10 กลเม็ดในการสร้างทีมนวัตกรรม


ตราบใดที่องค์กรขนาดใหญ่ยังมีความต้องการที่จะเจริญเติบโต ทีมนวัตกรรม จะยิ่งมีบทบาทที่สำคัญ

10 กลเม็ดในการสร้างทีมนวัตกรรม

Successful Innovation Teams

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

maruays@yahoo.com

9 กุมภาพันธ์ 2558

บทความเรื่อง 10 กลเม็ดในการสร้างทีมนวัตกรรม นำมาจากเรื่อง Ten Tips for Successful Innovation Teams ประพันธ์โดย Carl Fudge & Joaquín Roca

ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/successful-innovation-team

โดยย่อ

  • โครงการเพื่อการสร้างนวัตกรรม มักจะประสบความล้มเหลวถึง 90 % เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ?
  • คำตอบหนึ่งคือ เกิดจากทีมนวัตกรรม (innovation teams) ที่ได้รับมอบหมายให้สร้างนวัตกรรมนั่นเอง
  • การสร้างทีมให้ประสบความสำเร็จ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่ง
  • บทความนี้มี 10 กลวิธี ในการสร้างทีมให้มีสมรรถนะสูง เพื่อการเจริญแบบก้าวกระโดดขององค์กร

เกริ่นนำ

  • ลองมโนภาพว่า คุณได้รับมอบหมายให้สร้างทีมนวัตกรรม เพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร เพราะองค์กรมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปแบบเดิมมานานนับสิบปีแล้ว
  • ในทางบวก คุณได้รับมอบงบประมาณและมีความเป็นอิสระในการเลือกทีมในฝันได้เอง เพื่อการบรรลุพันธกิจที่ได้รับมอบหมาย
  • ในขณะเดียวกัน คุณไม่มีเวลามากนัก เพราะเจ้านายก็เร่งรัดอยู่ตลอดเวลา คุณจะเริ่มต้นอย่างไร

1. เริ่มจากกล่องขนาดใหญ่ ไม่ใช่คิดนอกกล่อง (Start by building a bigger box rather than trying to think outside it!) คือ การสรรหาบุคคลที่ใช่ (the right people) เป็นผู้ที่เข้าใจบทบาทของทีม

  • ขั้นตอนต่าง ๆ เริ่มด้วย
  • 1. creative phase คือการมีแนวคิดทางธุรกิจใหม่ ๆ
  • 2. analytical phase คือเข้าใจศักยภาพทางธุรกิจ และ
  • 3. development phase คือนำแนวคิดที่ได้ไปทดลองในตลาด
  • จากขั้นตอนดังกล่าว การคิดนอกกล่อง (outside the box) ไม่พอเพียงต่อความสำเร็จ เพราะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ ต้องประกอบด้วยทีมที่คิดแบบกล่องขนาดใหญ่ที่สุด (biggest box) เท่าที่จะเป็นไปได้
  • กล่องในที่นี้หมายถึงผลรวมของประสบการณ์ ทักษะ เครือข่าย และความรู้ทางวิชาการที่ทีมมีโดยรวม การเลือกสมาชิกทีมที่มีความหลากหลาย ทำให้กล่องมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • กล่องขนาดใหญ่มีประโยชน์คือ

1.) เมื่อมีการติดต่อเชื่อมโยงสมาชิกของทีม จะทำให้เกิดปัญญา (a-ha) ที่เป็นความคิดใหม่ และ

2.) มีคำถามที่เป็นความท้าทาย เพื่อไขว่คว้าโอกาสที่มีความเป็นไปได้สูง

2. เลือกสมาชิกทีมจาก เขารู้อะไรและเขารู้จักใครบ้าง (Select your team for WHO they know as well as WHAT they know) คำพูดที่ว่า ให้คุณรู้ว่าใครคือผู้รู้ (its not what you know but who know) เป็นความจริงสำหรับทีมนวัตกรรม

  • สมาชิกทีมนวัตกรรมควรมีเครือข่ายที่เป็นผู้รู้ เพื่อจะได้มีคำตอบที่ยังเป็นข้อสงสัยได้อย่างรวดเร็ว และขอความช่วยเหลือได้
  • คุณสมบัติหนึ่งในการคัดเลือกของสมาชิกทีมนวัตรรม คือ การที่เขามีเครือข่ายที่เป็นผู้รู้
  • เครื่องมือที่เรียกว่า mapping networks จะทำให้เราเลือกสมาชิกทีมได้ดีขึ้น

3. เลือกผู้นำมาหนึ่งคนแล้วให้สิทธิเขาตามแต่เขาจะต้องการ (Pick a one leader and provide him or her the autonomy they need to be successful) เป็นการเน้นที่การจัดตั้ง (set up) มากกว่าตัวบุคคล เพื่อการทำงานให้สำเร็จ

  • ทีมนวัตกรรม มีผู้นำที่เป็นแบบอย่างเฉพาะคือ
  • ประการแรก ให้ตั้งผู้นำของทีมเพียงคนเดียว เพราะทีมนวัตกรรมที่มีผู้นำสองหรือสามคน ยากที่จะประสบความสำเร็จ
  • การมีหัวหน้าทีมเพียงคนเดียว ทำให้มีการตัดสินใจได้ง่ายและรวดเร็ว เหมาะกับการสร้างนวัตกรรม เพราะบางครั้ง ผู้นำต้องตัดสินใจ แม้ว่าข้อมูลข่าวสารที่มีจะยังไม่มีความสมบูรณ์
  • ประการที่สอง หัวหน้าทีมต้องได้รับสิทธิอย่างเด็ดขาด ในการเลือกสมาชิกทีม
  • เขาต้องมีสิทธิที่จะเลือกใครก็ได้ โดยฝ่ายบุคคลต้องให้การสนับสนุน และเขาสามารถเปลี่ยนสมาชิกทีมได้ตามต้องการด้วย

4. ทีมที่สามารถหาช่องว่างในตลาด และสร้างตลาดในช่องว่างนั้นได้ (Build a team that can both identify gaps in the market and markets in the gap!) เป็นที่ทราบว่า ธุรกิจที่ดีคือการปิดช่องว่างในตลาด คือความต้องการตลาดที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง

  • แต่นั่นยังไม่เพียงพอสำหรับการสร้างนวัตกรรม
  • นวัตกรรมไม่ใช่เพียงการมีความคิดที่ดี แต่ต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้ายินดีจ่ายเงินด้วย นั่นคือมีการสร้างตลาดจากช่องว่างนั้น
  • การหาช่องว่างในตลาด ไม่มีอะไรดีไปกว่ามีสมาชิกทีมที่เป็นนักสังเกตการณ์กลุ่ม (Ethnographers) ที่สังเกตพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้า และรู้ว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองคืออะไร เพื่อเป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรม
  • นักสังเกตการณ์กลุ่ม จะติดตามและสัมภาษณ์กลุ่มลูกค้าเกี่ยวกับพฤติกรรมประจำวัน หาความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง จะได้สร้างนวัตกรรมที่เป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อเป็นการป้องกันการลงทุนที่สูญเปล่า

5. หาสมาชิกทีมที่เป็นนักเล่าเรื่องที่ดี (Find team members who tell great stories!) การสื่อสารความคิดทางธุรกิจรูปแบบใหม่ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญพอ ๆ กับคุณภาพของความคิดใหม่

  • ไม่ว่าเป็นการเสนอความคิดให้เจ้านายฟัง เพื่อนร่วมงาน หรือนักลงทุน จะต้องให้เกิดความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า คุณค่าที่ได้คืออะไร เพื่อสร้างความกระตือรือร้นในการทำให้สำเร็จ
  • นักเล่าเรื่องที่ดี จะช่วยทำให้เกิดสิ่งที่เป็นจริงขึ้นมาได้ (A good storyteller can help make this a reality.)
  • นักเล่าเรื่องที่ดี สามารถอธิบายปัญหาและวิธีการแก้ปัญหา ที่ทำให้เกิดการกระตุ้นการลงมือปฏิบัติ และทำให้เกิดความร่วมมือของทีมและบุคลากรอื่นในองค์กร
  • นอกจากนี้ การเล่าเรื่องที่ดียังทำให้เรื่องราวน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ จะดียิ่งขึ้นถ้ามีรูปภาพ การ์ตูน หรือภาพยนต์ประกอบด้วย

6. เข้าใจกับความขัดแย้งที่ดีกับความขัดแย้งที่เลว (Understand the difference between good and bad conflict) จากการที่ทีมมีความหลากหลาย เป็นสิ่งที่ดีต่อการสร้างนวัตกรรม แต่การที่บุคคลมาจากแต่ละแห่ง มีมุมมองและแนวคิดที่ต่างกัน อาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้

  • ข้อแตกต่างอาจนำมาซึ่งความไม่สะดวกใจ หรือทำให้เกิดความขัดแย้งได้ ดังนั้นต้องใส่ใจในกระบวนการของทีม และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของทีมเป็นสำคัญ
  • ความขัดแย้งไม่ได้เป็นเรื่องเลวเสียทีเดียว บางครั้งยังเป็นสิ่งที่ต้องการ
  • Katzenbach กล่าวว่า ผู้คนคิดว่าการจัดตั้งทีมต้องการคนที่ไปด้วยกันได้ แต่ไม่ใช่ทีมนวัตกรรม ที่ต้องการเรียนรู้ไปด้วยกัน แต่ยังต้องการความคิด ที่เป็นความท้าทายกันและกันด้วย
  • ความขัดแย้งที่ดี (constructive conflict) คือมีการอภิปรายถึงวิธีการแก้ปัญหาอย่างกว้างขวาง เป็นการขัดแย้งทางความคิด แต่ความขัดแย้งที่เลว (interpersonal conflict) คือความขัดแย้งระหว่างบุคคล ที่เป็นเรื่องส่วนตัว สมควรรีบกำจัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม อย่าให้ลุกลามออกไป

7. ส่งเสริมทีมด้วยการส่งตัวกวนจากภายนอก (Supplement the innovation core team with an external provocateur) บางทีเป็นการดีที่จะมีบุคคลภายนอกมาช่วย โดยการมาร่วมอยู่ในทีมด้วย

  • การมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก มาเป็นผู้ให้ความรู้ จะทำให้องค์กรเกิดความตื่นตัว และทำให้องค์กรมีกลยุทธ์ที่มีความกล้าหาญมากขึ้น
  • หรือถ้าหากทีมขาดคนจุดชนวน อาจต้องว่าจ้างสมาชิกที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ตามที่ Katzenbach กล่าวว่า เป็นคนที่มีความคิดแผลง ๆ 8 ข้อ และมีความคิดเด็ด ๆ 2 ข้อ
  • โดยให้ถือว่าเป็นที่นิสัยเฉพาะตัวของเขาเอง อย่าไปให้ความสนใจมากกว่าความคิดดี ๆ ที่เขานำเสนอ
  • บุคคลจำพวกนี้ เราเรียกว่า ตัวกวน (Irritant) ไม่ได้หมายความว่าให้เราไปแก้นิสัยของเขา แต่ให้สนใจประสบการณ์ ที่เขามีต่างออกไปจากทีม
  • การมีเขาอยู่ถือว่าเป็นแรงกระตุ้นที่ดีให้กับทีม

8. อย่าลืมตั้งเป้าประสงค์และมีตัววัดความก้าวหน้า (Remember to set goals and measure progress) ทีมนวัตกรรมอาจไม่ใส่ใจ กับการตั้งเป้าหมายตั้งแต่ต้นโครงการ เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จะเสร็จสิ้นได้เมื่อใด และไม่ต้องการบีบรัดตัวเอง เพียงแค่คิดว่าทำออกมาได้ก็ดีแล้ว

  • แม้ว่าจะเป็นการยาก แต่ถ้าทีมไม่มีวินัยในการตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรก โอกาสล้มเหลวจะมีสูง
  • ทีมที่มีสมรรถนะสูง จะมองที่เป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ ในการเสริมความมุ่งมั่นของทีม
  • ตัววัดผลที่ดีที่สุด คือตัววัดที่ทีมช่วยกันสร้างขึ้นมาเอง จะทำให้ทีมมีความมุ่งมั่นและมีความรับผิดชอบต่อเป้าหมาย

9. มีความคิดเหมือนผู้ประกอบการใหม่ (Think like a startup entrepreneur) ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ จะเล่าถึงแรงกระตุ้นที่สูงของพวกเขามี เมื่อตอนเริ่มธุรกิจ ซึ่งยากที่จะเลียนแบบได้ในทีมนวัตกรรมขององค์กรขนาดใหญ่ ที่มีแรงกดดันน้อยกว่า

  • ข้อเท็จจริงแล้ว สมาชิกทีมนวัตกรรมในองค์กร มักจะปฏิบัติตนเหมือนกับที่เคยเป็น (business as usual manner) ต่างจากผู้ประกอบการรายใหม่ ที่มีแรงผลักดันให้ทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำโดยไม่ย่อท้อ
  • การทำให้เกิดแรงผลักดันเช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายใหม่ สามารถทำได้โดยจัดผลตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อ กับงานที่มีความเสี่ยงสูง สร้างรายได้ที่สูง ก็สมควรได้รับค่าตอบแทนสูง
  • หรือไม่เช่นนั้น อาจมีการตกลงทำสัญญาเฉกเช่นเดียวกับผู้ประกอบการ (entrepreneurship contract) เพื่อให้พวกเขามีความมุ่งมั่นกับธุรกิจ

10. มั่นใจว่าสมาชิกทีมทุ่มเทสุดตัว (Ensure team members have both feet in) แม้ว่าจะมีผลตอบแทนหรือรางวัลแล้วก็ตาม ทีมนวัตกรรมจะประสบผลสำเร็จได้ สมาชิกทุกคนต้องทุ่มเททั้งกายและใจ ไม่ใช่ทำแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ (one foot in, one foot out)

  • ในมุมมองนี้ ต้องให้พวกเขาสวมหมวกเป็นผู้ร่วมลงทุน (venture capitalist) จะได้เข้าใจความรู้สึกถึงความสำคัญของทีมนวัตกรรมว่าควรมีคุณลักษณะเช่นใด
  • ตัวอย่างคือ Ryan Allis เริ่มธุรกิจ iContact ในปี ค.ศ. 2003 ขณะที่เป็นนักศึกษาที่ University of North Carolina at Chapel Hill เขาต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเรียนให้จบปริญญาหรือจะออกมาทำธุรกิจ ปรากฏว่าเขาเลือกเช่นเดียวกับ Bill Gates และ Michael Dell คือเลิกเรียนแล้วมาทุ่มเทกับธุรกิจ ปัจจุบันธุรกิจของเขามีคนงาน 210 คน มียอดขายต่อปี $38 ล้านเหรียญ ที่เขาประสบผลสำเร็จได้ เพราะเขาทุ่มเทเวลาให้กับธุรกิจอย่างเต็มที่นั่นเอง
  • การที่ทีมจะประสบความสำเร็จ สมาชิกทุกคนต้องทุ่มเททำงานให้กับทีมนวัตกรรม ไม่ต้องห่วงหน้าที่อื่นในองค์กร

สรุป

  • ตราบใดที่องค์กรขนาดใหญ่ยังมีความต้องการที่จะเจริญเติบโต ทีมนวัตกรรม จะยิ่งมีบทบาทที่สำคัญ
  • บริษัทที่ใช้เวลาล่วงหน้า ในการเลือกองค์ประกอบของทีม มีการจัดการ และการกระตุ้นทีมงานที่ดี จะประสบความสำเร็จ มากกว่าบริษัทที่มีแนวทางปฏิบัติอย่างที่เคยทำกันมา

***************************************

คำสำคัญ (Tags): #innovation#นวัตกรรม
หมายเลขบันทึก: 585653เขียนเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2015 20:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2015 20:03 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

ชอบมากครับ ขอบพระคุณครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี