ประเมินวันที่หนึ่ง

ประเมินวันที่หนึ่ง

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2558

วันนี้คาดหวังกับตนเองว่า ต้องท่องพุทโธให้แน่นอยู่ภายใน ยึดไว้เป็นหลักเป็นบ้าน จากก่อนหน้านี้สงสัยอยู่หลายอันหลายอย่างมั่วไปมัวมา วันนี้เหลืออันเดียว เอาอันเดียว ที่พารอดจากกิเลส ตามทางที่ครูเมตตาชี้เมื่อคืน เหลียวหลังคิดใคร่ครวญถ้าไม่ผ่านก็หลุดแน่ ๆ หลุดครานี้หนูแหละแย่หนัก

แล้วอะไรเป็นไปตามคาดหวัง จิตเลิกมั่วและเลิกงงว่า จะเอาอะไรยึด

หลงไป เผลอไป มั่วไป ใจกลับมาท่อง รู้สึกหนักๆแน่นๆท่องเร็วเร็วแบบแน่นในอกก็มี ผิดถูกไม่ว่ากัน กับการมานั่งประเมินตนเองวันนี้ เหมือนได้เครื่องมือใหม่ เหมือนของเล่นใหม่แรกๆ ก็มีเดาๆมั่ว ไม่แปลก

ทำแล้วเห็นอะไร ตัวชั่วของจิตที่ครูเมตตาชี้ อันเป็นเชื้อของราคะ มาเป็นหน้าตาให้เห็นชัด แล้วเติมด้วยการไหลไปคิดต่อฟุ้งซ่านมารู้สึกเร่งบริกรรม คำเตือนครูดังเข้ามาในจิต ตลบหลังด้วยใบหน้าพระพี่ชาย พ่อ แม่

หลายรอบ เวิร์คบ้างไม่เวิร์คบ้าง บางทีก็ข่มเอา ไล่เรียงศีลบ้างว่า มันผิดข้อสาม

เอาทุกทาง พอมันมา

บอกตรงๆค่ะ มันย่าน กลัวไม่รอด

มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย แต่แค่คิดเอา จิตมันไม่เชื่อ จึงต้องทำตามวิถีของครูบาอาจารย์

เมื่อก่อนประมาทมันมาก เปิดช่องให้มันเข้ามาแบบเต็มใจ

พอจะหาทางไล่มันไปเลยยากละ นี่หล่ะ ท่านป้องกันให้ แต่มันไม่ทำ มาตอนนี้เลยเจอ งานยาก

แต่ให้กำลังใจตนเองนะว่า เฮ้อ ยังไม่ตาย ยังไม่บ้า แก้ได้ มีโอกาส

อะไรเกินคาด ครูให้โอกาสฝึกผ่านการพาโบโซ่ไปซื้อของ ตอนแรกๆเหมือนจะไปได้ดี แวะติดต่อธนาคาร หายวับซะงั้น ได้เรียนรู้อะไรจากโบโซ่ กิเลสเขากับเราตัวเดียวกัน คือความอ่อนแอทางวิญญาณ อันนี้ลอกคำครูมา แต่รู้สึกข้างในว่าตรงกับคำนี้ อาจจะได้ยินแล้วคุ้น

ทำให้พ่ายแพ้ต่อความอยาก เพราะของที่เคยพลาดแบบเคย ๆ มาล่อตาล่อใจ หนูรู้สึกเสียใจ เพราะความพลาดของน้อง อยู่ในความดูแลที่บกพร่องของหนู ถ้าหนูไม่บกพร่อง โบโซ่มีโอกาสที่จะไม่พลาด

แก้ยังไง ดูให้ใกล้ชิดกว่านี้ คุยกับเขาให้มากกว่าที่เคยทำ

อีกประเด็นพาเด็กๆไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ ใจหนูเหมือนอยากจะตะโกนออกมาว่า "เบื่อมาก"

กับการไปร่วมพิธี ปกติเป็นคนไม่ชอบพิธีการ ไปอยู่แบบนี้หลายชั่วโมง แบบหมดทางเลี่ยงเพราะแบตมือถือหมด ตะเนียนเล่นมือถือรอ ก็อด เป็นความทุกข์ที่แน่นอยู่ข้างใน แต่พอเห็นเด็กๆ ดูเข้าสนุกมากๆ

ระลึกถึงคำครูว่า เคยเบื่ออะไรไหม

ตอบท่านว่าเบื่อแต่พอจะนึกจริงๆ หาไม่เจอ เพราะไม่เคยถึงที่สุด ของการทนมีแต่เปลี่ยนก่อน

พอท่องบริกรรมรู้สึกว่า ข้างใน มีที่เกาะ เหวอน้อยลง อาการปั้มๆเปอๆ ลดสั้นลงแต่ก็มีบ่อย

สังเกตเห็นอีกอย่างคือ แม้จะพลาดพาเด็กไปนานเกินไป เห็นข้อความครูทีหลังแล้วมาทวนย้อน

ใจก็ไม่เสียเวลาซ้ำเติมตนเอง ทำสิ่งที่ควรทำที่เหลือแบบไปต่อตามกรอบเวลา ก็พอได้มากขึ้นค่ะ

เป็นอีกวันที่อยู่วัด แต่ได้เรียนอะไรเพียบ!!!

ย้ำกับตนเองเรื่อง "ข้อวัตร" พระพี่ชายเมตตาชี้ ย้ำ

ครูท่านให้พลัง แบบก่อนไปทำวัตรเย็น ท่านจี้ให้ทุกคน (แม่ขาวน้อย 5 คนและหนู) ตั้งใจสวดมนต์ ย้ำให้มีสติและตั้งใจผลออกมาเยี่ยมมาก เด็กๆตั้งใจสวด แถมบทที่สวดไม่ได้ก็ พยายาม นี่คือความเมตตาที่ท่านเปิดโอกาสและดึงศักยภาพของผู้คนที่อยู่รายล้อมท่านทุกคน ทุกโอกาสและสม่ำเสมอ ไม่เคยหยุดเลยสาธุเจ้าค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)