ภาวะตาย 4 ประเภท และ 6 เคสยาก

  1. ภาวะตาย 4 ประเภท

1.ตายได้….

พยากรณ์โรคชัดเจน มีเวลาทำใจยอมรับว่าตายพอสมควร มีแนวทางปฏิบัติชัดเจน สังคมให้ความสนใจในการดูแล

แนวทางการดูแล คือ ทำความเห็นให้สอดคล้องระหว่างทีมการรักษาและญาติผู้ป่วย สอบถามระดับการยอมรับความตายได้ตลอดจนความหวังและความหมายชีวิต ประเมินสติรับรู้ของผู้ป่วยเพื่อการทำ Living Will ที่เหมาะสม ทำประชุมครอบครัวตามระยะโรคเพื่อวางแผนการดูแลและสร้างความเชื่อมั่นตลอดการดูแล

2.ตายด่วน….

พยากรณ์โรคชัดเจนว่าไม่รอด มีเวลาทำใจยอมรับว่าตายน้อย มีแนวทางการยื้อชีวิตเท่านั้น สังคมให้ความสนใจต่อสาเหตุการตาย

แนวทางการดูแล คือ ทำความเห็นให้สอดคล้องระหว่างทีมการรักษาและญาติผู้ป่วยหรือผู้นำส่ง ให้ความจริงแก่ผู้ดูแลเป็นระยะๆพร้อมดูแลเรื่องทางกฎหมายหรือความเสี่ยง ประเมินสติรับรู้ผู้ป่วยแจ้งเพื่อให้ผู้ดูแลทราบและให้แง่คิดในการตัดสินใจที่สอดคล้องกับความจริง(ถูก/ผิด,ดี/ชั่ว,ประโยชน์/ไม่เป็นประโยชน์) ให้ความใส่ใจกับการปฏิบัติเพื่อกู้ชีวิตอย่างเต็มความสามารถเพื่อแสดงความรับผิดชอบ อย่างไม่ท้อถอย เหนื่อยหน่าย

3.ตายดื้อ…..

พยากรณ์โรคไม่ชัดเจน มีความคาดหวังให้ชีวิตอยู่ต่อมาก ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนทางการแพทย์(ขึ้นกับผู้ป่วย) สังคมให้ความสนใจในการรักษา

แนวทางการดูแล คือ ทำความเห็นให้สอดคล้องระหว่างทีมการรักษา ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย ให้ข้อมูลของโรคและการดูแลปัจจุบัน พร้อมย้ำเรื่องความไม่เที่ยงของชีวิต ประเมินสติรับรู้ผู้ป่วย เพื่อทำการวางแผนกับผู้ป่วยและญาติกรณีฉุกเฉินที่สามารถเกิดขึ้นได้แต่เนิ่นๆ หรือทำ Living Will เพื่อป้องกันภาวะพึ่งพาเรื้อรัง เปิดโอกาสต่อการแพทย์ผสมผสานเพื่อเป็นการบรรเทาความคาดหวัง แต่ไม่รบกวนการแพทย์ปัจจุบัน

4.ตายทั้งเป็น…..

ไม่มีพยากรณ์โรคว่าจะตาย มีความขัดแย้งต่อความคาดหวังให้ดีขึ้นหรือตายไป ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนทางการแพทย์(ขึ้นกับผู้ดูแล) สังคมให้ความสนใจเรื่องระบบรองรับ

แนวทางการดูแล คือ ให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและผู้ดูแล ให้กำลังใจและปรับความคิดต่อการดูแลแก่ญาติและทีมผู้ดูแล ประเมินความรับรู้ขอบเขตตัวโรคของญาติ/ผู้ดูแล เน้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการฟื้นฟูสุขภาพของทุกฝ่าย ให้ความสำคัญตามสิทธิ์การรักษาและหาระบบอุปถัมภ์ทางสังคมเพิ่มเติม


Difficult Themes in Palliative Care

1. Annoy เคสที่ผู้ป่วยหรือญาติยังไม่สามารถยอมรับความตายได้เลย ซึ่งมักเกิดจากการสื่อสารความจริงเป็นไปได้ยาก ทำให้ Elizabeth Kubler Ross ไม่ผ่านไปได้ด้วยดี ประกอบกับบุคลิกภาพ หรือสมดุลของสัมพันธภาพที่สร้างขึ้นใหม่นี้อาจจะออกมาในรูปแบบของ sick role ทำให้มีโอกาสที่จะควบคุมอาการทุกทรมานทางร่างกายได้ยาก ตลอดจนผู้ป่วยมีการใช้ immature defense mechanism ได้บ่อยๆ เช่น regression และ projective identification

2. รักแท้ เคสที่ผู้ป่วยเป็นคนที่แพ้ไม่เป็น เป็นนักสู้ และไม่สามารถบอกคนในครอบครัวได้ว่ายอมแพ้ หรือยอมรับธรรมชาติ ในขณะที่คนรอบข้างก็ยังไม่สามารถยอมรับความตายของผู้ป่วยได้ มีการเชียร์ให้ผู้ป่วยสู้อยู่เสมอ จึงได้รับหัตถการทางการแพทย์มากขึ้นเรื่องๆมีโอกาสเสียชีวิตในสนามรบได้สูง มักเข้าข่ายเคสตายดื้อ (ความรักที่แท้จริง)

3. เตี้ยอุ้มค่อม เคสที่โดยมากเกิดกับผู้ป่วยที่มีความมั่นใจสูง เชื่อมั่นตนเองสูง หรือเดิมทีผู้ป่วยเคยเป็นผู้นำครอบครัว หรือเป็นลูกที่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ควรได้ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่ามากกว่าให้พ่อแม่มาดูแลตน คิดเสมอว่าตนเองโชคไม่ดีที่มาล้มป่วยและไม่สามารถให้อภัยตนเองได้เมื่อตนเองต้องตกมาอยู่ในภาวะพึ่งพาผู้อื่น (แม่ที่แท้จริง)

4. โพธิสัตว์ เคสที่ต้องให้การดูแลทางครอบครัวและสังคมมากขึ้น การจัดระบบการส่งต่อ จิตอาสาให้เกิดขึ้นในชุมชน หรือหากทำไม่ได้ก็คือการเสียสละขององค์กรเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากผู้ป่วยและญาติไม่สามารถดูแลต่อได้เอง เกิดภาวะ total dependence ต่อระบบสาธารณสุข มักเข้าข่ายเคสตายทั้งเป็น

5. ขี่ช้างจับตั๊กแตน (จำเป็นต้องขี่เพราะอยากให้เห็นช้าง) เคสที่มีแนวโน้มหรือพบว่า death acceptance level ของผู้ป่วยและครอบครัวดีแล้ว แล้วเป็นโอกาสที่จะให้ comfort care ที่ดี ทำเรื่องราวที่น่าสนใจเพื่อเป็นการ promote หน่วยงาน ทำให้คนอื่นเห็นความสวยงามของงานดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ทำให้เกิดกำลังใจในการทำงาน

6. Beyond (RM+/-) เคสที่ต้องมีอารมณ์ความรู้สึกร่วม เพื่อเร้าคุณธรรมของผู้ดูแล หรือ care team เพื่อให้เกิดความใส่ใจในการดูแลผู้ป่วยเป็นเป้าหมายหลัก รวมทั้งการพยายามลดความเสี่ยงจากการฟ้องร้องของญาติในบางกรณี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นานาสาระในความวุ่นวาย



ความเห็น (0)