​การออกแบบการวิจัย(อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์)

การออกแบบการวิจัย

อาจารย์ สุภัชชา พันเลิศพาณิชย์

ความหมายของการออกแบบการวิจัย(Definition of Research Design)

-สุบรรณ์ พันธ์วิลาสและชัยวัฒน์ ปัญจพงษ์(๕๖;ม.ป.ป.)ให้ความหมายว่าเป็นการวางแผนการวิจัยให้ครอบคลุมโครงการที่จะนำวิจัยทั้งหมดและกำหนดโครงการตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาถึงความสำคัญของตัวแปรเหล่านั้นกับการกำหนดยุทธวิธีเพื่อที่จะได้คำตอบที่ตอบวัตถุประสงค์การวิจัย

-สุชาติ ประสิทธิ์รัฐสินธุ์(๒๕๓๖;๗๖)ให้ความหมายว่าเป็นการกำหนดกิจกรรมต่างๆและรายละเอียดกิจกรรมของกิจกรรมต่างๆที่ผู้วิจัยต้องทำ(ตั้งแต่ การจัดเก็บข้อมูล การระบุสมมุติฐาน การกำหนดตัวแปร และนิยามศัพท์เฉพาะ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล)และวิธีการตลอดจนแนวทางต่างๆที่จะใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลจากประชากรซึ่งข้อมูลที่ได้มาต้องสามารถตอบปัญหาของการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่กำหดไว้

-ไวร์สมา วิลเลียม(Wiersma William,๑๙๘๖;๘๓)ให้ความหมายว่าเป็นการวางแผนหรือกำหนดกลวิธีสำหรับทำการวิจัย

-เคอร์สิงเจอร์(Kerlinger,๑๙๘๖;๒๗๙)ให้ความหมายว่าเป็นโครงสร้างเฉพาะ(Structure)ของการวิจัยหนึ่งๆและเป็นแนวทางในการค้นคว้าคำตอบของการวิจัยเพื่อสามารถหาคำตอบให้กับปัญหาวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด(๑.)(๑.ยุทธ ไกยวรรณผศ.ดร., กุสุมา ผลาพรม ผศ.ดร. พื้นฐานการวิจัยพิมพ์ครั้งที่๕ กรุงเทพ ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ,๒๕๕๓ หน้า๑๓๗-๑๓๘

สรุปการออกแบบการวิจัยเริ่มจากตัวผู้วิจัยสามารถสร้างแนวคิด(Ider)และตั้งคำถามชั่วคราวจนพัฒนาไปสู่หัวข้อการวิจัยจากการระดมพลังสมองจัดแผนผังความคิดรวบยอดจากการทบทวนเอกสาร ทฤษฎีหลัก(Grand theory)และสถานการณ์จริงที่ทำการศึกษาในเบื้องต้นไปสู่การสร้างโมเดล(Model)หรือที่เรียกว่ากรอบแนวคิดการวิจัย(Concepual Framework)(๒.)(๒.ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖หน้า๔๖-๔๗)ซึ่งกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงปริมาณได้มาจากกรอบแนวคิดเชิงทฤษฎี(theoretical framework)ที่เป็นแผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรส่วนกรอบแนวคิดการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นแผนภาพที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นที่นักวิจัยต้องการศึกษา( นงลักษณ์ วิรัชชัย;๒๕๔๘)

(๓.)(๓.ศ.ดร. สุวิมล ว่องวานิช เทคนิคการสร้างกรอบความคิดของการวิจัย;ข้อบกพร่องที่พบบ่อย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ส่วนส่งเสริมและพัฒนาการวิจัย ภารกิจบริหารจัดการผลงาน งานวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ณ.ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ๒๕๕๑หน้า ๔)

การออกแบบกาวิจัยเชิงคุณภาพ

จะเห็นได้ว่าการนำวิธีระดมความคิดมาจัดเรียบเรียงให้เป็นระเบียบและใช้เทคนิคเขียนออกมาเป็นแผนผังจากความคิดรวบยอดทำให้ได้คำถามแสดงให้เห็นส่วนสำคัญ(Lincoln and Guba(๑๙๘๕)ซึ่งเป็นปัญหาที่นำมากำหนดหัวข้อการวิจัยและหาเหตุผลมาอธิบายด้วยวิธีการออกแบบการวิจัยโดยใช้กระบวนทัศน์การวิจัยเชิงคุณภาพ(๔.)(๔.ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖หน้า๔๖-๔๗หน้า๓๓)

จุดเริ่มต้นการออกแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ

ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพเหตุการณ์ที่เผชิญอยู่ตามความเป็นจริง ด้วยการตั้งคำถาม(Inguiry)กับกลุ่มเป้าหมาย(Lincotn and Guba,๑๙๘๕)ซึ่งข้อมูลจะผ่านเป็นคำพูดของผู้ให้ข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นความคิด โลกทัศน์ ความเชื่อของผู้คนในบริบทนั้นๆโดยผู้วิจัยต้องนำข้อมูลที่ได้มาศึกษาตีความ อธิบาย จากความเข้าใจของนักวิจัย(Interpretive-derciptive)เพื่อนำไปสู่ข้อค้นพบใหม่ในภาษาการวิจัยเราเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า การวิเคราะห์ข้อมูล(Belenky,Clinch,Goldberger and Tarule,๑๙๘๖)ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้งเพื่อนำข้อค้นพบไปปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาค้นหาความจริงและสิ่งสำคัญจะนำไปสู่การกำหนดหัวข้อในการวิจัยและการออกแบบการวิจัยแต่ในการออกแบบการวิจัยเชิงคุณภาพยังมีข้อควรระวังคือการตั้งคำถามการวิจัยให้เปิดกว้างเพราะว่าถ้าไม่ตั้งปัญหาแบบไม่เปิดกว้างอาจทำให้เกิดการชี้นำหรือทำให้ได้ข้อมูลไม่ลึกซึ้งจนอาจทำให้ไม่ค้นพบประเด็นใหม่หรือองค์ความรู้ใหม่ที่น่าสนใจสามารถนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาต่อยอดการวิจัยได้ต่อไป(Hodgson,๑๙๘๔,Melman,๑๙๘๗,Salio,๑๙๘๔)

ข้อค้นพบการออกแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ

๑.มุ่งอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ สภาพความเป็นจริง

๒.จะเลือกศึกษาเรื่องราวที่เป็นความสนใจเฉพาะจึงมีการออกแบบการวิจัยกับกลุ่มข้อมูลที่มองไม่เห็น(Emergent dersign)ไม่ให้ความสำคัญทางสถิติมากนักและจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้คร่าวๆในช่วงออกแบบการวิจัยแต่หลังจากเก็บข้อมูลจริง จำนวนผู้ให้ข้อมูลอาจเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ได้จากกลุ่มเป้าหมาย ในการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มองไม่เห็นใกล้เคียงกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ทราบค่าประชากรและงานวิจัยเชิงคุณภาพไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายให้เป็นตัวแทนของประชากรเหมือนเช่นงานวิจัยเชิงปริมาณ

๓.สามารถเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลอย่างเฉพาะเจาะจง(Purposive sampling)

๔.สามารถเก็บข้อมูลในภาคสนามอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการแสวงหาความรู้ของผู้วิจัยที่เกิดขึ้นตามสภาพจริง

๕.ใช้มนุษย์เป็นแหล่งข้อมูลหรือเป็นเครื่องมือในการศึกษา

๖.วิธีการเก็บข้อมูลได้จากการสังเกต การสัมภาษณ์ในเชิงลึกที่ลงในภาคสนามในรูปแบบการพูดคุย จดบันทึก การบันทึกเทปหรือวีดีโอโดยการนำข้อมูลที่ได้จากสื่อที่ใช้ในรูปแบบต่างๆมาวิเคราะห์และข้อมูลที่เกิดจาก คำพูด การกระทำ ของคนจะสะท้อนให้เห็นความคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรมของชุมชน

๗.การวิเคราะห์ข้อมูลจะแบ่งเป็น๒ช่วงคือ๑.การย่อยข้อมูลก่อนปฎิบัติการเก็บข้อมูลภาคสนามจะได้จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นก่อนแล้วนำมากลั่นกรองเพื่อออกแบบการวิจัย๒.การย่อข้อมูลเบื้องต้นจากข้อมูลย่อยโดยศึกษาจากแนวคิดทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งคำถามแล้วตีความหมายจากข้อมูลที่ได้นำไปจัดระบบ จัดหมวดหมู่หรือประเภท(Catergories)

๘.นำเสนอรายงานผลการศึกษาด้วยวิธีศึกษารายกรณี (Case Study)(.ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕๖หน้า๒๒-๓o)

การออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

ได้กำหนดวัตถุประสงค์การออกแบบวิจัยเชิงปริมาณเพื่อ ๑.ให้ตอบปัญหาการวิจัยได้ตรงประเด็น๒.ควบคุมตัวแปรสาเหตุในการสำรวจหรือควบคุมความแปรปวนต่างๆอันเกิดจากการทดลองหรืออันเกิดจากตัวแปรอิสระกับความปรปวนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและความแปรปวนจากการทดลองที่จะมีผลต่อการวิจัยที่ศึกษา การออกแบบยังทำให้การค้นหาคำตอบมีความถูกต้อง เที่ยงตรง มีความเป็นปรนัยและประหยัด( ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ.หลักการวิจัยทางสังคมพิมพ์ครั้งที่๑ กรุงเทพ เจริญดีมั่นคงการพิมพ์,๒๕๕๓หน้า๕o)

จุดเริ่มต้นการออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

เริ่มต้นจากปัญหาโดยมุ่งหาคำตอบที่สัมพันธ์กันเชิงเหตุผลมาวิเคราะห์ตีความหมายข้อมูลที่ได้มาในเชิงสถิติ และแหล่งข้อมูลที่ได้มาคือข้อมูลแบบปฐมภูมิคือข้อมูลที่นักวิจัยนำมาศึกษาใหม่เพื่อตอบวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยนั้นโดยใช้วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม เช่น การสัมภาษณ์ การสังเกต การใช้แบบทดสอบและจากข้อมูลแบบทุติยภูมิคือข้อมูลสถิติที่เก็บมาก่อนแล้วเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นอาจจะนำมาใช้ประกอบการวิจัยได้ซึ่งข้อมูลอาจอยู่ในระบบขององค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ เช่นรายงานสำรวจความพึงพอใจผู้รับบริการโครงการต่างๆ(ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ.หลักการวิจัยทางสังคมพิมพ์ครั้งที่๑ กรุงเทพ เจริญดีมั่นคงการพิมพ์,๒๕๕๓หน้า๕0-๕๑)

ข้อค้นพบการออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

๑.ให้ความสำคัญและนำวิธีทางสถิติมาช่วยในการออกแบบการวิจัย

๒.คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนกลุ่มประชากร

๓.ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี เพื่อค้นคว้าหาความรู้ ความจริงจนนำไปสู่การกำหนดกรอบการตัดสินใจโดยมีการตั้งสมมุติฐานล่วงหน้า

๔.มีการตีความ อธิบาย ให้ความหมายข้อมูลในภาพรวม(ดร.วรรณดี สุทธินรากร พิมพ์ครั้งที่๑ การวิจัยเชิงคุณภาพ; การวิจัยในกระบวนทัศน์ทางเลือก กรุงเทพ สยามปริทัศน์, ๒๕๕หน้า๒๓,๒๘)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องสั้นกระต่ายใต้เงาจันทร์



ความเห็น (0)