หากวันหนึ่ง คุณเดินหาห้องน้ำในบ้านตัวเองไม่พบ เดินกลับบ้านตัวเองไม่ถูก ลืมวิธีทำอาหารที่เคยทำอยู่ทุกวี่วัน จำไม่ได้ว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคือลูกของตัวเอง

คุณจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร??

อลิซ ฮาวแลนด์ ดอกเตอร์ด้านภาษาศาสตร์ มีผลงานมากมาย เดินสายบรรยายทั่วโลก วัยแค่ ๕๐ ปี วันหนึ่งแพทย์บอกว่าเธอเป็นอัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์ของอลิซ เป็นอัลไซเมอร์ชนิดที่เริ่มเป็นตั้งแต่อายุน้อย ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ลูกสาวคนหนึ่งของเธอมียีนของโรคนี้ และจะป่วยด้วยโรคนี้เช่นเดียวกับแม่ นี่จึงเป็นเรื่องเศร้าของครอบครัวที่สมาชิกทุกคนต้องเรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัว

"เป็นมะเร็งเสียยังดีกว่า เพราะเพื่อนๆ จะเอาโบว์สีชมพูมาให้กำลังใจ" อลิซพูดกับสามี ชาร์ลี (Alec Baldwin) ไว้ในตอนแรกที่รู้ว่าป่วย "….อัลไซเมอร์ เป็นโรค เป็นความเจ็บป่วยเหมือนโรคอื่นๆ แต่คุณจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนรอบข้าง..." นี่คือตอนหนึ่งในปาฐกถาที่อลิซไปพูดให้กับชมรมผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในระยะแรกๆ ที่ความจำเธอยังไม่หายไปทั้งหมด

อลิซเตรียมร่างปาฐกถานานถึง ๓ วัน ซักซ้อมพูดให้ลูกดูซ้ำแล้วซ้ำอีก พิมพ์ข้อความตัวโตๆ บันทัดห่างๆ ในวันพูดจริงต่อหน้าคนมากมายในห้อง อลิซใช้ปากสะท้อนแสงขีดข้อความที่พูดไปแล้วเพื่อมิให้พูดซ้ำข้อความที่พูดไปแล้วแต่ "ลืม" ว่าพูดแล้ว อาการเงอะๆ งะๆ ด้วยความประหม่า ขาดความมั่นใจ และเมื่อกระดาษที่วางบนโพเดียมร่วงลงพื้นในนาทีแรกๆ ที่ขึ้นพูด คนในห้องประชุมเงียบกริบ เราคนดูก็เอาใจช่วยให้เธอผ่านไปได้

ฉากนี้เป็นฉากสำคัญของหนัง เป็น Big Dialogue ที่บอกเล่าความเป็นอัลไซเมอร์ออกมาจากคนที่รู้จักโรคนี้ดีที่สุด (คือคนเขียนเรื่อง) ช่วยให้เราเข้าใจผู้ป่วยอัลไซเมอร์มากขึ้น คำพูดของอลิซสะกดผู้ฟังให้เงียบกริบ น้ำตาคลอ เราที่เป็นคนดูก็พลอยน้ำตาซึมและปลาบปลื้มมากที่หนังเรื่องนี้สามารถช่วยให้คนทั่วไปที่ไม่รู้จักโรค ไม่เข้าใจผู้ป่วย และยังคงมองพวกเขาอย่างไร้ค่า และ น่าขัน จะได้เข้าใจและปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างให้เกียรติในฐานะที่เป็นเพื่อน เป็นญาติ และเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

อลิซออกไปวิ่ง แล้วหาทางกลับบ้านไม่ถูก เป็นอาการแสดงเริ่มแรกของเธอ

อาหารง่ายๆ ที่เคยทำทุกวัน เธอก็ลืม จนต้องค้นหาวิธีทำจากมือถือ

หนังค่อยๆ เปิดให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของโรคผ่านชีวิตประจำวันของอลิซ ความกดดันในครอบครัว ความสัมพันธ์กับสามีและลูกๆ ๓ คน โดยเฉพาะลูกสาวคนเล็กที่ความสัมพันธ์ไม่ดีนัก ทุกคนค่อยๆปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาความเป็นครอบครัว เมื่อถึงวันหนึ่งที่อลิซแทบไม่รู้จักตัวเอง จำคนรอบข้างไม่ได้ ช่วยตัวเองได้น้อยลง

อลิซ กับลูกสาวคนเล็ก ลิเดีย (รับบทโดย Kristen Stewart) จากความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่น พัฒนาเป็นความเข้าใจเมื่อแม่ป่วย

ความรัก ความเข้าใจ ของครอบครัวเท่านั้นที่ประคับประคองชีวิตของอลิซ

คุณค่าสำคัญของหนัง Still Alice คือ ช่วยให้เราเห็นคุณค่าของครอบครัว ความทรงจำ และความมีตัวตนของมนุษย์ รู้จักโรคอัลไซเมอร์ เข้าใจ เห็นใจ และปฏิบัติต่อผู้ป่วยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

จูเลียน มัวร์ (Julianne Moore) รับบทเป็นอลิซ ได้แนบเนียนเข้าถึงอารมณ์ตัวละคร ไร้ที่ติ เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาแล้วหลายเวที และรอลุ้นรางวัลใหญ่ออสก้า สาขานักแสดงนำหญิง ตอนสายๆ วันจันทร์ที่ ๒๓ กพ. ที่จะถึงนี้ คิดว่าไม่น่าพลาด

หนังเพิ่งเข้าฉาย คนดูในโรงน้อยทุกรอบ หนังแบบนี้คงอยู่ไม่นาน

เป็นหนังอีกเรื่องที่หมดจด งดงาม ควรค่าแก่การออกจากบ้านไปนั่งชมในโรง.

อาทิตย์ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘