พันธุ์ของครู

พันธุ์ของครู

ในฐานะนักพันธุศาสตร์ ผมรู้สึกสนใจในเรื่อง "พันธุ์ของครู" ซึ่งคนในสังคมสมัยนี้กำลังให้ความสนใจและถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ขณะนี้

สำหรับผมแล้ว เรื่อง "พันธุ์ของครู" มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะแม้ว่าครูจะเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง แต่ความเป็น "ครู" นั้น เป็น บทบาททางสังคม ดังนั้น ในความเห็นของผม เรื่อง "พันธุ์ของครู" จึงมีประเด็นเกี่ยวข้องกับ วิชาพันธุศาสตร์ (Genetics) เป็นคำถามที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น

  1. สิ่งมีชีวิตมีลักษณะที่ปรากฏภายนอก เรียกว่า ฟีโนทัยป์ (phenotype) ซึ่งถูกกำหนดโดยลักษณะทางพันธุกรรมของยีน เรียกว่า จีโนทัยป์ (genotype) เมื่อความเป็นครูเป็นบทบาททางสังคม แม้จะมิใช่ลักษณะที่ปรากฏภายนอก ในความหมายของฟีโนทัยป์ทางพันธุศาสตร์โดยตรง บทบาททางสังคมของความเป็นครูนี้ มีความสัมพันธ์กับฟีโนทัยป์และจีโนทัยป์ ในทางมนุษย์พันธุศาสตร์ (Human Genetics) อย่างไรหรือไม่
  2. กำเนิดของ "สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต" (The Origin of Species) ตามทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) และความรู้ทางพันธุศาสตร์สมัยใหม่ เกิดจากการผันแปรของพันธุกรรม (genetic variation) ซึ่งความผันแปรของพันธุกรรมโดยรวมเรียกว่า ความผันแปรของจีโนม (genomic variation) ส่งผลให้เกิดความผันแปรของฟีโนทัยป์ (phenotypic variation) เมื่อสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับธรรมชาตินั้น จะอยู่รอดและขยายพันธุ์ (reproduction) ในขณะที่สิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมาะกับธรรมชาตินั้น จะไม่สามารถอยู่รอดและสูญพันธุ์ (extinction) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ" (natural selection) ซึ่งทำให้เกิด ความหลากหลายทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต (biodiversity) รวมทั้งมนุษย์ (human biodiversity) ด้วย แต่เมื่อความเป็นครูเป็นบทบาททางสังคม หากครูมีหลายพันธุ์จริง แสดงว่าครูเกิดความหลากหลาย ที่ผมจะขอเสนอคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า ความหลากหลายทางสังคมของครู หรือของมนุษย์ (human social-diversity) จึงเกิดประเด็นคำถามที่น่าสนใจว่า ครูมีกำเนิดของสายพันธุ์เหมือนสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตและมีกระบวนการคัดเลือกทางสังคมที่เลียนแบบกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติจริงหรือไม่
  3. หาก "สายพันธุ์ของครู" มีกำเนิดเหมือน "สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต" ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจต่อไปว่าจีโนทัยป์ คือ ยีน (gene) อะไร หรือกลุ่มของยีนอะไร ที่เป็นตัวกำหนดสายพันธุ์ต่างๆ ของครู ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในเชิงประยุกต์ในการใช้การตรวจยีนหรือจีโนทัยป์ ซึ่งในสมัยนี้ทำได้ไม่ยาก โดยอาศัยเทคโนโลยีทางอณูพันธุศาสตร์ (Molecular Genetics) และทางจีโนมิกส์ (Genomics) ในการนำมาใช้คัดเลือกสายพันธุ์ของครู เพื่อให้ได้สายพันธุ์ตรงตามที่สังคมไทยประสงค์

ในขณะที่ความรู้ทางพันธุศาสตร์ในเรื่องสายพันธุ์ของครู ทั้งในด้านความถูกต้องแม่นยำของทฤษฎีและในด้านองค์ความรู้ ยังมีไม่พอที่จะนำมาประยุกต์ ผมจึงขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบนำเอาเทคโนโลยีทางอณูพันธุศาสตร์และทางจีโนมิกส์มาใช้ เหมือนเช่นในปัจจุบันที่มีการนำมาใช้ตรวจและทำนายโรคบางอย่างโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากพหุปัจจัย (multifactorial diseases) เพราะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย และได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ผมมีข้อสังเกตด้วยว่า บ่อยครั้งคนไทยชอบนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้อย่างไม่ถูกต้องและเหมาะ หรือไม่ถูกกาลเทศะ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ ความโลภและการหลอกลวงทางธุรกิจ

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีข้อมูลทางพันธุศาสตร์เพิ่มมากขึ้นว่า ปัจจัยทางพันธุกรรม (genetic factor) จะมีอิทธิพลและบทบาทกำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจของมนุษย์ ซึ่งอยู่ในขอบเขตความสนใจของการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Genetics) และพันธุศาสตร์ของระบบประสาท (Neurogenetics) ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม การศึกษาและเรียนรู้ (environmental factor) ก็มีอิทธิพลและบทบาทกำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจของมนุษย์ อย่างไม่ยิ่งหย่อนกว่าปัจจัยทางพันธุกรรม

ในขณะที่สังคมมัวแต่ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่อง ครูพันธุ์ใหม่-พันธุ์เก่า พันธุ์แท้-พันธุ์ทาง หรือพันธุ์เทียม นั้น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะประกอบอาชีพครู ดูจะง่ายพอกับการกำหนดลักษณะที่ปรากฏภายนอกหรือฟีโนทัยป์ที่พึงประสงค์ และทำการคัดเลือกพันธุ์ที่มีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำการตรวจจีโนทัยป์ให้ยุ่งยาก ซึ่งเป็นวิธีที่คงจะไม่ได้ผลและยังไม่ควรจะคิดทำในเวลานี้ ในความเห็นของผม คิดว่าผู้ที่จะประกอบอาชีพครู มีคุณสมบัติที่ควรจะพิจารณาสองระดับ คือ คุณสมบัติในระดับพื้นฐาน ได้แก่ 1. เป็นผู้ที่ชอบสอนหรือชอบให้ความรู้ผู้อื่น 2. ชอบค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวและเอามาสอนผู้อื่น 3. มีความคิด ความจำ ไหวพริบและสติปัญญาดีพอสมควร เพื่อที่จะสามารถทำสองแรกได้ดี และ 4. ได้รับสั่งสอน ฝึกหัดและอบรมเพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติสองข้อแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนคุณสมบัติในระดับสูง เป็นเรื่องคุณสมบัติที่กำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจในความเป็นครู ได้แก่ 1. มีพฤติกรรมสุภาพเรียบร้อยและเหมาะสมที่จะเป็นครู ไม่ประพฤติผิดศีลธรรมจรรยาที่ถูกต้องดีงามต่างๆ 2. มีความเมตตากรุณาและปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นพื้นฐานของจิตใจ หรือมีจิตวิญญาณของความเป็นครู 3. มีความอดกลั้นอดทนและระงับยับยั้งจิตใจต่อสิ่งยั่วยุให้กระทำผิดต่างๆ มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายแก่ใจและความเกรงกลัวต่อบาป) มีสติปัญญาที่แยกแยะดี-ชั่วและถูก-ผิด อย่างเพียงพอที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องดีงามและเหมาะสม และ 4. มีจิตใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความเสียสละและจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและสังคม ปรารถนาจะให้เด็กและเยาวชนและคนในสังคมมีความสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง

เมื่อสรรหาผู้ที่มีศักยภาพหรือคุณสมบัติในระดับพื้นฐานได้แล้ว จะต้องนำมาสั่งสอน ฝึกหัด อบรมและพัฒนาให้มีความเป็นครู เพื่อให้มีคุณสมบัติในระดับสูงที่เด่นชัดขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบดูแลให้ครูปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องและมีการพัฒนาอย่างถูกทาง พร้อมทั้งดูแลในด้านชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมให้พอสมควรแก่ฐานะและอัตภาพ อาชีพครูเป็นอาชีพที่สำคัญเพราะเป็นอาชีพที่สร้างคนให้แก่สังคม จึงควรจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและอยู่ในฐานะที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากสังคม

กรุงเทพธุรกิจ Bangkokbiznews.com http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/reader-opinion/20110830/407005/news.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การศึกษา



ความเห็น (0)