ชีวิตที่พอเพียง : ๒๓๔๒. ด้านมืดของศาสนา


นิตยสาร The Economist ฉบับวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ หน้า ๑๑๙ ในส่วน Books and arts ลงเรื่อง The dark side of religion : Trouble and strife วิจารณ์หนังสือ Fields of Blood : Religion and the History of Violence เขียนโดย Karen Armstrong

ตอนที่ผมเข้าไปค้นชื่อหนังสือเล่มนี้ใน Amazon Book เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ พบว่าเป็นหนังสือขายดีอันดับ ๑ ในกลุ่ม Religious Ethics

แน่นอนว่าศาสนาเป็นสิ่งมีคุณต่อมนุษย์ แต่ก็เป็นความจริงว่าผลของศาสนามีทั้งด้านบวกและด้านลบ ทั้งด้านสร้างความเสียสละ เห็นแก่ผู้อื่น และด้านสร้างความโหดร้ายทารุณ

หนังสือเล่มนี้ถือเป็นงานวิชาการที่ตรวจสอบประวัติศาสตร์ศาสนาในช่วง ๕๐๐ ปีที่ผ่านมา ผู้วิจารณ์บอกว่า ผู้เขียนหนังสือต้องการลบล้างความเชื่อ ๓ ประการ คือ (๑) ศาสนาเป็นสาเหตุของความรุนแรง ที่หากขจัดออกไป ความรุนแรงจะหมดไป (๒) ศาสนาอิสลามเป็นตัวอย่างของศาสนาตกขอบที่ก่อความรุนแรง และ (๓) ศานาคริสต์ได้ตกผลึกพลังทางศาสนาที่อ่อนโยนกว่าอิสลาม จึงควรทำหน้าที่ต่อต้านศาสนาอิสลาม ที่ก้าวร้าวรุนแรง

ผู้วิจารณ์บอกว่าผู้เขียนอ้างว่า ความโหดร้ายรุนแรงบางรูปแบบเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่เป็นปกติ ในสังคมเกษตร และความโหดร้ายรุนแรงอีกบางรูปแบบก็เป็นปกติของสังคมอุตสาหกรรม แต่ข้อเสนอที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งคือ ความรุนแรงเกิดขึ้นตรงรอยต่อ ที่สังคมมีการเปลี่ยนผ่าน ที่ส่วนหนึ่งเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงความเชื่อทางศาสนา และเปลี่ยบแปลงระบบเศรษฐกิจและการเมือง

ผู้วิจารณ์กล่าวถึงข้อความในหนังสือที่อธิบายเหตุการณ์ฆาตกรรมประธานาธิบดี อันวาร์ ซาดัดของอียิปต์ในปี ค.ศ. 1981 ว่าเป็นผลงานของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง ที่ต่อมารวมตัวกันเป็นกลุ่มอัลเคดาห์ ตอบโต้นโยบายเอียงตะวันตก ทั้งๆ ที่คำอธิบายอีกแบบหนึ่งคือ เกิดจากนโยบายของ ปธน. ซาดัดที่ปฏิรูปประเทศตามแนวประเทศตะวันตกช้าไป ถ้อยคำเหล่านี้ผมไม่เข้าใจ เอามาเล่าเพื่อชี้ว่า เรื่องเดียวกัน สามารถสวมหมวกต่างใบ อธิบายเหตุผลตรงกันข้ามกันได้

Karen Armstrong กล่าวว่า การปฏิรูปสังคมที่เอียงไปทางลดความสำคัญทางศาสนา หันไปเน้น ความสำคัญทางโลก (secularizing reform) ย่อมตามมาด้วยความรุนแรงเสมอ และอำนาจทางโลกที่กดขี่ศาสนา ย่อมนำมาซึ่งการต่อต้าน ประเด็นนี้ผู้วิจารณ์แย้งว่า ผู้เขียนลืมไปว่าศาสนาที่งมงาย เป็นตัวก่อความรุนแรง

ผู้วิจารณ์บอกว่าสังคมตะวันตกประโคมความรุนแรงในสังคมมุสลิมเกินจริง แต่กรณีความรุนแรง กดขี่เพศหญิง ก็เป็นความจริง

ผู้วิจารณ์ชมว่า ผู้เขียนอธิบายได้ดีมาก สรุปได้ว่า ทั้งสังคมเคร่งศาสนา และสังคมสมัยใหม่ ต่างก็ก่อความรุนแรงได้ไม่ต่างกัน

ผมอ่านบทวิจารณ์แล้วคิดต่อ ว่าระบบการเลี้ยงดูเด็ก ระบบการศึกษา และระบบการสื่อสาร สามารถบ่มเพาะสังคมที่เอาชนะสัญชาตญาณรุนแรงของมนุษย์ได้ หากดำเนินการตามแนวในบันทึกชุด การเรียนรู้บูรณาการพลังสาม



วิจารณ์ พานิช

๒๕ ธ.ค. ๕๗


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)