รายได้น้อยก็สุขได้

panjarat
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

มนุษย์ เราเกิดมา ต่างที่ต่างถิ่น ที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ติดตัว มากับทุกคนคือความทุกข์ที่ต้องมีหน้าที่ดูแลตัวเองดูแลเลี้ยงดูบุตร เป็นหน้าที่ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนต่างเป็นหน้าที่ สำคัญที่มนุษย์ทุกคน ได้เรียนรู้ถ่ายทอดกันมา จะเห็นได้ว่าในอดีตสังคมไทย มารดาต้องดูแลเลี้ยงดูบุตรหลายคน

หญิงบางคนตลอดชีวิตมีลูกมากกว่า 15 คนก็มี แต่ในปัจจุบัน การมีลูกจำนวนมาก จะเป็นไปได้ยากในสภาพสังคมเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน

เนื่องจากความยากจนความขากแคลนทรัพยากร เมื่อ 40 ปีก่อนประเทศเรายังมีวัตถุดิบจำนวนมากจนได้ชื่อว่า

ประเทศไทย เคยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าว ยางพารา ดีบุก ไม้สัก จะเห็นได้ว่า ล้วนเป็นสินค้า ที่เป็นวัตถุดิบแทบทั้งสิ้น

หากสินค้าเหล่านั้นแปรรูปและเพิ่มมูลค่าได้โดยคนไทยเองจะมีมูลค่ามากมายเกินกว่าจะประมาณการเพียงใด

การหมดไปร่อยหรอไปอย่างรวดเร็วของวัตถุดิบในขณะที่ พลเมืองประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วนำไปสู่ปัญหาความยากจน ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยไม่เว้นแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครเมือหลวงของเรา

เด็กที่เกิดมาในยุคนี้จึงเป็นยุคแห่งความยากจนความขาดแคลน

ไม่มีแม้กระทั่งน้ำสะอาด !

ที่จะดื่มกิน เหมือนในอดีต ความยากจนจึงหมายถึงไม่มีเงินทองและทรัพยากรเลย การที่ในอดีตคนส่วนใหญ่แม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ขาดแคลน น้ำอาหาร ก็สามารถอยู่ได้

เด็กชาย เอก และเด็กชาย โอ๋ นามสมมติเป็นพี่น้องคู่หนึ่งที่เกิดมาในยุคแห่งความยากจน มีประวัติพอสังเขปว่า

มารดาเป็นหญิงวัย วัย 21 ปี มีอาชีพรับจ้างอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง และมีแฟน ที่รู้จักกันได้ไม่นานก็ตั้งครรภ์ มีลูกเป็นเด็กชายเอกเมื่อรายได้น้อยรายจ่ายมากปัญหาก็เกิดขึ้น

แฟนหรือสามีก็ทอดทิ้งไป

ทำให้ "แม่ต้องดูแลลูกเพียงลำพัง"

ต่อมาไม่นานมารดาของเด็กชายเอกก็พบกับชาย ชาวต่างประเทศและอยู่กินเลี้ยงดูทั้งเด็กชายเอกและภรรยา เมื่อมารดาเด็กชายเอกตั้งครรภ์อีกครั้ง คลอดบุตรเป็นชายชื่อเด็กชายโอ๋นามสมมติ สามีก็ทิ้งไปอีกครั้งภาระการเลี้ยง

ดูบุตร ทั้งสองจึงตกอยู่กับ

แม่ที่ "มีรายได้น้อย"

เมื่อต้องเลี้ยงลูกสองคนต่างบิดา

คนหนึ่งบิดาเป็นคนไทยส่วนอีกคนบิดาเป็นชาวต่างประเทศ

ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำรายได้น้อย

แม่หรือมารดาเด็กจึงได้นำเด็กไปฝากเลี้ยงไว้กับสถานรับเลี้ยงเด็ก แห่งหนึ่ง ทั้งสองคนพี่น้อง จากนั้นมารดาเด็กได้แจ้งว่าจะไปทำงานต่างจังหวัดและ

ไม่มารับลูกทั้งสองแต่ได้มาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว !

สถานรับเลี้ยงเด็ก จึงได้นำเด็กส่งบ้านเด็กกำพร้า แต่

มารดาเด็กรายนี้ เป็นหญิงแกร่งที่ไม่ย่อท้อ

แม้จะทอดทิ้ง ลูกชายที่น่าสงสารต่าง บิดาต่างไว้ทั้งสองคนที่สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานรับเลี้ยงเด็กส่งเด็กต่อให้บ้านเด็กกำพร้า

ผ่านไปเป็นเวลา 2 ปี มารดาเด็กเมื่อพร้อม ก็ได้ติดต่อมาที่สถานสงเคราะห์เพื่อรับเด็กไปเลี้ยงดูด้วยตนเอง

แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของแม่ ที่มีต่อลูกทั้งสอง แม้จะทอดทิ้งไประยะหนึ่งเพื่อตั้งหลักเตรียมความพร้อม

ก็ถือว่าเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่งได้ ทั้งที่จะทอดทิ้งไปเลยก็ได้แต่แม่รายนี้ไม่ทำอย่าง นั้น เด็กชายเอกและเด็กชายโอ๋นามสมมติ จึงเป็นพี่น้องต่างบิดาที่โชคดี คนหนึ่งที่มีแม่รักและตั้งใจรับกลับไปเลี้ยงดูด้วยตนเอง ทั้งนี้

บ้านเด็กกำพร้า

ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น สงเคราะห์ครอบครัว เป็นเงินเล็กน้อย เพื่อเริ่มต้น และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ปัจจุบันเด็กทั้งสองได้เติบโตในอ้อมกอดแม่ด้วยวัย 16 ปี และ 14 ปี ตามลำดับอย่างมีความสุขตามอัตภาพที่ต่างจังหวัด

ด้วยการประกอบอาชีพขายข้าวแกงอย่างขยันขันแข็งของแม่ที่น่ารักของเด็กทั้งสองคนโดยไม่กลัวเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ขอให้มีความสุขตั้งใจเรียนเติบโตมาเป็นคนดีเลี้ยงดูคุณแม่ต่อไปนะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความสั้นการศึกษา



ความเห็น (0)