การที่ไอคิวเด็กต่ำ ปี 2544 อยู่ที่ 88 จากการวิจัยของพญ.แสงโสม สีนะวัฒน์ กรมอนามัย ที่ลงใน ไทยรัฐ คอลัมน์ ของคุณลมเปลี่ยนทิศ และปี 2540 อยู่ที่ 91 .6 โดย พญ. จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ

ที่มา.......

http://www.parent-youth.net/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=111919&Ntype=2

รายละเอียด..........

เด็ก จีน ญี่ปุ่น ไอคิว 104, เด็ก อังกฤษ และอเมริกา ไอคิว สูงกว่า 120

สาเหตุคือ นอกจาการที่พ่อแม่ ไม่มีความรู้ ในการเลี้ยงดูบุตรที่ถูกต้องทำให้เด็กขาดสารอาหาร ขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม ภาวะยากจนทำให้เขาขาดความรัก เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานที่อื่นๆ

ระบบการเรียนการสอนก็สำคัญยิ่ง ที่จะทำให้เด็กไอคิวสูงขึ้น ไม่ใช่เฉพาะการที่ให้เด็กมีความรู้รอบตัว เพียงอย่างเดียว การศึกษาที่ดี นอกจากจะให้ความรู้ที่จำเป็น (ย้ำว่าที่จำเป็น ไม่ใช่มากมายจนเด็กและครู ไม่มีเวลาได้ใช้สมองในการฝึกคิด ) นำไปใช้ประโยชน์ได้แล้ว

การกำหนดคำถาม หรือการบ้าน เพื่อให้เด็กทำงานนั้น ควรจะเน้นว่าเด็กจะได้รับการพัฒนาสมองส่วนไหน มากกว่าที่จะถามว่าเธอได้ทำการบ้านหรือยัง หรือคำตอบผิดถูก (ตามหลักการของLayered curriculum) เพราะฉะนั้น เราจะเน้นกระบวนการคิดในการทำงาน มากกว่าผลลัพธ์หรือคำตอบ หรือความรู้มากมายรอบตัว แต่เอาตัวไม่รอด

ให้เด็กสามารถอธิบายแนวคิด หรือวิธีการคิดในการหาคำตอบมากกว่า การให้เด็กได้ทำงานที่มอบหมายให้ เช่นโจทย์ คณิตศาสตร์ ควรจะถามว่า ได้คำตอบมาด้วยวิธีใด มากกว่าจะถามว่าตอบว่าอย่างไร

ฉะนั้น เราควรจะหาคำตอบให้ได้ว่า งานที่เรามอบหมายให้เด็กนั้น เด็กจะได้เรียนรู้อะไร ช่วยเสริมสมองส่วนไหนมากว่าถามว่าเด็กว่า ทำการบ้านหรือยัง