พันธุ์ของครู
ในฐานะนักพันธุศาสตร์ ผมรู้สึกสนใจในเรื่อง "พันธุ์ของครู" ซึ่งคนในสังคมสมัยนี้กำลังให้ความสนใจและถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ขณะนี้
สำหรับผมแล้ว เรื่อง "พันธุ์ของครู" มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะแม้ว่าครูจะเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง แต่ความเป็น "ครู" นั้น เป็น บทบาททางสังคม ดังนั้น ในความเห็นของผม เรื่อง "พันธุ์ของครู" จึงมีประเด็นเกี่ยวข้องกับ วิชาพันธุศาสตร์ (Genetics) เป็นคำถามที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น
- สิ่งมีชีวิตมีลักษณะที่ปรากฏภายนอก เรียกว่า ฟีโนทัยป์ (phenotype) ซึ่งถูกกำหนดโดยลักษณะทางพันธุกรรมของยีน เรียกว่า จีโนทัยป์ (genotype) เมื่อความเป็นครูเป็นบทบาททางสังคม แม้จะมิใช่ลักษณะที่ปรากฏภายนอก ในความหมายของฟีโนทัยป์ทางพันธุศาสตร์โดยตรง บทบาททางสังคมของความเป็นครูนี้ มีความสัมพันธ์กับฟีโนทัยป์และจีโนทัยป์ ในทางมนุษย์พันธุศาสตร์ (Human Genetics) อย่างไรหรือไม่
- กำเนิดของ "สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต" (The Origin of Species) ตามทฤษฎีของ ชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) และความรู้ทางพันธุศาสตร์สมัยใหม่ เกิดจากการผันแปรของพันธุกรรม (genetic variation) ซึ่งความผันแปรของพันธุกรรมโดยรวมเรียกว่า ความผันแปรของจีโนม (genomic variation) ส่งผลให้เกิดความผันแปรของฟีโนทัยป์ (phenotypic variation) เมื่อสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน สิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับธรรมชาตินั้น จะอยู่รอดและขยายพันธุ์ (reproduction) ในขณะที่สิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมาะกับธรรมชาตินั้น จะไม่สามารถอยู่รอดและสูญพันธุ์ (extinction) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "กระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ" (natural selection) ซึ่งทำให้เกิด ความหลากหลายทางธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต (biodiversity) รวมทั้งมนุษย์ (human biodiversity) ด้วย แต่เมื่อความเป็นครูเป็นบทบาททางสังคม หากครูมีหลายพันธุ์จริง แสดงว่าครูเกิดความหลากหลาย ที่ผมจะขอเสนอคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า ความหลากหลายทางสังคมของครู หรือของมนุษย์ (human social-diversity) จึงเกิดประเด็นคำถามที่น่าสนใจว่า ครูมีกำเนิดของสายพันธุ์เหมือนสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตและมีกระบวนการคัดเลือกทางสังคมที่เลียนแบบกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติจริงหรือไม่
- หาก "สายพันธุ์ของครู" มีกำเนิดเหมือน "สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต" ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจต่อไปว่าจีโนทัยป์ คือ ยีน (gene) อะไร หรือกลุ่มของยีนอะไร ที่เป็นตัวกำหนดสายพันธุ์ต่างๆ ของครู ซึ่งอาจจะมีประโยชน์ในเชิงประยุกต์ในการใช้การตรวจยีนหรือจีโนทัยป์ ซึ่งในสมัยนี้ทำได้ไม่ยาก โดยอาศัยเทคโนโลยีทางอณูพันธุศาสตร์ (Molecular Genetics) และทางจีโนมิกส์ (Genomics) ในการนำมาใช้คัดเลือกสายพันธุ์ของครู เพื่อให้ได้สายพันธุ์ตรงตามที่สังคมไทยประสงค์
ในขณะที่ความรู้ทางพันธุศาสตร์ในเรื่องสายพันธุ์ของครู ทั้งในด้านความถูกต้องแม่นยำของทฤษฎีและในด้านองค์ความรู้ ยังมีไม่พอที่จะนำมาประยุกต์ ผมจึงขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบนำเอาเทคโนโลยีทางอณูพันธุศาสตร์และทางจีโนมิกส์มาใช้ เหมือนเช่นในปัจจุบันที่มีการนำมาใช้ตรวจและทำนายโรคบางอย่างโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากพหุปัจจัย (multifactorial diseases) เพราะทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย และได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า ผมมีข้อสังเกตด้วยว่า บ่อยครั้งคนไทยชอบนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้อย่างไม่ถูกต้องและเหมาะ หรือไม่ถูกกาลเทศะ เพราะขาดความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ ความโลภและการหลอกลวงทางธุรกิจ
แม้ว่าในปัจจุบันจะมีข้อมูลทางพันธุศาสตร์เพิ่มมากขึ้นว่า ปัจจัยทางพันธุกรรม (genetic factor) จะมีอิทธิพลและบทบาทกำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจของมนุษย์ ซึ่งอยู่ในขอบเขตความสนใจของการศึกษาทางด้านพันธุศาสตร์เชิงพฤติกรรม (Behavioral Genetics) และพันธุศาสตร์ของระบบประสาท (Neurogenetics) ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม การศึกษาและเรียนรู้ (environmental factor) ก็มีอิทธิพลและบทบาทกำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจของมนุษย์ อย่างไม่ยิ่งหย่อนกว่าปัจจัยทางพันธุกรรม
ในขณะที่สังคมมัวแต่ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่อง ครูพันธุ์ใหม่-พันธุ์เก่า พันธุ์แท้-พันธุ์ทาง หรือพันธุ์เทียม นั้น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะประกอบอาชีพครู ดูจะง่ายพอกับการกำหนดลักษณะที่ปรากฏภายนอกหรือฟีโนทัยป์ที่พึงประสงค์ และทำการคัดเลือกพันธุ์ที่มีตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องทำการตรวจจีโนทัยป์ให้ยุ่งยาก ซึ่งเป็นวิธีที่คงจะไม่ได้ผลและยังไม่ควรจะคิดทำในเวลานี้ ในความเห็นของผม คิดว่าผู้ที่จะประกอบอาชีพครู มีคุณสมบัติที่ควรจะพิจารณาสองระดับ คือ คุณสมบัติในระดับพื้นฐาน ได้แก่ 1. เป็นผู้ที่ชอบสอนหรือชอบให้ความรู้ผู้อื่น 2. ชอบค้นคว้าหาความรู้ใส่ตัวและเอามาสอนผู้อื่น 3. มีความคิด ความจำ ไหวพริบและสติปัญญาดีพอสมควร เพื่อที่จะสามารถทำสองแรกได้ดี และ 4. ได้รับสั่งสอน ฝึกหัดและอบรมเพื่อให้มีทักษะในการปฏิบัติสองข้อแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนคุณสมบัติในระดับสูง เป็นเรื่องคุณสมบัติที่กำหนดพฤติกรรม อุปนิสัย และจิตใจในความเป็นครู ได้แก่ 1. มีพฤติกรรมสุภาพเรียบร้อยและเหมาะสมที่จะเป็นครู ไม่ประพฤติผิดศีลธรรมจรรยาที่ถูกต้องดีงามต่างๆ 2. มีความเมตตากรุณาและปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นพื้นฐานของจิตใจ หรือมีจิตวิญญาณของความเป็นครู 3. มีความอดกลั้นอดทนและระงับยับยั้งจิตใจต่อสิ่งยั่วยุให้กระทำผิดต่างๆ มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายแก่ใจและความเกรงกลัวต่อบาป) มีสติปัญญาที่แยกแยะดี-ชั่วและถูก-ผิด อย่างเพียงพอที่จะดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องดีงามและเหมาะสม และ 4. มีจิตใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีความเสียสละและจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมและสังคม ปรารถนาจะให้เด็กและเยาวชนและคนในสังคมมีความสันติสุขและเจริญรุ่งเรือง
เมื่อสรรหาผู้ที่มีศักยภาพหรือคุณสมบัติในระดับพื้นฐานได้แล้ว จะต้องนำมาสั่งสอน ฝึกหัด อบรมและพัฒนาให้มีความเป็นครู เพื่อให้มีคุณสมบัติในระดับสูงที่เด่นชัดขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบดูแลให้ครูปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องและมีการพัฒนาอย่างถูกทาง พร้อมทั้งดูแลในด้านชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคมให้พอสมควรแก่ฐานะและอัตภาพ อาชีพครูเป็นอาชีพที่สำคัญเพราะเป็นอาชีพที่สร้างคนให้แก่สังคม จึงควรจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมและอยู่ในฐานะที่ได้รับการยกย่องเชิดชูจากสังคม
กรุงเทพธุรกิจ Bangkokbiznews.com http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/reader-opinion/20110830/407005/news.html