โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Greater Mekhong Subregional (GMS) ตอนที่ 2

โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Greater Mekhong Subregional (GMS) ตอนที่ 2

2 มกราคม 2558

โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Greater Mekhong Subregional (GMS)

เมื่อสองปีก่อนบัญชา ชุมชัยเวทย์ (2555) [1] เคยกล่าววิตกถึงความพร้อมของคนไทยกับสนามแข่งขันในเขตเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของเมืองไทย เพราะคนไทยน้อยคนในปัจจุบันที่จำได้ว่า อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเคยอยู่อันดับ 3 ของโลกเมื่อยุคกลาง 2530 จากยุคนั้นถึงทุกวันนี้ อันดับที่เคยโดดเด่น และน่าทึ่งกลับมีแต่ทรงกับทรุดอยู่ในระดับ 30 กว่าๆ ของโลกเทียบกับอีก 178 ประเทศทั่วโลก เกิดอะไรขึ้นกับระดับความสามารถในการแข่งขันของเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ที่นับวันจะต้องเตรียมปรับปรุงกันแบบขนานใหญ่ เพื่อเข้าสู่เขตเศรษฐกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในพื้นที่ของตัวเองอย่าง AEC

มาปีนี้ พ.ศ. 2558 ภูมิภาคอาเซียน ๑๐ ชาติ ๑๐ ประเทศได้เริ่มก้าวเข้าสู่ประตู "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC)" [2] อันเป็นการเริ่มต้นของความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง-เศรษฐกิจ-สังคมวัฒนธรรมในย่านภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะ "ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" หรือ โครงการความร่วมมือ GMS ที่ผู้เขียนเคยนำเสนอข้อมูลโครงการ GMS : Greater Mekong Sub-regional Economic Cooperation ไว้เมื่อสามปีก่อน [3]

มาถึงปลายปี 2557 นี้ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำ GMS ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของโครงการความร่วมมือนี้ขึ้นมาทันทีทันใดจึงขอสรุปความเป็นมาของโครงการ GMS ดังนี้ [4]

(๑) แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เป็นความร่วมมือระหว่าง 6 ประเทศ คือ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และ โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB: Asian Development Bank) เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลัก

(๒) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การเกษตร และบริการเพื่อสนับสนุนการจ้างงานและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น ส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยีและการศึกษาระหว่างกัน ตลอดจนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

(๓) การประชุมระดับผู้นำ GMS จัดขึ้นทุก 3 ปีและเป็นเวทีการหารือระดับสูง ที่เปิดโอกาสให้ผู้นำประเทศสมาชิกร่วมกันทบทวน ประเมินผลความคืบหน้าและกำหนดเป้าหมายในอนาคตของแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

เมื่อวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 (The 5th GMS Summit) โดยมีผู้นำจาก 6 ประเทศเข้าร่วม คือ ไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และ นายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB : Asian Development Bank) ภายใต้หัวข้อหลักคือ "ความมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน GMS (Committing to Inclusive and Sustainable Development in the GMS)" [5]

โดยในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำประเทศสมาชิกได้ร่วมกันให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการตามกรอบการลงทุนภูมิภาค (RIF IP : Regional Investment Framework Implementation Plan) ซึ่งเป็นแผนการนำกรอบแผนการลงทุนของอนุภูมิภาคที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากที่ประชุมระดับรัฐมนตรีแผนงาน GMS เมื่อเดือนธันวาคม 2556 ไปสู่การปฏิบัติ โครงการภายใต้ RIF นั้นประกอบไปด้วย 10 สาขา 215 แผนงานได้แก่ ทั้งโครงการลงทุน และโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ ครอบคลุม สาขาคมนาคม พลังงาน เกษตร สิ่งแวดล้อม พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาเมือง สาขาการท่องเที่ยว สาขาการอำนวยความสะดวกทางคมนาคมและการค้า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสาขาความร่วมมืออื่นๆซึ่งในส่วนของประเทศไทยมีโครงการที่สำคัญ คือ โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์เชื่อมระหว่างบางใหญ่-กาญจนบุรี (เพื่อเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง-กรุงเทพ-ทวาย ในอนาคต) มูลค่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท) แผนงานด้านพลังงาน (มูลค่ารวม 281.9 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 9,161.75 ล้านบาท) แผนงานด้านเกษตร (มูลค่ารวม 212.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 6,906.25 ล้านบาท) และแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม (มูลค่ารวม 71.4ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 158,392 ล้านบาทหรือประมาณ 2,320.5 ล้านบาท) นอกจากนี้ ในที่ประชุมจะมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญของแผนงาน GMS ในช่วงที่ผ่านมา เช่น การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (The Regional Power Coordination Centre in the Greater Mekong Subregion) การจัดตั้งสมาคมการรถไฟของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (The Greater Mekong Railway Association: GMRA) การดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Cross Border Trade Agreement: GMS CBTA) [6]

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รายงานเสนอการประชุม การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวสิบปี (พ.ศ. 2559-2569) และผลักดันให้เกิด "ศูนย์ประสานการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง" กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกันที่จะนำไปสู่การค้า การลงทุนในภูมิภาค การร่วมกันพัฒนาแนวเส้นทางคมนาคมใน GMS ให้เป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจ ขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบการคมนาคมขนส่งข้ามพรมแดน เพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ สินค้า และคน โดยจะมีการประสานความร่วมมือระหว่างกันในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับอนุภูมิภาค ให้สอดคล้องกันกับระดับคณะทำงาน และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น อาเซียน อาเซียน-จีน และอาเซียนบวกสาม (East Asia Free Trade Area – EAFTA) มีการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่ง จึงเกิดเป็นแผนแม่บทการเชื่อมโยงของอาเซียน (หรือที่เรียกว่า Master Plan on ASEAN Connectivity) ที่ประเทศสมาชิกทุกประเทศจะต้องร่วมกันพัฒนาให้สำเร็จภายในปี ค.ศ. 2015 "ความมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน GMS" ซึ่งเป็นหัวข้อที่อยู่ในกรอบวิสัยทัศน์ที่เราได้ร่วมกันวางไว้ 3 เรื่อง หรือ 3C คือ Connectivity (การสร้างความเชื่อมโยง) Competitiveness (การเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน) และ Community (การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน) และนายกรัฐมนตรีไทยได้เสนอแผนการทำงานในช่วงสิบปีข้างหน้าเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขงที่สำคัญ 7 แผนงาน ดังนี้ [7]

1. ใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ โดยจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมกันตามแนวชายแดนของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับเมืองในภูมิภาคและสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้กับประชาชนในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยได้ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่องแล้วใน 5 พื้นที่ชายแดนเป้าหมาย ได้แก่ แม่สอด มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และ สงขลา

2. พัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั้งทางบกและทางทะเลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างประเทศในระยะเร่งด่วนใน 2 เส้นทางหลัก คือเส้นทางอรัญประเทศ-ปอยเปตและเส้นทางที่ 2 ได้แก่ หนองคาย-เวียงจันทน์-คุนหมิง และเมื่อวานนี้ ผมและท่านนายกรัฐมนตรี หลี เค่อ เฉียง ได้ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาเส้นทางรถไฟภายในประเทศของไทย 2 เส้นทางคือ เส้นทาง หนองคาย-แก่งคอย-กรุงเทพฯ และ แก่งคอย-มาบตาพุด ในเรื่องนี้ การจัดตั้งสมาคมการรถไฟของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (The Greater Mekong Railway Association: GMRA) ซึ่งประเทศสมาชิกได้เห็นชอบแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการประสานงานรถไฟระหว่างประเทศต่อไป

ในเวลาเดียวกัน ไทยและเมียนมาร์กำลังเดินหน้าความร่วมมือพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เพื่อเชื่อมกับท่าเรือแหลมฉบังของไทย และเชื่อมกับกัมพูชาและเวียดนาม และจะสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมต่อเนื่องในลักษณะคลัสเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ ไทยและเมียนมาร์กำลังร่วมหารือในการสร้างสะพานแห่งที่สองที่อำเภอแม่สอด-เมียวดี ทางด้านชายแดน ไทย-ลาว สะพานมิตรภาพแห่งที่ห้า (จังหวัดบึงกาฬ-เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ) ออกแบบแล้วเสร็จ ประเทศไทย และ สปป.ลาว กำลังหารือร่วมกันในการลงทุนก่อสร้าง

3. ลดขั้นตอนและระยะเวลาการผ่านแดนภายใต้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Cross Border Transport Agreement:CBTA) โดยขอให้ประเทศสมาชิกร่วมหารือด้านการพัฒนากฎระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ยังเป็นอุปสรรค ในส่วนของไทยนั้น พร้อมที่จะให้สัตยาบันภายในต้นปีหน้านอกจากนี้ ผมขอเสนอว่า เราควรจะเพิ่มเติมเส้นทาง 8 และหมายเลข 12 ใน สปป.ลาว (นอกเหนือจากเส้นทางหมายเลข 9) ที่เชื่อมกับไทยด้านจังหวัดนครพนม ให้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงระบบการขนส่งข้ามแดนระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม ด้วย โดยอาจจะร่วมกันจัดให้มีการเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ เส้นทาง กรุงเทพฯ-สะหวันนะเขต-ดานัง หรือเส้นทางอื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้หารือกับนายกรัฐมนตรีเวียดนามแล้ว

4. พัฒนาแหล่งพลังงานร่วมกันในอนาคตความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอีกมาก ในขณะที่ยังมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าอีกมากนอกจากการพัฒนาไฟฟ้าเพื่อใช้ในประเทศและซื้อขายกันระหว่างประเทศสมาชิก ก็ยังมีโอกาสที่จะเชื่อมโยงไปประเทศที่สามได้ ซึ่งผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราได้ตกลงที่จะจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Regional Power Coordination Center) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ประสานงานด้านนี้

5. ระดมทุนเพื่อพัฒนาในเรื่องนี้ผมใคร่ขอความร่วมมือจากประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่เป็นหุ้นส่วนการพัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมให้ความช่วยสนับสนุนแผนปฏิบัติการลงทุนของภูมิภาค (Regional Investment Framework: RIF) ในส่วนของไทย ก็มีความพร้อมที่จะมอบหมายให้สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ เป็นหน่วยงานสนับสนุนทางการเงินและทางวิชาการและตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศไทยก็พร้อมที่จะเป็นแหล่งระดมทุนอีกทางหนึ่ง

6. ปรับปรุงสิทธิประโยชน์และส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในภูมิภาค เนื่องจากการลงทุนของเอกชนเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างความเจริญในระเบียงเศรษฐกิจ ผมเสนอให้พิจารณาให้มีกลไกการประกันสินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมซึ่งการเข้าถึงแหล่งเงินของ SMEs จะส่งผลสำคัญในการสร้างขีดความสามารถ การสร้างศักยภาพของ SMEs ในอนุภูมิภาค และขอให้ประเทศสมาชิกปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้ออำนวยต่อนักลงทุน

7. ร่วมมือดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการภัยพิบัติดังที่ทุกท่านได้ตระหนักถึงแล้วว่า ผมขอให้ความสำคัญต่อการร่วมกันเตรียมตัวรองรับต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาดังกล่าว ดังนั้น พวกเราจึงต้องร่วมมือกันสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวสู่การเป็นเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขงสีเขียว (หรือ Green Mekong)

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวชื่นชมยินดีโครงการ GMS ในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ว่ามีความพอใจในโครงการและจะส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานการค้าท่องเที่ยว [8]

อ้างอิงค้นคว้า

ข้อมูลเก่าถึงปี 2554

กนกพร สุรการค้า, "การศึกษาเพื่อพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์เพื่อรองรับ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก", 2551.

กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2547). "การวางและจัดทำผังประเทศและผังภาคประเทศไทยและการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต". (เอกสารประกอบการสัมมนาระดับภาค ครั้งที่ 1 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2547 ณ โรงแรมตักศิลา จ.มหาสารคาม). กรุงเทพฯ:กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย.

กระทรวงการต่างประเทศ, "กรอบความร่วมมือ : โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง Greater Mekong Subregion (GMS)", http://www.mfa.go.th/main/th/world/7/19897-โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่ม.html

กัลปพฤกษ์ เกื้อเกตุ. (2541). "การวางแผนความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโตการท่องเที่ยวชายแดน : กรณีศึกษา เมืองหนองคาย". วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมือง. กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย.(2547). "รายงานการศึกษาขั้นสุดท้าย โครงการศึกษาความเหมาะสมเพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว". กรุงเทพฯ:มปพ.

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย.(2547). "รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาการพัฒนามุกดาหารเป็นศูนย์กลาง รวบรวม แปรรูปและกระจายสินค้า". กรุงเทพฯ:การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย.

เจษฎา สุวัตถิ. (2538). "แนวทางการพัฒนาเมืองหนองคายเพื่อรองรับผลกระทบจากสะพานมิตรภาพ". วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต การวางแผนภาคและเมือง กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ผศ.ชมพู โกติรัมย์, "ประเทศไทยกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองในระดับอนุภูมิภาค", มปป.

ม.ล. ชาญโชติ ชมพูนุท. "ทุนมนุษย์ภาคพลังงานและสิ่งแวดล้อมในกลุ่มประเทศ GMS". 25 มิถุนายน 2554. [Online]., Available URL : http://www.gotoknow.org/blog/chanchot-chira/445924

ธีระพงศ์ โพธิ์มั่น SEARI, "เขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีน : อันตรายของคนหลายล้านในแม่น้ำตอนล่าง", แปลและเรียบเรียงจากเอกสารของ International Rivers Network, http://www.livingriversiam.org/4river-tran/4mk/upper_Mekong_dam.doc

ปรีชา แดงโรจน์. (2544). "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่ศตวรรษที่ 21". กรุงเทพฯ: บริษัทไฟว์แอนด์ไฟว์พริ้นติ้ง จำกัด.

ภาณุรังษี เดือนโฮ้ง. (2550). "การศึกษาแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน". ปริญญานิพนธ์ วท.ม. (การวางแผนและการจัดการการท่องเที่ยวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม : รองศาสตราจารย์เรณู ศรสำราญ, อาจารย์ ดร.นลินา ประไพรักษ์สิทธิ์

http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Eco_Pla_Man/Panurangsri_D.pdf

โลจิสติกส์คอร์นเนอร์, "โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(GMS)", 18 สิงหาคม 2552, http://logisticscorner.com/index.php?option=com_content&view=article&id=885:gms&catid=40:logistics&Itemid=87

ศุภชัย วรรณเลิศสกุล. "เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน : โอกาสและอุปสรรคสำหรับการลงทุนจากประเทศไทย (Savan-Seno Special Economic Zone: Opportunities and Obstacles for Investment from Thailand)". วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปีที12 ฉบับที่1 มกราคม – เมษายน 2553. [Online]. Available URL : http://www.ubu.ac.th/~research/UBUJournal/DB_Journal/fileupload/12109.pdf

ศูนย์ส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว, สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร, "ทำความรู้จัก GMS ระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง", http://www.moc.go.th/opscenter/md/?p=613

สภาธุรกิจไทย-ลาว (Thailand - Laos Business Council : TLBC)

http://thailaosbiz.com/index.php?option=com_content&task=view&id=20&Itemid=34

อาคม(นามแฝง), "เขื่อนแม่น้ำโขง :การยึดครองผลประโยชน์เบ็ดเสร็จของจีน", 3 เมษายน 2550. http://www.oknation.net/blog/akom/2007/04/03/entry-1

ข้อมูลใหม่ตั้งแต่ปี 2555

ทำเนียบรัฐบาล(ข่าว), นายกรัฐมนตรีขอเชิญคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 (The 5th GMS Summit), (ไทย-เมียนมาร์-ลาว- จีน-เวียดนาม-กัมพูชา) http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/88435-88435.html

"นายกฯย้ำรบ.ยึดโรด แมปลุยสร้างมั่นคง ปท.-เร่งแก้ค้ามนุษย์", สนุกดอทคอมและ ไอเอ็นเอ็น., 26 ธันวาคม 2557, http://news.sanook.com/1721533/&http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=588301

บัญชา ชุมชัยเวทย์, "Monitoring, Fixing and Sustaining Thailand's Competitiveness", ไทยรัฐออนไลน์, 25 มิถุนายน 2555, http://www.thairath.co.th/content/eco/270854

"ประยุทธ์" ชง 7 แผน พัฒนาอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง, ผู้จัดการ, 20 ธันวาคม 2557,

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000146107


[1] บัญชา ชุมชัยเวทย์, "Monitoring, Fixing and Sustaining Thailand's Competitiveness", ไทยรัฐออนไลน์

, 25 มิถุนายน 2555, http://www.thairath.co.th/content/eco/270854

[2] 3 เสาสำคัญได้แก่ (1) ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(2) ประชาคมเศรษฐกิจและ(3) ประชาคมสังคมวัฒนธรรม ซึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 12 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2550 ได้มีการประกาศเลื่อนเป้าหมายการรวมตัวให้เร็วเข้ามาอีก 5 ปีเป็น พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) และในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 14 ที่ชะอำ ประเทศไทย ผู้นำอาเซียนก็ได้ร่วมลงนามในเอกสาร "Roadmap for an ASEAN Community 2009-2015"ดูใน กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ, "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC)", กุมภาพันธ์ 2555, http://www.mfa.go.th/asean/contents/files/asean-media-center-20121126-180228-326132.pdf&ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน), "ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของ อาเซียน และประชาคมอาเซียน", http://www.sac.or.th/databases/conference_asean_2011/?page_id=536

[3] Gotoknow.org, 16 กรกฎาคม 2554. https://www.gotoknow.org/posts/449381

[4] ทำเนียบรัฐบาล(ข่าว), นายกรัฐมนตรีขอเชิญคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 5 (The 5th GMS Summit) ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร, http://www.thaigov.go.th/th/government-th1/item/88435-88435.html

[5] ทำเนียบรัฐบาล(ข่าว), อ้างแล้ว.

[6] ทำเนียบรัฐบาล(ข่าว), อ้างแล้ว.

[7] "ประยุทธ์" ชง 7 แผน พัฒนาอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง, 20 ธันวาคม 2557,

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000146107

[8] "นายกฯย้ำรบ.ยึดโรด แมปลุยสร้างมั่นคง ปท.-เร่งแก้ค้ามนุษย์", 26 ธันวาคม 2557, http://news.sanook.com/1721533/&http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=588301

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Phachern Law Adiministration



ความเห็น (0)