุณเคยอ่านหนังสือครั้งแรกหรือไม่ คุณเคยปั่นจักรยานครั้งแรกหรือไม่ คุณเคยขับรถครั้งแรกหรือไม่ คุณเคยจูบครั้งแรกหรือไม่ ชีวิตนี้คุณเคยทำอะไรเป็นครั้งแรกรึป่าว ลองมองเข้าไปในตัวคุณเองสิว่ามีอะไรบ้างที่ตอนนี้คุณทำมันอย่างง่ายดาย เช่นการขับรถ การอ่านข้อความ การเขียน การคิดเลข แม้แต่การ...ครั้งแรก(กินข้าวครับ อย่าคิดลึก) มองย้อนกลับไปดูสิครับว่า ครั้งแรกที่คุณทำสิ่งเหล่านี้ เป็นยังไงกันบ้าง ถ้ามันนานมาแล้วคิดไม่ออกก็ไม่เป็นไรครับ ลองมองดูเด็กๆสิครับว่าเห็นอะไรบ้าง กับการทำอะไรครั้งแรกของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร ตัวเราเองคงไม่แตกต่างกับพวกเขามากหรอกครับ

ทีนี้เห็นอะไรกันบ้างครับ ผมนึกย้อนกลับไปประสบการณ์ที่ชัดเจนฝังใจของผมมากที่สุดคือ ฝึกขับรถมอเตอร์ไซด์ครั้งแรกครับ ตอนนั้นผมน่าจะเรียนอยู่ประมาณ ป.5 ครับ พอดีที่บ้านมีรถ HONDA SCOOTER 50CC อยู่คันหนึ่งครับ คือตอนนั้นผมเริ่มที่จะเบื่อการปั่นจักรยานแล้วด้วยเห็นพี่สาวขับมอเตอร์ไซด์ก็อยากจะขับบ้าง ใช้เวลาขออนุญาติพ่อกับแม่อยู่เป็นปีกว่าท่านจะอนุญาต พอพ่อกับแม่ท่านอนุญาตให้ฝึกขับได้ ก็เลยขึ้นรถ สตาร์ท เสร็จแล้ว บิดคันเร่ง พุ่งขึ้นเนิน ประสานงากับต้นมะนาวที่เต็มไปด้วยหนาม โอ้โหชีวิต ตัวมีแต่แผล ทั้งแผลจากการล้ม ทั้งกิ่งและหนามมะนาวเกี่ยวจนปวดหมดทั้งตัว วันนั้นผมนี้หยุดพักไปเลยครับ พอวันรุ่งขึ้นก็เอาใหม่ ฝึกใหม่ แล้วผมก็ขับมอเตอร์ไซด์เป็นจนมาถึงปัจจุบัน

แล้วคุณหละครับมองเห็นอะไรบ้างในตัวคุณ.................................................

ผมมองเห็นอยู่ 3 อย่างในตัวเอง

  • 1.คือ "ความฝัน" ครับ เด็กๆจะอยากจะทำเหมือนคนนู้นเหมือนคนนี้ตลอดเวลาครับ ไอดอลของผมตอนนั้นคือ มาสไรเดอร์ นั่นเองแหละครับ ซุปเปอร์ฮีโร่ของเด็กผู้ชายในยุคนั้น เวลาสัตว์ประหลาดกำลังง้างมือจะตบเด็กผู้หญิง มาสไรเดอร์ตัวสีแดงก็จะกระโดดมาถีบสัตว์ประหลาดออกไปได้ทันเวลาพอดี แต่ตัวที่ผมชอบคือตัวสีดำครับ จะมาทีหลังตอนที่พระเอกสีแดงกำลังแย่ ตัวนี้จะขับรถมาจอด ลงรถยืนเก๊ก แล้วประกอบปืนยิงใส่สัตว์ประหลาด พระเอกตัวสีแดงได้ทีกระโดดใช้ดาบฟันสัตว์ประหลาดทีเผลอ ดับอนาถ นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ผมใฝ่ฝันว่าอยากจะมีรถมอเตอร์ไซด์เท่ๆแบบนี้บ้าง และผมก็อยากจะขับรถมอเตอร์ไซด์เป็นให้ได้ ตอนแรกถึงขนาดเอาขวดน้ำส้มพลาสติก มายัดในล้อจักรยานให้มีเสียงดัง แว้นๆ คล้ายเสียงรถมอเตอร์ไซด์ ตอนนั้นรู้สึกว่าโคตรเท่เลย
  • 2."ความกลัว" ตอนเด็กๆเรามักกล้าลองผิดลองถูกอยู่ตลอดเวลา ความกลัวในจิตใจเราน้อยมาก เวลาเราตัดสินใจจะทำอะไร ถ้าคิดจะทำก็ทำเลยถึงแม้รู้ว่าทำไปแล้วจะโดนแม่ตีเราก็ทำไปโดยไม่คิด แอบไปเล่นน้ำในบ่อน้ำจนเกือบจะจมน้ำตายก็หลายครั้ง เราก็ไม่เข็ด ทุกวันนี้เวลาเราคิดจะทำอะไรเราจะนึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน ซื้อรถ ตามคนอื่น ใช้ไอโฟนตามๆเขา เพราะคิดว่าคนอื่นเขาทำเราเลยทำตาม ปลอดภัยดี จนพฤติกรรมการทำตามๆกันพวกนี้ถูกนำไปใช้ทำการตลาดของแทบจะทุกบริษัท
  • 3."ล้มแล้วลุก" ขึ้นใหม่ได้เสมอ เด็กๆเราจะไม่ค่อยคิดมาก วิ่งหกล้ม ร้องไห้ แล้วสักพักก็ลุกวิ่งได้ใหม่จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา หัดขี่จักรยาน เชื่อเหอะครับว่าไม่มีใครไม่เคยหัดขี่จักรยานแล้วไม่ล้ม (สมัยนี้มีจักยานสำหรับเด็กเล็กฝึกอาจมีบางคนไม่เคยล้มก็ได้) พอเราล้มเราก็ลุกขึ้นมาใหม่ได้อีกเสมอ และวันหนึ่งการปั่นจักรยานให้ล้มมันก็ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้

ทุกวันนี้การเริ่มต้นใหม่เป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็นสำหรับใครหลายๆคน

หลายคนฝืนทำงานที่เขาไม่เคยรัก เพื่อให้ได้เงินไปซื้อสิ่งที่เขาไม่อยากใช้ เพื่อเอาไปอวดคนที่เขาไม่ได้ชอบ

หลายคนกลัวการที่จะเริ่มต้นใหม่เพราะพวกเขากลัวว่าจะสูญเสียสิ่งที่เขาไม่ต้องการไป

หลายคนลงทุนซื้อคอนโดใหม่ให้ใหญ่พอใส่ตู่เสื้อผ้าที่พวกเขาไม่เคยใส่มัน

หลายคนพยายามทำตามคนอื่นในสิ่งที่ตนเองไม่อยากทำเพียงเพื่อให้สังคมยอมรับ

สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้อาจทำร้ายจิตใจของใครหลายๆคน ถึงเวลาต้องมายอมรับความจริงกันสักทีครับ พวกเราทำอะไรที่พวกเราไม่อยากทำเพื่ออะไร

เราทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความ "กลัว"

เรากลัวว่าเราจะแตกต่างจากคนอื่น

เรากลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับเรา

เรากลัวว่าเราจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป(สิ่งที่เราไม่ได้ต้องการมันอย่างแท้จริง)

เรากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่ กลัวว่าจะเจอกับสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย การเริ่มต้นใหม่มันไม่ปลอดภัยเลย

ความกลัวเหล่านี้คอยฉุดรั้งเราไม่ให้ไปหาความสุข ฉุดรั้งเราไม่ให้พบเจอสิ่งที่ดีกว่า ฉุดรั้งให้เราจมอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบ ไม่ต้องการ อยู่กับความทุกข์ไม่จบสิ้น

พร้อมรึยังครับที่จะเอาชนะความกลัวในจิตใจของเราเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ถ้าพร้อมแล้วเรามาลุยกันเลย

  • 1.อย่างแรกที่เราต้องทำคือรู้จักตนเองก่อน ลองคิดดูครับว่าจิตใจส่วนลึกเรากำลังบอกอะไรเราอยู่ ส่วนมากมันจะบอกว่ามันอยากทำอะไร จิตใจบางคนอาจบอกว่าอยากวาดรูป จิตใจบางคนอาจบอกว่าอยากช่วยเหลือคนอื่น จิตใจบางคนอาจบอกว่าอยากท่องเที่ยว จิตใจบางคนอาจบอกว่าอยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ลองถามใจตัวเองดูครับ บางคนอาจถามนานหน่อยโดยเฉพาะคนที่ฟังแต่เสียงคนอื่น วิ่งตามคนอื่นมาโดยตลอด ทำตามคนอื่นมาโดยตลอดจนไม่เคยฟังเสียงหัวใจตัวเอง เมื่อคุณเริ่มฟังเสียงของหัวใจตนเอง แล้วคุณจะเริ่มได้ยิน
  • 2.วางแผนครับ คุณอยากทำอะไรให้วางแผนบางคนอาจวางแผนในสมอง จะให้ดีเขียนแผนของคุณออกมา ให้คิดถึงแผนการที่คุณอยากทำบ่อยๆ ทุกวันๆปรับแก้ให้เข้ากับคุณมากที่สุด เชื่อสิครับเมื่อคุณค้นพบสิ่งที่คุณต้องการเบื้องลึกในจิตใจของคุณจริงๆแล้วละก็ มันจะกลายเป็นการวางแผนที่ยิ่งกว่าการวางแผนแหกคุกมหาประลัยเสียอีก วันๆแค่คิดถึงเรื่อนี้ ชีวิตก็มีความหวังแล้ว
  • 3.ทีนี้เริ่มลงมือทำตามแผนครับ ข้อที่สามนี้เป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็นมากๆสำหรับใครบางคน มันคือการก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณเลยทีเดียว บางคนอยากออกไปเที่ยวทั่วโลก แต่ยังขาดเงิน การเก็บเงินนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก รายจ่ายจะหลั่งไหลมาจากทุกทิศทาง อีกทั้งสิ่งยั่วยวนอย่าง ไอโฟนรุ่นใหม่ ถ้าคุณตั้งปณิธานไม่แรงกล้าพอ ชีวิตของคุณก็จะกองอยู่กับวัตถุที่คุณไม่ได้ต้องการมันจริงๆเลย บางคนมีเงินแต่กลัวที่จะออกไปเผชิญกับความไม่แน่นอน การเดินทางจะมีเรื่องที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดเวลา เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการไปเป็นกลุ่มก้อน เพื่อให้เคยชินแล้วค่อยลดลงเหลือ สองคน แล้วก็ลองออกไปคนเดียว บางคนอยากช่วยเหลือผู้อื่น ก็ต้องเริ่มทำได้แล้ว ไม่ต้องรอโอกาส ไม่ต้องรอเวลา อาจเริ่มต้นแค่พก พลาสเตอร์ยาติดตัวไว้เผื่อเจอใครได้รับบาดเจ็บ เราสามารถเริ่มต้นด้วยเรื่องง่ายๆโดยไม่ต้องรอโอกาสใดๆเข้ามาในชีวิต ความสำเร็จเล็กๆจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้

"ชีวิตที่ปราศจากความใฝ่ฝัน ปราศจากปณิธานแห่งผู้คน ก็เปรียบดั่งซากเท่านั้นเอง"




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชาร์ตแบตหัวใจ



ความเห็น (2)

ผมเคยริเริ่มว่ายน้ำตอนเด็ก ๆ โดยหนีไปว่ายน้ำ เพราะอยากว่ายน้ำเป็น
ก็เริ่มดูคนที่ว่ายเป็นก่อน ถามคนที่ว่ายเป็น แล้วก็ลงในน้ำที่ตื้น ๆ แล้วค่อย
ไปที่ลึกแล้วก็มาว่ายน้ำเป็นในที่อันตรายที่สุด เมื่อเป็นแล้วก็เหมือนกับปั่น
จักรยานเป็น มีความสุขมาก ๆ

ความกลัวใจตัวเอง คือ ความรู้สึกที่ปนความคิดแล้วย้ำไปมาในจิตใจเสมอครับ ขอบพระคุณสำหรับบันทึกที่น่าสนใจครับ