การจัดการความรู้ สู่
การประยุกต์ใช้
ในโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยาได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความรู้และได้เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียน เพื่อดำเนินการจัดการศึกษา
พัฒนาผู้เรียนให้มี "ความรู้ คู่ คุณธรรม"
ดังปรัชญาโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยาที่ว่า "ฉลาดและมีคุณธรรม"
(Wisdom & Virtue)
โดยยึดหลักการกระจายอำนาจในการบริหารงาน
ตลอดจนการตัดสินใจดำเนินงานของคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ
ในโรงเรียน เช่น คณะกรรมการสภาครู คณะกรรมการสายชั้น
คณะกรรมการฝ่ายวิชาการ ฯลฯ
ซึ่งสอดคล้องกับการจัดระบบการบริหารงานโรงเรียนโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
SBM (School Based Management)
ดังนั้นจึงได้นำเครื่องมือการจัดการความรู้ KM
(Knowledge
Management)มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโรงเรียนในเรื่องต่อไปนี้
1)
การปฏิรูปการเรียนรู้และหลักสูตร
ได้ดำเนินการดังนี้
-
ส่งเสริมให้ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในด้านการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมในลักษณะบูรณาการความรูทักษะปฏิบัติที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
เช่น บูรณาการร่วมกับโครงการห้องเรียนสีเขียว
และงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เป็นต้น
-
นำนักเรียนไปศึกษาเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้กับ
โรงเรียน เช่น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา
ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ศูนย์การเรียนรู้ตามธรรมชาติสนองแนวพระราชดำริฯ
"เศรษฐกิจพอเพียง"
-
เชิญปราชญ์ชาวบ้าน/
ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียน
เช่น การปั้นตุ๊กตาพื้นบ้าน
การสานปลาตะเพียน
การสานพัด
การทำหัวโขน การทำโรตีสายไหม
ฯลฯ
-
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
(long Life
Education)
โดยจัดบริการอำนวยความสะดวกแก่นักเรียนและบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียนในด้านการบริการข่าวสาร
ข้อมูล และการศึกษาหาความรู้จากห้องสมุด
ศูนย์อินเตอร์เน็ต ฯลฯ
2)
การปฏิรูปการสอนของครูที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด
-
มีการปรับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
โดยใช้บริบทอยุธยามรดกโลก
-
ส่งเสริมให้ครูพัฒนานวัตกรรมการสอนโดยใช้โมเดลของโรงเรียน
หรือ JIRASART Teaching's
Model
ซึ่งได้นำพยัญชนะต้นชื่อโรงเรียนภาษาอังกฤษ
มากำหนด ดังนี้
J มาจากคำว่า Joyfull to learning หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีโอกาสสร้างความรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและเกิดการเรียนรู้ที่มีความหมายต่อตนเอง และมีความสุขในการเรียน
I
มาจากคำว่า
Integrating
knowledge หมายถึง
การนำความรู้จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งความรู้ที่หลากหลายมาบูรณาการสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่
R
มาจากคำว่า
Reflecting
observation หมายถึง
การสะท้อนความรู้สึกนึกคิดจากการสังเกต ออกมาเป็นคำพูด
หรือการเขียนเพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ เข้าใจ
A
มาจากคำว่า
Acting
experimentation หมายถึง
การลงมือปฏิบัติ/
ทดลอง
ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้
S
มาจากคำว่า
Satisfaction
หมายถึง ความภาคภูมิใจในผลงาน และการยอมรับความรู้
ความสามารถของตนเองและผู้อื่น
A
มาจากคำว่า
Achievement
หมายถึง การมุ่งมั่นทำงานโดยใช้ความรู้
ความสามารถของตนเองและร่วมมือกับผู้อื่นดำเนินการจนสำเร็จ
R
มาจากคำว่า
Research &
Development หมายถึง การค้นหาปัญหา
ข้อบกพร่องของผลงานหรือการทำงานและหาทางปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
T
มาจากคำว่า
Teamwork
หมายถึง การรู้จักทำงานเป็นทีมร่วมกับบุคคลอื่น
ครูสามารถดำเนินการสอนตามโมเดลการสอนของโรงเรียนจิระศาสตร์ได้ดังนี้
1.
ขั้นการให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข
(Joyfull
to learning)ขั้นนี้เป็นการใช้เกม เพลง
หรือกิจกรรมประกอบบทเรียน ให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นอยากเรียนและได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
2.
ขั้นการบูรณาการความรู้
(Integrating
knowledge)ขั้นนี้เป็นการทบทวนความรู้เดิมและการให้ความรู้ใหม่แก่นักเรียน โดยผู้เรียนจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับข้อมูลความรู้ที่หามาได้
3.
ขั้นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด
(Reflecting
observation)
ขั้นนี้เป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียน
จากการสังเกต ออกมาเป็นคำพูด
หรือการเขียนเพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นรับรู้ เข้าใจ
4.
ขั้นการลงมือปฏิบัติ/
ทดลอง (Acting
experimentation)ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นและจะต้องได้ลงมือปฏิบัติจริง
5.
ขั้นการสร้างความภาคภูมิใจในผลงาน
(Satisfaction)ขั้นนี้เป็นขั้นที่ผู้เรียนจะมีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ที่ตนไปศึกษาค้นคว้ามา
และอาจนำเสนอผลงานในรูปแบบการรายงาน
หรือการจัดแสดงนิทรรศการ
6.
ขั้นการดำเนินงานสู่ความสำเร็จ
(Achievement)ขั้นนี้เป็นการสรุปความรู้ที่ได้รับทั้งหมดทั้งความรู้เดิม
และความรู้ใหม่ และจัดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นระบบระเบียบ
เพื่อให้ผู้เรียนจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่าย
7.
ขั้นการวิจัยและพัฒนา
(Research &
Development)ขั้นนี้เป็นการทบทวนผลงาน
ผลการศึกษาค้นคว้าว่ามีปัญหา ข้อควรแก้ไข อะไรบ้างและหาแนวทางปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น
8.
ขั้นการทำงานเป็นทีม
(Teamwork)ขั้นนี้เป็นการฝึกให้ผู้เรียนรู้จักการร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันในด้านการเรียนและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
- ส่งเสริมให้มีการประเมินครูแกนนำเพื่อเป็นครูต้นแบบการปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด
-
สนับสนุนให้มีการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
โดยจัดให้มีการนิเทศโดยเพื่อนครู
ผู้บริหาร
และผู้ทรงคุณวุฒิ
3)
การบริหารแบบมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจ
-
ให้บุคลากรในโรงเรียนมีส่วนร่วมและมีการกระจายอำนาจการบริหาร
โดยการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาครู
คณะกรรมการสายชั้น
คณะกรรมการฝ่าย 6 ฝ่าย
(ฝ่ายวิชาการ, กิจการนักเรียน,
บุคลากร,
อาคาร-สถานที่,
ธุรการ-การเงิน,
และฝ่ายความสัมพันธ์กับชุมชน)
-
จัดระบบการบริหารงานตามวงจรเดมมิ่ง
เพื่อให้การประสานงาน
ติดตาม ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไขเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธิผล
-
จัดประชุม
สัมมนา ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ นำไปศึกษาดูงาน
นิเทศภายในให้คำปรึกษาและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของครูอย่างต่อเนื่อง
-
สร้างเครือข่ายผู้ปกครอง
ระดมความคิดเห็น
คำแนะนำข้อเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผู้เรียน
และโรงเรียนโดยส่วนรวม
-
ส่งเสริมให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งประกอบด้วยผู้แทนครู
ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนศิษย์เก่า และผู้ทรงคุณวุฒิ
ได้มีบทบาท มีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียน
- คณะครูได้มีการจัดตั้งกลุ่ม STAR (Small Team Activity Relationship) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกประมาณ 12-15 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบในสายชั้นของตนเอง เช่น การแก้ปัญหานักเรียนที่อ่านไม่คล่องเขียนไม่คล่อง การฝึกระเบียบวินัยและมารยาทการไหว้ เป็นต้น
การประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
-
ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนนำกระบวนการพัฒนาฯ
ตามวงจรเดมมิ่ง (P D C A)
มาใช้ในการดำเนินงานในทุกๆด้าน
-
กำหนดเป้าหมายและเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่พึงประสงค์
-
วิเคราะห์ผลการดำเนินงานในภาพรวมระดับโรงเรียน
ระดับชั้น และหมวดวิชา/กลุ่มสาระการเรียนรู้
เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติ
-
วิเคราะห์จุดเด่น
จุดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
หาสาเหตุและแนวทางแก้ไข
-
ปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
-
สรุปรายงานเสนอผู้ปกครองหน่วยงานต้นสังกัดและเผยแพร่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ
-
จัดทำรายงานการประเมินตนเอง
SSR (Self Study
Report)
เสนอสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด
และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(สมศ.)
เพื่อขอรับการประเมินภายนอก
การประกันคุณภาพภายนอก
โรงเรียนได้มีการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบประเมินภายใน (Internal Audit) ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานโครงการ กิจกรรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานการประเมินคุณภาพ ของ สมศ. พร้อมทั้งจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ส่งให้ผู้ประเมินภายนอก ทั้งนี้โรงเรียนได้รับการประเมินภายนอก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ทั้งสองรอบ และผ่านการประเมินทุกมาตรฐานเป็นอย่างดี
การพัฒนาบุคลากรและคณะกรรมการสถานศึกษา
-
โรงเรียนจัดให้มีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องโดยการจัดประชุม
อบรม สัมมนา
ศึกษา-ดูงานด้านการเรียนการสอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
-
จัดให้มีโครงการแลกเปลี่ยนครูและผู้บริหารกับสมาคมทางการศึกษา
ของประเทศสหรัฐอเมริกา "Hopkins
Education Association"
เป็นประจำทุกปี
โดยมีครูและผู้บริหารโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา
เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการศึกษา ณ มลรัฐมินิโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา
จำนวน 5 คน ออสเตรเลีย
2 คน
-
จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา
เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในด้านการปฏิรูปการศึกษา
และขอความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษาในการเป็นวิทยากรภูมิปัญญาชาวบ้านให้การอบรมความรู้แก่นักเรียน
เช่น ด้านพิพิธภัณฑ์เรือไทย โดย
อาจารย์ไพฑูรย์
ขาวมาลา ด้านการสานพัด โดย
อาจารย์ประสาน
เสถียรพันธุ์
เป็นต้น
การปฏิรูปการใช้ทรัพยากรเพื่อการศึกษา
-
ทรัพยากรทางการศึกษาที่มีความสำคัญมากคือ
"เงิน"
ซึ่งโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวจากรัฐบาล
สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 40
โรงเรียนจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้จ่ายเงินทุกบาททุสตางค์ต้องคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง
และได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนในอัตราส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับการสนับสนุนด้านอื่นๆ
-
จัดให้มีการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับหน่วยงานอื่นๆ
เช่นให้ความอนุเคราะห์แก่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว หรือ
สภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใช้สถานที่หอประชุมของโรงเรียน
จัดประชุมคณะกรรมการอยู่เป็นประจำ
ตลอดจนการให้บริการรถโรงเรียนแก่หน่วยราชการที่ขอยืมรับ-ส่งในโอกาสต่างๆ
การใช้เทคโนโลยีการศึกษาและสารสนเทศ
(ICT)
เพื่อการบริหารและการเรียนการสอน
-
โรงเรียนได้พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการบริหารและการเรียนการสอน
โดยวางระบบ LAN (Local Area Network)
สามารถเชื่อมโยงเครือข่าย
ข้อมูลสารสนเทศได้รวดเร็ว ทั่วถึง
-
ได้ร่วมมือกับบริติชเคาน์ซิล
(British
Council) พัฒนาเว็บไซต์การศึกษา
ของโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา โดยใช้ชื่อ
http://www.montageworld.co.uk/Thailand
และ http://www.jirasart.com
การจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย
-
นอกจากการจัดการศึกษาในระบบแล้ว
โรงเรียนยังได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการศึกษาตามอัธยาศัย
โดยจัดให้มีโครงการ "ห้องเรียน
ในโลกกว้าง"
โดยจัดตั้งInternetให้บริการครูและนักเรียนศึกษาค้นคว้าข่าวสารข้อมูลความรู้ต่างๆอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน
จากการดำเนินการนำเครื่องมือการจัดการความรู้มาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานโรงเรียนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยาได้รับรางวัลจากกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับทุกประเภท
อาทิ เป็นโรงเรียนรับรางวัลพระราชทาน
ระดับก่อนประถมศึกษา ระดับประถมศึกษา
และระดับมัธยมศึกษา
ส่วนผู้บริหารได้รับคัดเลือกเป็น “ผู้บริหารดีเด่นรับรางวัลคุรุสภา”
และ ได้รับคัดเลือกเป็น “ผู้บริหารต้นแบบ”
ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
เป็นต้น
ความสำเร็จของการจัดการความรู้ไม่ได้อยู่ที่การดำเนินกิจกรรมเพียงเพื่อให้ชื่อว่าได้ปฏิบัติ จัดทำเรียบร้อยแล้ว แต่หัวใจสำคัญ คือ การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ นั่นคือ "คำตอบสุดท้าย"
ปฐมพงศ์
ศุภเลิศ
10 พ.ย.49