ชีวิตที่พอเพียง : ๒๓๓๘. ยกระดับระบบวิจัยสุขภาพ

รัฐบาลมีนโยบาย พัฒนาประเทศเข้าสู่สภาพที่เป็นประเทศรายได้สูง หนีจากกับดักรายได้ปานกลาง การจัดงบประมาณวิจัยสุขภาพในระดับที่สมเหตุสมผล และมีการจัดการใช้เงินนี้อย่างมืออาชีพ มีความ รับผิดชอบ ตรวจสอบผลลัพธ์และผลกระทบยืนยันว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า จะเป็นกลไกหนึ่งของการ ขับเคลื่อนประเทศ สู่ประเทศรายได้สูง..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/dashboard/home#/posts/new


ช่วงเช้าวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมไปร่วมประชุมประชาพิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ พ.ศ. ... ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า ๕๐ คน จากทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคธุรกิจเอกชน

สรุปได้ว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการใหญ่ๆ ทั้งหมดของร่าง พ.ร.บ. นี้ แต่ก็ได้ให้คำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์มากมาย สำหรับคณะทำงานนำไปปรับปรุง ก่อนจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ตอนนี้สื่อมวลชนเสนอข่าวเรื่องนี้แล้ว ดังตัวอย่าง , ,

โดยสรุป สวรส. จะเปลี่ยนไปเป็น สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ ทำงานครอบคุม การวิจัยเพื่อสุขภาพรอบด้าน ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐาน การวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือและวิธีการ การวิจัยเพื่อ พัฒนาอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพ การวิจัยเพื่อพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ รวมไปถึงการวิจัยระบบ สุขภาพ ที่ สวรส. ทำอยู่แล้ว

คือเป็นการขยายงานของ สวรส. นั่นเอง ให้ทำงานครอบคลุมด้านการวิจัยสุขภาพทั้งหมด

ส่วนที่สำคัญคือเรื่องเงิน ที่ในร่าง พรบ. เสนอให้จัดงบประมาณร้อยละ ๑ - ๒ ของบประมาณ ด้านบริการสุขภาพ (ที่จัดให้กระทรวงสาธารณสุข และแก่ สปสช.) ให้แก่หน่วยงานใหม่นี้ ตามข้อเสนอแนะขององค์การอนามัยโลก ทำให้มองกันว่า จะได้ถึงปีละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท มากเกินไป

นี่คือการต่อสู้เชิงกระบวนทัศน์ เกี่ยวกับการวิจัย คนที่บอกว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาทมากเกินไป มองด้วยกระบวนทัศน์ว่า เงินวิจัยเป็น "รายจ่าย" (expense) เสียดายเงิน แต่ผมมองว่า เงินนี้เป็น "การลงทุน" (investment) ถ้าไม่ลงทุน จะทำให้ขาดกำไร หรือขาดผลประโยชน์ที่มีคุณค่า/มูลค่า มากกว่าที่ลงทุนไป

เงินค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สังคมไทยจ่ายอยู่ในปัจจุบันนี้นั้น สามารถก่อผลด้านสุขภาพ และด้านอื่นๆ ได้มากกว่านี้ หากเรามีการวิจัยด้านสุขภาพที่เข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้เราใช้เงินอย่างชาญฉลาด

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ระบบสุขภาพ ไม่ได้มีผลต่อสังคมเฉพาะที่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชน เท่านั้น ยังมีผลลัพธ์ที่เศรษฐกิจ เป็นรายได้จากการ "ส่งออก" บริการสุขภาพ ที่มีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ รักษาพยาบาลในประเทศไทย ที่กล่าวกันว่ามีรายได้เข้าประเทศปีละเกือบ ๑ แสนล้านบาท

นอกจากนั้น การวิจัยสุขภาพ ในส่วนของการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย จากการนำเข้ายา และเวชภัณฑ์ หรืออาจนำไปสู่การส่งออก ทำรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง

เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบ ของหน่วยงานใหม่ ที่จะพิสูจน์ให้สังคมเห็น ว่าการลงทุนวิจัยสุขภาพ ปีละ ๔ พันล้านบาทนั้น ยิ่งกว่าคุ้มค่า

รัฐบาลมีนโยบาย พัฒนาประเทศเข้าสู่สภาพที่เป็นประเทศรายได้สูง หนีจากกับดักรายได้ปานกลาง การจัดงบประมาณวิจัยสุขภาพในระดับที่สมเหตุสมผล และมีการจัดการใช้เงินนี้อย่างมืออาชีพ มีความ รับผิดชอบ ตรวจสอบผลลัพธ์และผลกระทบยืนยันว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า จะเป็นกลไกหนึ่งของการ ขับเคลื่อนประเทศ สู่ประเทศรายได้สูง



วิจารณ์ พานิช

๒๑ ธ.ค. ๕๗ เพิ่มเติม ๒๕ ม.ค.๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)