วันที่สิบสอง-ธรรมะชุดใหญ่ ขัดใจ ขัดเกลา

วันที่สิบสอง-ธรรมะชุดใหญ่ ขัดใจ ขัดเกลา

วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วันนี้ตั้งเป้าว่าจะเคลียร์วิเคราะห์ตัวอย่าง ที่เหลือให้หมด พอมานับจริงจากเดิมที่คิดว่า 12 กลายเป็น 14 ดำเนินภารกิจเรื่องเสื้อให้เรียบร้อย มีประชุม แต่คงยากที่จะอยู่ได้ยาวตลอด พอลงมือเป็นยังไง

หนูรีบเลย เริ่มงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง มีรู้สึกเพลีย จึงออกมาขยับเคลื่อนไหว วิ่ง พอได้เหงื่อซึมก็ไปลุยต่อ จนเสร็จ มานั่งท่านข้าวก็ เวิ่นเว้ออยู่พักใหญ่เหมือนกันค่ะ บดยาได้ตัวหนึ่ง แต่ตัวนี้อย่างปราบเซียน ทั้งแข็งและหยาบ ส่วนหนึ่งพยายามจะแก้สิ่งที่พี่ชี้ว่า ยาที่บดมันยังหยาบอยู่ มองดูนาฬิกา คิดกับตนเองว่า

"เอาน่าหาเสื้อให้ได้แต่เช้า ๆ จะได้มีเวลาปัก ไม่เร่ง"

คำนวณเวลาว่าร้านน่าจะเปิด ก็ไปลุยตามจุดที่คิดไว้ แวะ ร้านอเมซอนดื่มชา ได้เห็นจิตตนเองอย่างหนึ่งคือ

"มันจอบ เก่งมาก ๆค่ะ"

(จิตไปแอบฟัง คิด วิเคราะห์ เรื่องราวที่ได้ยินจากโต๊ะข้าง ๆ)

เป็นเรื่องราวของ สาว ๆ ที่กำลังหาสามีฝรั่ง

แม้จะเป็นเรื่องที่เคย อ่านเจอ หรือ ได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่า จะ เจอ จะ ๆ

ภายนอกดูไม่ออกเลยว่า จิตหนูกำลัง จดจ่อฟัง

เพราะอะไร ก็เหมือนกำลังทำงานอะไรสักอย่างที่สำคัญ ใน iPad

เซ็งทั้งเรื่องราวที่ได้ยิน เซ็งทั้ง ตนเองที่ ไป ส ใส่เกือกเรื่องชาวบ้านค่ะ

แล้วก็ไปต่อในการทำภารกิจ

จากที่กำหนดกับตนเอง น่าจะไม่เกินสองชั่วโมงนะ กินเวลา บีบคั้นใจมาก ๆ ค่ะ แต่ละขั้น แต่ละตอนของบทเรียนวันนี้



ที่ครูเมตตาออกแบบให้ได้เรียนรู้ หนูได้เรียนรู้อะไรบ้าง

มันมีจิตที่จะ คิดถอย ตลอดเวลา มีความคิดสงสัย กังวล กลุ้มใจ โผล่มาระหว่างภารกิจตลอด แถมมันยังเอาเหตุผลแบบโลก ๆ มา ดีเบท เหมือนมันสู้กัน

"แกคิดว่า สิ่งที่ครูบาอาจารย์ พาทำมันเป็นกิเลสเหรอ"

คำตอบแบบจิตที่คร่ำครวญสะบัด ๆ กับตนเองว่า

"ไม่นะ มันเป็นธรรม ครูพา ทำธรรมมาเสมอ"

"แล้วแก จะมาสงสัยอะไร แล้วเต็มที่รึยัง มันสุดปัญญา จนปัญญาแกรึยัง"

แรก ๆ ข้างนอกน้ำตาไม่ไหล แต่กิเลสข้างในมัน ถึงขั้นร้องโฮ

จัดว่าวันนี้เดินไกล และไกลมาก ถามว่า เหนื่อยไหม มาถึงตอนนี้ ก็ไม่เหนื่อยนะ ทั้ง ๆที่ได้หลับจริง ๆไม่ถึงสองชั่วโมง

มีหลายจังหวะที่ ใจถูกบีบ ด้วยกิเลสตนเอง และแรงส่งของกิเลสคนที่เข้าไปติดต่อ

มันรุนแรงมาก หลายครั้งคล้ายถูกเชิญออกจากร้านอย่างสุภาพ แต่สิ่งที่เขาส่งมา ใจนี้เหมือนรับมาเต็ม ๆ แล้ว แถมด้วยกิเลสตนเอง อีกเพียบค่ะ

ระลึกรู้กับตนเองว่า

โจทย์นี้จากครู เรียนเรื่อง ความบีบคั้นของจิต ในบริบทที่ควบคุมไม่ได้ ตัดสินใจเองไม่ได้ แล้วเราจะเผชิญหน้ากับ กิเลสตนเอง อย่างไร

ในขณะที่คนรอบข้างนั้น ควบคุมตนเองให้ไม่ส่งอคติ หรือ ความคิดด้านลบ มาที่เราไม่ได้

ตอนนั้นไม่เข้าใจ พอตัดสินใจออกมาก่อน

รู้สึก น้ำตาจะไหล แล้วมีเสียงตะโกน ออกมาว่า

"หนูอยากกลับไปทำงานแล้ว อะไรที่วางแผนไว้ยังไม่ถึงไหนเลย"


แต่สุดท้ายก็ อดทนจนทำภารกิจขั้นตอนแรกเรียบร้อย แม้ตอนท้าย กินเลสทะลักลงร่องเก่า

ครูเมตตาแก้ทางให้ ก็ได้ของในมือ สำเร็จ !!!!!



เหมือนหนูมานั่งน้ำตาซึม รู้สึกคลายใจได้เปาะหนึ่ง เหมือนเดินทางมาจะครึ่งทางละ

เหมือนพึ่งวิ่งผ่านพายุ แต่ใจไม่ได้ปีติ เป็นเหมือนแค่ โล่งใจ บนซากปะหลักหักพัง ของอะไรสักอย่าง ข้างใน

ขับรถออกมา ไม่มีเวลาอ้อยอิ่ง ถามตนเอง

"เป็นยังไง ธรรมะบทใหญ่"

คำตอบแบบตะโกนจากข้างใน ปนร้องไห้แบบน้ำตาทะลักออกมาข้างนอก

"ธรรมะบทนี้มันยาก มันยากมาก หนูทุกข์ หนูทุกข์ ฮือ ๆ ๆ"

ครานี้มันระเบิดออกมาเลยค่ะ น้ำตาพราก ทั้ง ๆที่กำลังขับรถ แต่เหมือนแป๊บเดียวไม่ถึงสอง สามนาที น้ำตาเหมือนปิดก๊อกจากข้างใน เงียบ เปลี่ยนเร็วมากแล้วไปต่อ

ไม่นาน

ครูเมตตาโทรมา เหมือนได้กำลังใจและให้คำตอบว่า

"ที่เผชิญทั้งหมด คือ กิเลสตนเอง"

เหมือน รบ สนามแรก ผ่านไป

สนามที่สอง ก็เหมือนมาต่อเนื่องแบบพักไม่ทันจะหายเหนื่อย

มีอะไร ไม่ได้ดั่งใจ ควบคุมไม่ได้ ลองปรับเปลี่ยน แบบเดินไปข้างหน้าแล้ว หาอยู่หลายที่ เหมือนโดนทดสอบว่า

"ไม่มีที่ไหนพร้อมรับงาน ที่ อื่น เร็วที่สุดคือ อีกหนึ่งเดือน"

ตัดสินใจใหม่ กลับมาที่เดิมแล้วใช้การเจรจาต่อรอง ทั้ง ๆที่ แบตมือถือก็หมดไปสองที ดีที่ชาร์ทในรถได้บ้าง เสร็จภารกิจ จบตามข้อตกลง

ระลึกถึงคำครูว่า หนูตัดสินใจขับรถไปหน้าวัดหนองแวง เพราะจำคำท่านได้ว่า

"ที่พระธาตุหนองแวงมี พระธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ระลึกถึงท่าน เมื่อก่อนครูมักจะมาที่ริมบึงบ่อย ๆ"

หนูขับไปจอด หน้าวัด จุดที่เล็งเห็น ยอดพระธาตุ พับขาขึ้นขัดสมาธิเพชร

ตั้งเจตนาของพึ่งบารมีพระพุทธเจ้า

วันนี้หนูเห็นทุกข์ แม้ใจจะไม่ค่อยมีกำลังมาก แต่ก็พอพยุงไหว และกายล้า

ข้างในเหมือนเต็มไปด้วยซากปะหลักพัง

หายใจ ทำสมาธิ นานเท่าไหร่ไม่รู้ ระลึกถึงครู

แล้วท่านก็โทรมาพอดี ลืมตาแล้วก็คุยกับท่าน เรื่องรูปแบบสุดท้ายก่อนส่งงานให้ช่าง

พอเข้ามาที่ทำงาน ถามตนเองว่า "ไหวไหม"

คำตอบคือ ก็พอได้นะ ทำได้เท่าที่ทำ

จึงไปขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ก็ขอพักข้างในสักหน่อยก่อน

แล้วครูก็เมตตาโทรมา เหมือนได้สรุปบทเรียน แล้วท่านก็ให้กำลังใจ ชี้ให้มองเห็น ถึงการเติบโตภายใน

อะไรบางอย่างที่ เห็นกิเลสตนเองได้ ชัดขึ้น

นับจากวันที่ลงดอยมาจาก R2R ปางมะผ้า มีบางอย่าง เปลี่ยนอยู่ข้างใน

วันนี้หนูประทับใจทุกอย่างเลยค่ะ คือ

ธรรมะบทใหญ่มาก ๆ ที่ ขัดใจ และขัดเกลา

ในชีวิตคน ๆ หนึ่ง ต้องมีโอกาส เจอเรื่องแบบนี้แน่ ๆ แล้ววันนี้

ท่านเด็ดเดี่ยว มาก ๆ ที่เมตตาให้หนูเรียน ธรรมะบทนี้

หนูจะไม่มีโอกาสจะได้เรียนรู้เรื่องนี้เลย ถ้าไม่เพราะความเมตตาของครูกะปุ๋ม ที่ให้โจทย์ จับมือ ประคอง ให้หนูได้เรียนรู้ มันยิ่งใหญ่มาก ๆ เจ้าค่ะวันนี้

อธิบายไม่ถูกชี้ได้ไม่ชัด แต่ว่า ความประทับใจกับความเมตตาของครู คับอกคับใจอยู่ภายใน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)