The One Ticket : ตัวพ่อ เรียกพ่อ

NANA
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อวานนี้ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องหนึ่ง แต่ก่อนที่จะเล่า ต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้สร้างหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด

ตอนแรกที่ซื้อบัตรเข้าชม คาดหวังเพียงว่า คง ตลก , สนุกสนาน และให้ความเพลิดเพลิน ได้มากพอสมควร โดยอาจมีแฝงแง่คิดเล็กๆไว้ช่วงใดช่วงหนึ่งของเรื่อง เพราะเท่าที่ได้เคยติดตามหนังที่ คุณแดน วรเวช แสดงส่วนใหญ่เป็นนักแสดงนำส่วนใหญ่ มักจะมีแง่คำพูดดีๆ หรือแง่คิดอะไรสักอย่างให้เราได้คิด แต่พอถึงเวลาที่ต้องดูหนังเรื่องนี้จริงๆ ค่อนข้างผิดคาด (ไปทางที่ดี ) ครับ เพราะมีหลายฉาก หลายตอน ที่ให้ทั้งแง่คิดการใช้ชีวิต และ แง่คิดการเป็นสิ่งมีชีวิตที่ที่เรียกว่า " พ่อ " ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

โดยเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับ " โป้ง" คุณพ่อลูกติด ที่ทำงานเป็นนักเขียนการ์ตูน และ "ป.ปลา" ลูกสาว ผู้น่ารักและเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่ง (ในช่วงแรกของเรื่อง ) โดยทั้ง 2 คนใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ ในแฟลต ( ถ้าไม่ใช่ต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ ) แห่งหนึ่ง และช่วงแรกๆ หนังก็ไม่ได้กล่าวถึง แม่ของเด็กแต่อย่างใด แต่กลับเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกที่ดูค่อนข้างอึมครึมเล็กน้อย เพราะพ่อเองก็ไม่ได้ทำหน้าที่พ่อดีมากนัก ( ในช่วงต้นเรื่อง) จนวันหนึ่งพ่อ ได้นำเงินจำนวนหนึ่ง ที่ลูกสาวสะสมมาจากการแข่งขันอูเคเลเล่ เพื่อฝากพ่อซื้อตั๋วดู Concert วง Girl group ที่ลูกสาวชอบมากที่สุดวงหนึ่ง ไปลงทุนเพื่อหากำไร แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คือสินค้าที่ไปซื้อมาลงทุนกลับขายไม่ได้ ทำให้ไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปซื้อตั๋ว Concert วง Girl Group ได้ จึงเป็นที่มาของการตามล่าหาตั๋วดู Concert ให้ลูก โดยมีเพื่อนรักที่ชื่อ "ฟัก" ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายมวยเล็กๆคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ โดยระหว่างนั้น ก็มีหลายช่วงหลายตอนที่สอดแทรกแง่คิดต่างๆ ในการชีวิตไว้ในเนื้อเรื่อง ร่วมกับความสนุกสนานเฮฮา เป็นช่วงๆ ผมชอบคำพูดช่วงหนึ่งของตัวเอกของเรื่อง ที่พูดแล้วผมพอจับใจความได้ประมาณว่า " อย่าให้ใครมาตัดสิน ตัวเรา ว่าทำสิ่งใดได้ สิ่งใดไม่ได้ เราต่างหากควรที่จะลงมือทำ จะได้รู้ว่า เราทำได้ หรือทำไม่ได้ ด้วยตัวของเราเอง " ( เนื่องจากสรุปคำพูดรวมๆ มา หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยครับ เนื่องจากทุกอย่างมันเร็วมาก ) ส่วนรายละเอียดหนัง และตอนจบจะเป็นอย่างไร รวมถึงแง่คิดและความประทับใจอื่นๆจะมากน้อยแค่ไหน คงต้องขอให้ทุกท่านที่สนใจพิสูจน์ด้วยตาของท่านเองที่โรงภาพยนต์ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน NANA



ความเห็น (0)