คาราวานครูอาสาครั้งที่ ๖ ปฐมบท

เมื่อสองมือน้อยของเราได้ลิขิตการเดินทางให้เราเป็น "ครู" ผู้ให้ตลอดกาล จึงได้ถือกำเนิดกิจกรรมอาสาของกลุ่มอาสาคาราวาน ในงาน คาราวานครูอาสาครั้งที่ ๖ ตอน ครูอาสาพัฒนาชุมชนขึ้น เมื่อวันที่ ๒๖ - ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยมีครูอาสาผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ ๑๕ ชีวิต เพื่อเป้าหมายมุ่งสู่ดินแดนที่หลายคนอาจเคยผ่านไปเพื่อแสวงหาธรรมชาติที่สวยงาม แต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่จะได้ผ่านมาเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมี "บ้านนาสะอุ้ง" เป็นจุดหมายปลายทาง

ในการเริ่มต้นครั้งนี้ก็เหมือนเช่นทุกครั้ง ผมเริ่มต้นกับสหาย ที่พร้อมสู้ด้วยกันตลอดทาง นั่นคือ "น้องดี๋" จากวันที่เราเริ่มต้นจากเงินสมทบทุนเป็นศูนย์ เราก็ดันทุรังที่จะหาสถานที่ที่เหมาะสมกับการดำเนินกิจกรรมครูอาสาของเรา คงทำอะไรได้ไม่มากหากจะลงทุุนในสิ่งที่เป็นวัตถุ คงได้เพียงกำลังความรู้ความสามารถในฐานะความเป็น "ครู" ที่จะพอถ่ายทอดให้กับเด็ก ๆ ทุกคน และ อาสาที่ร่วมในคาราวานทุกคน ตามแนวคิดว่า ให้ในสิ่งที่เรามี และเป็นการให้เครื่องมือ ความรู้ เพื่อให้เขาได้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ผมได้พูดถึงน้องดี๋ ซึ่งในค่ายครั้งนี้เขาได้เป็นผู้อำนวยการ จากประสบการณ์ที่เขาเก็บสะสมมา เขาช่วยงานคนทุกคนที่เขาช่วยได้ จิตใจมีพรหมวิหาร จนกระทั่งตอนนี้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น พร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาได้อย่างมีระเบียบแบบแผนมากขึ้น เขาจะเติบใหญ่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมพัฒนาชาติ ต่อไป ซึ่งในอนาคตเมื่อเขาย้อนมองกลับมา เขาจะดูถูก ดูแคลนสิ่งที่ผมทำอย่างไรก็สุดแล้วแต่ ผมเคยพูดกับเขาในการออกอาสาคาราวานครั้งที่ ๑ ที่โรงเรียนกกเชียง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ขณะที่เรานั่งอยู่ท่ามกลางกองไฟอันลุกโชน มีประเด็นสำคัญของแนวคิดในการทำกิจกรรมของกลุ่มเราก็คือ ๑.ให้ความสำคัญกับกระบวนการพัฒนาตนเอง ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม และ ๒. ตราบใดที่ยังมีแรงกายแรงใจ ขอให้มุ่งมั่นทำไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะมีคนร่วมกับคุณไม่กี่คน หรือไม่มีเลยก็ตาม เราก็ต้องทำ

การดำเนินงานของเรา มีกระบวนการตามวงจร Demming ในตัวเองอย่างชัดเจน ด้วยผม และดี๋ ร่วมกันจัดหาสถานที่และกิจกรรมที่เราจะทำกัน เราเสาะหา ไ้มาทั้งสถานที่ที่เราเคยไป เช่น บ้านกกเชียง สุพรรณบุรี บ้านธงชัย จ.ตาก และพื้นที่แนะนำอย่างอุดรธานี และสุรินทร์ เราพยายามที่จะคิดทบทวนถึงความเหมาะสมทั้งเรื่องของงบประมาณจากการเินทาง และงบประมาณการกินอยู่ และสิ่งที่จะให้กับโรงเรียน เรายังหาข้อสรุปกันไม่ได้ เพราะเรายังไม่มีทั้งคน และ เงิน เลย

และการค้นหาของเราก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อเราได้เห็นภาพของศูนย์เด็กเล็กบ้านนาสะอุ้ง จากเวบไซต์แห่งหนึ่ง มันช่างเป็นสถานที่ที่เราตามหา ทั้งการเดินทาง สภาพโรงเรียน และชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ในที่สุดเราก็ตกลงปลงใจที่จะติดต่อสถานที่ต่าง ๆ โดยท่านผู้อำนวยการดี๋ ได้รับอาสาเป็นผู้ประสานงานสถานที่จากพี่อุไรวรรณ หัวหน้างานการศึกษา อบต.วังบาล ผอ.ศูนย์เด็กเล็กทับเบิก และ ผู้ใหญ่ใจ ผู้ดูแลพื้นที่บ้านนาสะอุ้งอย่างเป็นทางการ

การเตรียมตัวของเราเริ่มต้นจากการระดมสมาชิกที่เราบอกต่อกันกลุ่มย่อยๆ ได้ เอก อิ๋ว มาช่วยกันเตรียมงาน และมีดาวมาช่วยสมทบในการเตรียมงาน โดย เอก แคนดิเดทนักศึกษารางวัลพระราชทาน เป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารการกิน ดาวและอิ๋ว ดูแลเรื่องกิจกรรม และผม ซึ่งมักไม่ค่อยมีหน้าที่ประจำจนใครๆเขาหาว่าไม่เห็นทำอะไร แต่เขาก็ไม่เคยรู้ครับว่า จนกว่างานจะสำเร็จมันเหนื่อยกายและใจแค่ไหน

เราระดมทุนกันคนละ ๑,๐๐๐ บาท จากสมาชิกที่สมทบทุนกัน ได้แก่ ผม ตี๋ แมว มิ้น เมย์ แบงค์ ดาว แอ๋ว เอก และลูกปัด จากศรีปทุม สมาชิกใหม่ต่างค่ายแต่ใจเดียวกัน และสมาชิกเก่าแต่ป่วย นั่นคือกอล์ฟที่ร่วมสมทบทุนไป นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือยานพาหนะจาก เอ กวาง รวมทั้งพี่เอก แคสติ้งมือทอง แวน และดาราซิทคอมที่เรารู้จักกันดีคือ ต้อม ร่วมสมทบทุน เพิ่มเติมอีก๒,๐๐๐ บาท และเงินสมทบทุนบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา รวมแล้วก็ประมาณหมื่นต้นๆ เราทั้ง ๑๕ ชีวิตเตรียมพร้อมเดินทางเต็มที่

และแล้วปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้ นั่นคือเรามีรถแค่คันเดียว กับของและคน ๑๕ คน คงไม่เพียงพอ ผมพยายามติดต่อทุกวิถีทาง แต่ตรงกับช่วงงานเยอะ แต่ก็ไม่ลดละ มิ้น แบงค์ กวาง เอ คุยกันกับผมหาทางออกสุดกำลัง เราไม่เคยยอมแพ้ พรุ่งนี้จะเดินทางเรายังไม่มีรถอีกคัน นพ อปพร สายไหม ช่วยหาอีกแรง จริงๆแล้วผมมีรถกะบะอีกคัน สำรองไว้ ไปถ่ายน้ำมันเครื่องจ่ายไป ๒,๐๐๐ บาท เพื่องานนี้ แต่ไม่ได้บอกใคร ผมเห็นบางคนสู้สุดตัวเพื่อหารถ เขาติดต่อสอบถามผมตลอดเวลา เขาบอกผมว่า ผมจะต้องหาให้ได้ เราทำดีเราต้องหาได้ จนประมาณเกือบห้าโมงเย็นครับที่เราติดต่อกันทั้งวันจะสัมฤทธิผล โดยความช่วยเหลือของพ่อแบงค์ที่ประสานรถรับจ้างให้เราได้ สรุปแล้ว ค่ารถคันนี้ ๔,๕๐๐ บาทไม่รวมน้ำมัน นี่ถ้ารวมน้ำมันก็ ๗,๕๐๐ ได้ แล้วไหนจะค่าน้ำมันรถอีกคันล่ะ เอาล่ะเป็นไงเป็นกันมีน้อยก็กินน้อย เพราะเราไม่เอาเงินบริจาคมากินกัน เราจะส่งทุกบาทถึงจุดหมาย แต่เขื่อมั่นในใจตนเองว่า เราทุกคนจะผ่านไปได้ด้วยกัน คืนก่อนเดินทางก็ปวดขามากเนื่องจากเพิ่งแข่งกีฬาม่า แต่เป็นไงเป็นกันครับ ใจเต็มร้อยแล้วนิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ประสบการณ์แห่งการอาสา



ความเห็น (0)