บอกบุญ VS เรี่ยไร บทเรียนสะพานบุญ

บอกบุญ VS เรี่ยไร บทเรียนสะพานบุญ

กับภารกิจบุญใหญ่ ที่สำเร็จอย่างรวดเร็ว แบบที่ครู Ka Poom นำ แล้วเราทำตาม เสร็จกิจได้ภายในหนึ่งวัน ซึ่ง สุดยอดมาก ๆ
แม้ว่าหนูจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ได้มีส่วนร่วม พอเสร็จงานแล้วรู้สึกว่า "งึดหลาย" (ที่งมาก ๆ เกินคาด)

กับการได้บอกบุญ เป็นสะพานบุญให้กัลยาณมิตร ใกล้ชิด ได้มีโอกาสสร้างกุศล ทุกคนที่ร่วมบุญ มาแบบไม่มีลังเลสงสัย ตัดสินใจ "ฉับ ฉับ" เหมือนทุกคนพร้อมมาก ตามกำลังของตนเอง

ยอดร่วมบุญของแต่ละคน ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ใจที่เด็ดเดี่ยวของทุกคน นี่ต่างหากที่ "น่ายกย่อง" และขออนุโมทนา

หนูนึกย้อนถึง "ผ้าป่าช่วยชาติขององค์หลวงตา"
ซึ่งมีทีมงาน แจกต้นผ้าป่า ทำงานกันอย่างแข็งขัน ( ได้ฟังเรื่องราวจากเสียงอ่านหนังสือ " หลวงตาวัดป่าบ้านตาด"

(เป็นเสียงของคุณ โจโฉ หนังสือ นี้ดำเนินการโดย คุณหลวง)
ทำให้หนูได้ทราบแนวทางการ แจกต้นผ้าป่าช่วยชาติอย่างชัดเจนว่า
"คณะแจกต้นผ้าป่า จะไม่รับเงิน ไม่รับต้นเงิน"
ให้นำต้นเงินนั้นไปถวายกับ องค์หลวงตาเอง

ในเสียงอ่านอธิบายว่า
"การรับเงิน เป็นช่องว่าง ให้มิจฉาชีพ เข้ามาหาผลประโยชน์ได้ง่าย ทีมงานแจกต้นผ้าป่า

จึงมีนโยบายไม่รับเงินร่วมบุญ ไม่รับต้นเงิน ทำหน้าที่เพียงแจกต้นผ้าป่า
"
ได้ฟังปุ๊บ ชัดเลยกับตนเอง

ครูก็พาทำแบบนี้ แม่ครูพาทำแบบนี้เลย บอกบุญปุ๊บ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญ


"โอนเข้าบัญชี โครงการสร้างพิพิธภัณฑ์สุมนานุสรณ์"
แล้วให้ผู้มีจิตกุศลนั้น ถ่ายภาพสลิปการโอน และขอชื่อที่อยู่ เพื่อนำมาดำเนินการ ออกใบอนุโมทนาบัตรส่งให้

เป็นความชัดเจนที่ตอบโจทย์ที่ใจ

โปร่งใสขนาดนี้ ก็ยังเคยมี ผู้มีอคติ มากล่าวหาครูว่า

"ไปเรี่ยไรเงิน" หรือ ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมบ้างหล่ะ

ทั้ง ๆ ที่ เงินทุกบาท ทุกสตางค์ ผู้ร่วมทำบุญก็โอนเข้าบัญชี หลวงปู่
สิ่งที่ครูทำอีกประการคือ หมั่นเผยแพร่ภาพความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง และเก็บภาพอิริยาบถต่างๆ ขององค์หลวงปู่ที่ท่านเมตตา ดูแลการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด มาให้กัลยาณมิตรได้ อนุโมทนาสาธุ ร่วมบุญ

แต่ผู้มีใจอคติ ก็ พลาดพลั้งจนได้
นึกถึงบุญ บาป แล้วก็รู้สึกใจหายแทนเขาเมื่อต้อง รับผลกรรม
ทั้ง ๆที่ เจตนาและการดำเนินงาน ถวายองค์หลวงปู่ของครู เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ ทั้ง กาย วาจา ใจ

ครูท่านไม่เคย ไปว่าร้ายใครหรอกค่ะ
ทั้งหัวจิต หัวใจท่าน มีแต่ ช่วยเหลือ ผู้คนทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ผู้คนหรอกค่ะ สรรพสัตว์ ทุก ๆ ชีวิตที่ท่านเข้าไปข้องเกี่ยว ท่านไม่เคยเลย ที่จะเบียดเบียนใคร ท่านทำให้เห็น เสมอ ๆ ตลอด สี่ ห้าปี ที่หนูมีโอกาสได้คลุกคลีเรียนรู้กับท่าน
ท่านมักจะ ทำงานอยู่เบื้องหลัง เสมอ ๆ คอยช่วยแบบไม่เคยเอาหน้า หลายทีท่านเองโดนเขาว่าก็มี ทั้ง ๆที่ท่านเองเป็นคนช่วย

"การนำพาผู้คน ทุกอย่างของครู อยู่ในครรลอง ของทาน ศีล ภาวนา"
สิ่งที่หนูมักจะเตือนตนเอง หลัง ๆ มานี้คือ

อย่าเอาอคติในใจตนเอง มาแปดเปื้อนจิตใจอันบริสุทธิ์ของครู พึ่งสำรวจ กาย วาจา ใจ
แล้วบำเพ็ญ ทาน ศีล ภาวนา ของตนเองให้ถึงพร้อม แล้วสักวันมีปัญญาจะเข้าใจเอง สาธุเจ้าค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พระคุณครู



ความเห็น (0)