ปีใหม่..ตั้งเป้าหมายทางการเงินกันหรือยัง?

การวางแผนไม่ว่าจะเป็นในเรื่องใด
จำเป็นที่จะต้องมีการตั้งเป้าหมาย ไม่เว้นแม้แต่การวางแผนทางการเงิน ที่ต้องมีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน
เพื่อจะได้วางแนวทางหรือกลยุทธ์เพื่อการบรรลุเป้าหมายนั้นได้

เป้าหมายที่ดีควรมีลักษณะ S-M-A-R-T กล่าวคือ

S = SENSIBLE & SPECIFIC (หมายถึง เป็นไปได้และชัดเจน)

M = MEASURABLE (หมายถึง สามารถวัดได้)

A = ATTAINABLE & ASSIGNABLE (หมายถึง บรรลุผล และสามารถมอบหมายได้)

R = REASONABLE & REALISTIC (หมายถึง สมเหตุสมผล และเป็นจริง)

T = TIME AVAILABLE (หมายถึง ภายในกรอบเวลาที่มีอยู่)

เป้าหมายทางการเงินก็เช่นเดียวกัน ต้องมีความเป็นไปได้ชัดเจน วัดได้ บรรลุได้ เป็นจริงได้ ตามกรอบเวลาที่มีอยู่ ดังนั้น
เป้าหมายทางการเงินสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

- เป้าหมายระยะสั้น (ภายในกรอบเวลาประมาณ 1-3 ปี) อาจเป็นเป้าหมายการออมเพื่อการจับจ่ายใช้สอยตามความต้องการ
เช่น การไปท่องเที่ยว การซื้อของ การชำระหนึ้ระยะสั้น การดูแลสุขภาพ เป็นต้น

-เป้าหมายระยะปานกลาง (กรอบเวลาประมาณ 3-10 ปี) เป็นการตั้งเป้าหมายเพื่อการศึกษา เพื่อการจัดหาสินทรัพย์เช่นรถยนต์ ที่อยู่อาศัย เพื่อการลงทุน เพื่อการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล เป็นต้น

  • เป้าหมายระยะยาว (กรอบเวลามากกว่า 10 ปีหรือจนถึงวัยเกษียณ) เป็นการตั้งเป้าหมายเพื่อความเป็นอยู่ในอนาคตโดยเฉพาะในวัยหลังเกษียณ

    การตั้งเป้าหมายจะช่วยทำให้เราสามารถมีกรอบเวลาในการออมอย่างชัดเจน และการลงทุนเงินออมในแต่ละเป้าหมายควรมีความสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ในแต่ละเป้าหมาย กล่าวคือ เงินออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น เน้นการลงทุนที่มีสภาพคล่องสูง สามารถปรับเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็ว เมื่อถึงความต้องการใช้เงินตามวัตถุประสงค์จะสามารถนำมาใช้จ่ายได้ เช่น เงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือมีระยะเวลาสั้น ตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาสั้น กองทุนประเภท Money Market Fund ฯลฯ เงินออมสำหรับเป้าหมายระยะกลางควรลงทุนในทางเลือกการลงทุนที่มีกรอบระยะเวลา และมีสภาพคล่องปานกลาง เช่น เงินฝากธนาคารประเภทประจำ ตราสารหนี้ที่มีอายุปานกลาง กองทุนรวมประเภทมีระยะเวลา (Term Fund) หรือ กองทุนเปิดที่ลงทุนในตราสารหนี้
    หรือตราสารทุนบางส่วนแต่มีสัดส่วนไม่สูงมาก (flexible หรือ balanced fund) เป็นต้น และเงินออมสำหรับเป้าหมายระยะยาว ควรลงทุนในทางเลือกการลงทุนที่ไม่ต้องการสภาพคล่องสูง และควรเน้นการสร้างผลตอบแทนสูง แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับระดับการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนด้วย เช่น ตราสารหนี้ระยะยาว ตราสารทุน กองทุนรวมตราสารทุน โดยพิจารณาสัดส่วนการลงทุนตามระดับการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคนอย่างเหมาะสม

    การตั้งเป้าหมายทางการเงินเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถบรรลุได้ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการวางแผนทางการเงิน ทุกวันนี้เราอาจจะละเลยการตั้งเป้าหมายทางการเงิน ทำให้ขาดการกำหนดทิศทางและแนวทางของการออมและการลงทุน เริ่มปีใหม่ในวันนี้ มาเริ่มตั้งเป้าหมายทางการเงินกัน และเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง
    (เช่นทุก 6 เดือน) เราต้องประเมินว่า การเดินทางสู่เป้าหมายทางการเงินของเรานั้น มีสถานภาพเป็นอย่างไร มีโอกาสที่จะบรรลุตามเป้าหมายได้หรือไม่ เพื่อเป็นการประเมินแผนการเงินและเป้าหมาย ซึ่งหากเมื่อประเมินแล้ว พบว่าโอกาสที่เป้าหมายจะบรรลุตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดมีความเป็นไปได้ยาก อาจเนื่องจากมีความเสี่ยงบางประการเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา (ไม่ใช่จากการตั้งเป้าหมายที่สูงเกินไปตั้งแต่ตอนแรก) เราสามารถปรับเป้าหมายตามความเหมาะสมได้ หวังว่าทุกท่านจะมีเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายได้ตามต้องการนะคะ
ที่มา โดยผู้เขียน เผยแพร่ครั้งแรกใน www.facebook.com/finance.sufficiency