วันที่เก้า-ทำแล้วจะเข้าใจ

วันที่เก้า-ทำแล้วจะเข้าใจ

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เช้านี้ตั้งใจว่า แวะส่งฟรุ๊ตสลัดให้พี่หมอแอนที่บ้านตอนเช้า ส่งเบเกอรี่บุญให้ น้องนี ทางรถตู้ อาจารย์กับพี่พิมพ์ทางไปรษณีย์ แล้วก็เขียน short paper

พอลงมือทำ ตอนออกไปหาหมอแอน รู้สึกใจแป้วเพราะใกล้เวลานัดยังหาตำแหน่งไม่เจอ อะไร ๆ ก็ประจวบเหมาะมาทดสอบใจ
ถนนทางเข้าซ่อมจนถึงปากทางรถติด จนมีหลายคันตัดสินใจกลับรถกลางคัน
ใจหนูก็มีร้อนรน แต่ก็ย้ำว่า
ช้าเร็วก็ต้องถึงมือผู้รับ สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ

ขับออกมาด้วยใจที่รู้สึกอนุโมทนากับพี่แอน เกิดรู้สึกสลดสังเวชตนเองสลับกับอึ้ง ๆ ปริ่มน้ำตาจะไหล คล้าย ๆ ความรู้สึกตอนที่ติดตามครูไป รพ.สต.แม่ละนา

ผู้มีความพร้อมที่จะร่วมเดินทางในการสั่งสมกุศลกับครูมีมาก แต่ใจหนูนี่เองที่ไปปิดกั้นเส้นทางของผู้คนเหล่านั้น
หากเพียงแค่หนูลงมือทำตามครูชี้แนะ เจออุปสรรคก็แค่เล็งไปที่เป้าหมาย
เส้นทางนั้นปรับเปลี่ยนได้ ทำไปเรื่อย ไม่เลิกก็ไปถึง ช้าเร็วเป็นเรื่องเหตุปัจจัย
ลองหลบเลี่ยงใช้เส้นทางคู่ขนานกับเส้นเดิม พบว่า
เฮ้ย ทางโล่ง นึกว่าจะไปทำงานสาย ไม่เลย ทันเวลา เหนือความคาดหมาย

พอแวะไปส่งของ ตั้งใจปรับ Package ให้เหมาะ จึงแวะซื้อแล้วแพ็คให้

อาจารย์และน้อง แต่จอดรถขาวเหลืองโดนล็อคล้อ
จึงเดินไปชำระที่สถานีตำรวจ ระหว่างนั่งรอ

เหลือบมองเห็น รายการแข่งร้องเพลง เป็นผู้หญิงสองคนที่ร้องเพลงเดียวกัน ท่าทางและลีลา รวมถึงความกังวลของคนร้อง มองเข้าไปที่กรรมการตัดสิน เขาก็ไม่ได้แสดงถึงความสุขจากข้างใน เป็นความยิ้มแย้มที่ดูปลอม และพยายาม

ทำให้หนูย้อนทวนถึงตนเอง เหมือนฉันเลย ร้องเพลงใช่ว่าจะสนุก ทุกครั้ง ข้างในมันคล้าย ๆ มีอะไรสักอย่างที่บีบคั้น บางทีหนักเข้าก็ประชด ข้างในตนเองทุกข์ แทบแย่ แต่พอร้องเพลงก็เต้น หาเรื่องทำที พาคนอื่นสนุกไปด้วย ทั้ง ๆที่ข้างในมันทุกข์ขนาด
เกิดเสียงดังขึ้นว่า

"ยังจะเอาอีกอยู่บ้อ ทุกข์แบบนี้"

(ยังจะเอาอีกอยู่รึ ทุกข์แบบนี้)

แล้วเหมือนน้ำตาจะไหลกับตนเอง

รู้กับตนเองว่า สะเทือน แต่ไม่ได้ มีอะไรที่มากไปกว่านั้น เพราะความรู้สึกชอบในเสียงเพลงยังมี
ชอบแบบกิเลสด้วย แค่เหตุการณ์นี้รู้สึกสะเทือน

นึกถึงตนเองเมื่อก่อนเท่านั้นเอง แล้วข้างในมันก็ย้อนทวนตั้งแต่ เรียนลีลาศ ซ้อมลีลาศ สอนลีลาศ เตรียมโชว์ต่าง ๆ แล้วก็เหมือนรู้สึก ว่า

ชีวิตที่ผ่านมาชุ่มด้วยสิ่งเหล่านี้

ทั้ง ๆที่ หลายครั้ง เต้น ๆ อยู่ในผับ แล้วรู้สึกเบื่อ หันมองคนรอบ ๆ แล้วมีเสียงดังว่า

"ฉันมาที่นี่ทำไมวะ ยังกะแหล่งรวมสัตว์ประหลาด เหมือนคนบ้าที่มารวมกัน ยังกะนรก"

แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เลิกค่ะ เป็นแบบนี้อยู่หลายปี บางครั้งอาการหนัก แบบเข้าไปเต้นๆอย่างเดียว พอหายอยากก็ออกมา ก็มี

นี่คิดย้อน ถ้าครูไม่ลากออกมา ให้ได้ฝึกฝน ก็ไม่มีทางเห็นตนเองได้เลย
เล่าให้พระพี่ชายฟังท่านรู้สึกยินดีและขนลุก แต่ข้างในหนูยังเหมือนมึน ๆ งง ๆ อาจจะเพราะแค่เห็นแต่ยังไม่เข้าใจค่ะ

แพ็คของส่งให้อาจารย์และพี่พิมพ์ ส่งของขึ้นรถตู้ให้น้องนี พอมาตั้งใจแพ็คให้นึกย้อน ว่าได้บทเรียนนี้จากพี่ที่แม่ฮ่องสอน ที่แพ็คของมาฝากครู ตอนตีห้าที่สนามบิน น่าประทับใจมาก

ประทับใจครั้งนั้นเลยมาลองปรับใช้กับตนเอง ใจหนูรู้สึกดีกับตนเองมาก เพราะคือคำว่า

"ตั้งใจ ใส่ใจ และเต็มที่"

แบบที่ไม่เคยทำมาก่อนกับตนเอง

วันนี้มีเรื่องน่าประทับใจและทึ่งกับตนเองที่มีแต่คำว่า

"งึดหลาย ๆ แค่เฮ็ดนำครูเพิ่นบอก แล้วอิหยั๋ง ๆกะเกินคาดเป็นตางึด"

(ทึ่งมาก ๆ แค่ทำตามที่ครูบอก แล้วอะไร ๆ ก็เกินคาดน่าทึ่งจริง ๆ)

ทั้ง ๆที่ อุปสรรคกะหลาย วิบาก เจ้าของกะหลาย แต่กลับทำร้าย พลังใจบ่ได้ แปลกมาก ๆ
(ทั้ง ๆที่อุปสรรคก็มาก วิบากตนเองก็มาก แต่กลับทำร้ายพลังใจไม่ได้เลย แปลกมากๆ)

ถ้าปกติทุกวัน เจอ แบบนี้เข้า หัวเสีย หงุดหงิดเป็นวัน ๆ แต่วันนี้ มันสั้น แป๊บเดียว ก็ไปต่อ
ที่ขาดไม่ได้เลย

พลังที่ครูเมตตาส่งมา และคำสอนที่ครูแจกแจงให้ เข้าใจแบบแจ่มชัด

จนเห็นได้เลยว่า หนูจะช่วยอะไรได้ เป็นตัวเชื่อม เปิดโอกาสผู้คนได้ มากมาย ให้ได้มีโอกาสเข้ามา ร่วมสร้างกุศลใหญ่ ทำมหาทานกับครูได้อย่างไร้ ประมาณ

ไม่ใช่การบังคับ บีบคั้น แต่ใจของผู้คนเหล่านั้นจะเปิดเอง
แล้วยิ่งพอได้ลงมือทำ

ร่วมเส้นทางสั่งสมกุศลด้วยกัน คนนั้นจะแจ่มแจ้ง และสัมผัสได้ด้วยตนเอง

หากสูงขึ้น ผู้นั้นอาจจะเข้าใจ "ธรรม" ที่ครูได้ชี้ ได้กระจ่าง

หน้าที่หนู คือ แขน ขา เชื่อมระหว่าง ครู และทุก ๆคน โดย ณ ตอนนี้ ครูเมตตาใช้ เบเกอร์รี่เป็น เครื่องมือ เปิดใจ ให้โอกาสผู้คน

คนมีหู มีตา จัก รู้และสัมผัสได้ อันนี้แล้วแต่ใคร จะมีใจเป็นบุญ

หน้าที่หนูคือ เชื่อม และเปิดประตู การที่จะรับไว้ หรือ ส่งต่อก็เป็นเรื่องของคนผู้นั้น ก็เท่านั้นเอง

การนำพาเบเกอร์รี่ต้นกล้าไปส่งที่ต่าง ๆ เป็นโอกาสให้หนูได้สั่งสม บารมี ทั้ง ทาน ขันติ ปัญญา เมตตา อุเบกขา สัจจะ ได้หลายอย่างมาก อันนี้เท่าที่นึกย้อนได้

พอครูชี้ประเด็นว่า รายได้ ก็นำไปต่อบุญ

เปิดโอกาสให้คนมาสร้างกุศล ในวัด ทั้งเป็นปัจจัย ทำโรงทานต้นกล้า ให้แม่ออกที่วัดและใกล้เคียงมาร่วมสร้างกุศล
เป็นค่าแรงแม่ออกที่คอยดูแลความเรียบร้อย ความสะอาด ศาลา บริเวณวัดและห้องน้ำ อำนวยความสะดวกคนมาวัดและภาวนา
ที่สุดคือ รักษาธาตุขันธ์หลวงปู่ทั้งอาหารที่บริสุทธ์สะอาด รวมถึงความเรียบร้อยในวัด ช่วยให้ธาตุขันธ์ท่านแข็งแรง และอยู่เมตตาสรรพสัตว์ได้ยาวนาน

เป็นจุดเล็ก ๆ เพียงขนมก้อนเล็ก ๆ ที่หนูเคยดูถูก ทั้งกาย วาจา ใจ แต่เป็นขนมบุญ ที่เกิดจาก ทาน ศีล ภาวนา ของครูบาอาจารย์ อันเป็นมหาทานที่ยิ่งใหญ่ หากใครใจสะอาดก็จะมองเห็นและสัมผัสได้

เห็นได้แบบนี้ตามครูชี้แล้ว รู้สึกดีจัง แบบนี้

กัลยาณมิตรท่านใด ที่ปรารถนาร่วมสร้างกุศล
ก็สามารถติดต่อมาได้ค่ะ ยินดีน้อมรับเป็นสะพาน ขนส่ง เชื่อมโยงเผยแพร่ สาธุ

วันที่เก้า-ทำแล้วจะเข้าใจ วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 เช้านี้ตั้งใจว่า แวะส่งฟรุ๊ตสลัดให้พี่หมอแอนที่บ้านตอนเช้า ส่งเบเกอรี่บุญให้ น้องนี ทางรถตู้ อาจารย์กับพี่พิมพ์ทางไปรษณีย์ แล้วก็เขียน short paper พอลงมือทำ ตอนออกไปหาหมอแอน รู้สึกใจแป้วเพราะใกล้เวลานัดยังหาตำแหน่งไม่เจอ อะไร ๆ ก็ประจวบเหมาะมาทดสอบใจ ถนนทางเข้าซ่อมจนถึงปากทางรถติด จนมีหลายคันตัดสินใจกลับรถกลางคัน ใจหนูก็มีร้อนรน แต่ก็ย้ำว่า ช้าเร็วก็ต้องถึงมือผู้รับ สุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ ขับออกมาด้วยใจที่รู้สึกอนุโมทนากับพี่แอน เกิดรู้สึกสลดสังเวชตนเองสลับกับอึ้ง ๆ ปริ่มน้ำตาจะไหล คล้าย ๆ ความรู้สึกตอนที่ติดตามครูไป รพ.สต.แม่ละนา ผู้มีความพร้อมที่จะร่วมเดินทางในการสั่งสมกุศลกับครูมีมาก แต่ใจหนูนี่เองที่ไปปิดกั้นเส้นทางของผู้คนเหล่านั้น หากเพียงแค่หนูลงมือทำตามครูชี้แนะ เจออุปสรรคก็แค่เล็งไปที่เป้าหมาย เส้นทางนั้นปรับเปลี่ยนได้ ทำไปเรื่อย ไม่เลิกก็ไปถึง ช้าเร็วเป็นเรื่องเหตุปัจจัย ลองหลบเลี่ยงใช้เส้นทางคู่ขนานกับเส้นเดิม พบว่า เฮ้ย ทางโล่ง นึกว่าจะไปทำงานสาย ไม่เลย ทันเวลา เหนือความคาดหมาย พอแวะไปส่งของ ตั้งใจปรับ Package ให้เหมาะ จึงแวะซื้อแล้วแพ็คให้ อาจารย์และน้อง แต่จอดรถขาวเหลืองโดนล็อคล้อ จึงเดินไปชำระที่สถานีตำรวจ ระหว่างนั่งรอ เหลือบมองเห็น รายการแข่งร้องเพลง เป็นผู้หญิงสองคนที่ร้องเพลงเดียวกัน ท่าทางและลีลา รวมถึงความกังวลของคนร้อง มองเข้าไปที่กรรมการตัดสิน เขาก็ไม่ได้แสดงถึงความสุขจากข้างใน เป็นความยิ้มแย้มที่ดูปลอม และพยายาม ทำให้หนูย้อนทวนถึงตนเอง เหมือนฉันเลย ร้องเพลงใช่ว่าจะสนุก ทุกครั้ง ข้างในมันคล้าย ๆ มีอะไรสักอย่างที่บีบคั้น บางทีหนักเข้าก็ประชด ข้างในตนเองทุกข์ แทบแย่ แต่พอร้องเพลงก็เต้น หาเรื่องทำที พาคนอื่นสนุกไปด้วย ทั้ง ๆที่ข้างในมันทุกข์ขนาด เกิดเสียงดังขึ้นว่า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)