วิธีจัดการกับชีวิตและการงาน

การมุ่งสู่อาชีพที่สวยงามและมีครอบครัวที่สุขสันต์ ทั้งชายและหญิงต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ในการเลือกที่จะมุ่งเน้นทางด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือต้องมองให้ทะลุปรุโปร่งอย่างมีสติและสัมปชัญญะ จึงจะพบความสำเร็จ

วิธีจัดการกับชีวิตและการงาน

Manage Your Work, Manage Your Life

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

26 ธันวาคม 2557

บทความนี้ นำมาจาก Manage Your Work, Manage Your Life ประพันธ์โดย Boris Groysberg และ Robin Abrahams (Boris Groysberg เป็น professor of business administration at Harvard Business School และ Robin Abrahams เป็น research associate at Harvard Business School) ตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review ประจำเดือน มีนาคม 2557

ผู้สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/work-vs-life

ความสมดุลของชีวิตและการงาน

  • บทความนี้ เป็นผลงานวิจัย ที่เกิดจากนักศึกษาของฮาร์วาร์ด 600 คน สัมภาษณ์ผู้บริหารจำนวน 3,850 คนทั่วโลก เป็นเวลา 5 ปี และจากผลสำรวจผู้บริหาร 82 คนที่เข้ามาอบรมหลักสูตรผู้นำ ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี ค.ศ. 2012
  • จากวิจัยพอสรุปได้ว่า การบริหารชีวิตและการทำงาน มี 5 ประเด็นพิจารณาคือ
    • 1.) การนิยามความสำเร็จของตนเอง
    • 2.) การจัดการกับเทคโนโลยี
    • 3.) การสร้างเครือข่ายสนับสนุนทั้งที่ทำงานและที่บ้าน
    • 4.) การรู้จักเลือกการเดินทางหรือการย้ายที่ทำงาน และ
    • 5.) ความร่วมมือกับคู่ชีวิต

1. นิยามความสำเร็จของตนเอง (defining success for yourself)

  • ให้นิยามความสำเร็จของชีวิตด้วยตนเอง ซึ่งอาจแปรไปตามกาลเวลาได้
  • ผู้นำเพศหญิง จะให้ความสำคัญของค่านิยมการบรรลุความสำเร็จของตนเอง มากกว่าขององค์กร และให้ความสำคัญเรื่องของการเงิน การเรียนรู้และการพัฒนา น้อยกว่าเพศชาย
  • เรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ทุกคนจะให้ความสำคัญสูง โดยเฉพาะเพศชายถือว่าการมีครอบครัวเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ เพศหญิงจะบรรยายเรื่องการมีครอบครัวที่ดีควรเป็นอย่างไร และยังให้ความสำคัญถึงเพื่อนและชุมชนด้วย
  • ในขณะที่เพศชายคิดว่าตนเองเป็นคนหาเลี้ยงดูครอบครัว เพศหญิงจะให้ความสำคัญกับการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก (โดยเฉพาะลูกสาว) ว่าตนเองมีความสามารถในการเป็นผู้บริหารมืออาชีพได้
  • ผู้นำหญิงหลายคนกล่าวว่า วัฒนธรรมเรื่องความเป็นแม่ ทำให้ลำบากใจในการบริหารงานและครอบครัว
  • ดังนั้นผู้บริหารทั้งสองกลุ่มจึงชดเชยเรื่องของครอบครัว ด้วยการพยายามอยู่กับลูกในเหตุการณ์ที่สำคัญ เช่น วันเล่นกีฬาของลูก หรือพยายามติดต่อกับลูกอย่างน้อยวันละครั้ง

2. การจัดการกับเทคโนโลยี (managing technology)

  • ผู้ถูกสัมภาษณ์แทบทุกคน ให้ความใส่ใจกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น e-mails, text messages, voice mails, และการสื่อสารอื่น ๆ ซึ่งทำให้การจัดการกับเวลาในเรื่องเหล่านี้ เป็นปัญหาสำคัญโดยเฉพาะผู้บริหารที่มีครอบครัวแล้ว
  • การอยู่กับเทคโนโลยีเหล่านี้ตลอดเวลา ทำให้ผลงานแย่ลง ผู้บริหารหลายคนจึงจึงใช้เวลาน้อยลงกับเทคโนโลยีในขณะทำงาน โดยกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะทำการติดต่อสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตาโดยตรงกับบุคคล
  • เมื่อกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีที่บ้าน ประมาณหนึ่งในสามคิดว่ามากเกินจำเป็น หนึ่งในสี่คิดว่าก็ดี ที่เหลือเป็นกลาง
  • ทั้งสองกลุ่มคิดว่าผู้บริหารควรเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีอย่างฉลาด เพราะเทคโนโลยีเป็นบ่าวที่ดีเป็นนายที่แย่ (a good servant but a bad master)
  • คำแนะนำคือ ทำตัวให้ว่างแต่อย่าว่างจนเลยเถิด รู้จักใช้ประโยชน์เทคโนโลยี แต่เมื่อถึงคราวต้องสร้างสัมพันธภาพ การพูดคุยโดยตรงจะดีกว่า

3. สร้างเครือข่ายสนับสนุน (building support networks at work and at home)

  • ผู้บริหารทุกคนกล่าวว่า การจัดการครอบครัวและการทำงานต้องมีตัวช่วย (behind-the-scenes supporters) แม้ผู้บริหารที่ไม่มีครอบครัว ยังกล่าวถึงความจำเป็น เช่นการดูแลผู้ปกครองที่แก่เฒ่าแล้ว หรือแม้แต่ตอนที่ตนเองป่วยไข้ไม่สบาย
  • การสนับสนุนทางด้านอารมณ์ก็มีความสำคัญ ผู้บริหารบางครั้งก็ต้องการปลดเปลื้องความเครียดจากการงาน เพื่อนฝูงหรือครอบครัวจะเป็นผู้ฟังที่ปลอดภัยกว่าเพื่อนร่วมงาน
  • การสนับสนุนด้านการงานก็สำคัญเช่นกัน เพื่อนร่วมงานที่ไว้วางใจได้เป็นที่ปรึกษาที่ดี การที่ตนเองไม่สบายหรือผู้ปกครองเจ็บหนักต้องการการดูแล พรรคพวกที่ทำงานยังเป็นที่พึ่งพาได้
  • ผู้บริหารหลายคนเคยเกิดอาการหัวใจล้มเหลวฉับพลัน เป็นมะเร็ง หรือต้องดูแลผู้ปกครอง ก็ได้อาศัยผู้อื่นจนกว่าจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ
  • ผู้หญิงหลายรายไม่กล่าวถึงเครือข่าย เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ บางคนไม่กล่าวถึงครอบครัวในที่ทำงาน เพราะกลัวว่าจะไม่เป็นมืออาชีพ

4. การเลือกการเดินทางหรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน (traveling or relocating selectively)

  • เมื่อผู้นำกล่าวถึงเรื่องการเดินทางหรือโยกย้ายสถานที่ทำงาน (ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ) ว่ามีผลกระทบกับครอบครัว ดังนั้น พวกเขาจะคิดถึงการย้ายสถานที่ทำงานขณะที่ยังหนุ่มสาว และยังไม่มีภาระทางครอบครัวมากนัก
  • บางคนกล่าวว่า การย้ายที่ทำงานอาจเกี่ยวเนื่องกับความก้าวหน้าในอาชีพ แต่การเดินทางที่มีลูกเล็กเด็กแดงเป็นเรื่องไม่สนุก
  • ผู้หญิงหลายรายไม่เปลี่ยนที่ทำงานเมื่อมีบุตรแล้ว และมีผู้บริหารมากรายกล่าวปฏิเสธการโยกย้าย เมื่อบุตรเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
  • ผู้หญิงมีแนวโน้มการปฏิเสธ เมื่อได้รับข้อเสนอให้ไปทำงานยังต่างประเทศ เพราะหน้าที่ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และข้อจำกัดทางเพศและทางวัฒนธรรมในบางประเทศ
  • ไม่เพียงเพศหญิงเท่านั้นที่มีความลำบากในการปฏิบัติงานในต่างประเทศ ผู้บริหารหลายคนปฏิเสธการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แต่พอใจที่จะทำงานในประเทศนั้น ๆ หรือเฉพาะเมืองนั้น ๆ

5. ความร่วมมือกับคู่ครอง (collaborating with your partner)

  • ผู้นำที่มีความสุขกับครอบครัว กล่าวย้ำถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิสัยทัศน์กับคนในครอบครัว เพื่อจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข
  • ผู้นำเน้นความสำคัญของการมีความสัมพันธ์ที่เอื้อต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาวะทางอารมณ์ การมุ่งเน้นผลงาน การมองในภาพรวม หรือมองในรายละเอียด
  • มีผู้นำจำนวนมาก กล่าวถึงความสำคัญที่สุด ของการเกื้อหนุนทางด้านอารมณ์ (emotional support) ว่ามีผลต่ออาชีพการงาน
  • ทั้งชายและหญิงกล่าวว่า คู่ครองมีส่วนสนับสนุนในการเสี่ยงด้านธุรกิจ หรือการคว้าโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ โดยหวังผลในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น
  • การสนับสนุนจากคู่ครองมีหลายรูปแบบ แต่โดยสรุปคือ ขอให้บริหารจัดการความสามารถของตนอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแรงกดดันของผู้บริหารมีสูง หลายทิศทาง และมีมาเรื่อย ๆ
  • คู่ครองมีส่วนช่วยในเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่องเช่น จัดการกับเวลา ความเป็นอยู่ การเลือกงาน การเดินทาง การงานในบ้าน และการเกี่ยวข้องกับชุมชน
  • ผู้ชายดูเสมือนมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวสูงมากกว่า เพราะภรรยาที่บ้านไม่ได้ทำงานมีรายได้ โดยภรรยามีภาระในการเลี้ยงดูบุตร ทำงานบ้าน หรือการเตรียมโยกย้ายที่อาศัยตามสามี
  • ผู้หญิง ในทางตรงกันข้าม ปรารถนาให้สามีเธอ ไม่คาดหวังให้เธอต้องมารับภาระด้านงานแม่บ้านตามประเพณีนิยม
  • นั่นคือ ผู้บริหารชายยกย่องคู่ครอง ว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนในอาชีพการงาน ผู้บริหารหญิงยกย่องคู่ครอง ที่ไม่เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเธอ
  • จากข้อมูลการสำรวจ 88% ของผู้บริหารชายมีสถานะแต่งงาน ผู้บริหารหญิงมี 70%และ 60% ของผู้ชาย ภรรยาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เทียบกับ 10% ของผู้หญิง

ผู้นำในอนาคตคิดอย่างไร

  • ผู้บริหารชายยอมรับว่า ให้ความสำคัญกับครอบครัวน้อยไป และผู้หญิงอาจต้องลืมเรื่องการมีลูกหรือการแต่งงาน เพื่อเลี่ยงแรงกดดันระหว่างงานและครอบครัว
  • ผู้บริหารทั้งสองเพศคิดว่า ความตึงเครียดระหว่างงานและครอบครัว โดยมากเป็นปัญหาเรื่องของผู้บริหารหญิง ซึ่งนักศึกษาไม่เห็นด้วย เพราะในโลกธุรกิจปัจจุบัน ผู้ชายได้เป็นผู้บริหารมากกว่าผู้หญิง และคงใช้เวลาอีกนาน กว่าที่องค์กรจะยอมรับว่า ผู้หญิงก็มีประสิทธิภาพในการบริหาร ทั้งการงานและครอบครัว ได้เช่นเดียวกับผู้ชาย

เราไม่สามารถพยากรณ์ได้

  • ในศตวรรษที่ 21 การทำงานและการดำเนินชีวิต จะมีการดำเนินไปทางใด ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ มีเพียงสิ่งที่เป็นความจริง 3 ประการคือ:
    • อะไรก็เกิดขึ้นได้กับชีวิต (Life happens)
    • หนทางสู่ความสำเร็จมีได้หลายเส้นทาง (There are multiple routes to success)
    • ไม่มีใครทำได้สำเร็จเพียงผู้เดียว (No one can do it alone)

อะไรก็เกิดขึ้นได้กับชีวิต

  • บางครั้งบางครา ผู้บริหารอาจเผชิญกับวิกฤตส่วนตัว เช่น หัวใจล้มเหลวกระทันหัน หรือความตายของบุคคลในครอบครัว
  • ผู้บริหารท่านหนึ่งกล่าวว่า ผู้คนโดยมากมักจะลืมความสมดุลของชีวิตและการงาน จนกระทั่งมีบางสิ่งผิดปกติ (something is wrong) ซึ่งไม่เป็นการฉลาดเลย
  • ผู้บริหารที่ฉลาดจะไตร่ตรองเสมอว่า อะไรเป็นสิ่งที่ดีงาม ถ้าแนวทางนั้นไม่ดีในห้องประชุมหรือในโรงงาน ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องฝืนกระทำ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้กับชีวิต (Life happens)

หนทางสู่ความสำเร็จมีหลายเส้นทาง

  • บางคนวางแผนเส้นทางอาชีพโดยละเอียด บางคนไขว่คว้าหาโอกาสอยู่เสมอ บางคนทำงานในที่แห่งเดียว บางคนเปลี่ยนงานบ่อย บางคนนิยมติดต่อกับผู้คนจำนวนมาก
  • เช่นเดียวกับเรื่องของครอบครัว ซึ่งขึ้นกับบุคคลแต่ละรายผู้บริหารบางคนมีคู่ครองเป็นแม่บ้านอย่างเดียว บางคนต่างทำงานทั้งคู่
  • ส่วนปัญหาเรื่องการดูแลบุตร การย้ายที่ทำงานไปต่างประเทศ การใช้สมาร์ทโฟนในโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งไม่มีคำตอบใดที่ถูกที่สุด แต่ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องการคำตอบอยู่ดี

ไม่มีใครทำได้สำเร็จเพียงผู้เดียว

  • ถนนทุกสายที่มุ่งสู่ความสำเร็จ ไม่มีใครเดินเพียงผู้เดียวได้ การมีเครือข่ายสนับสนุน เป็นเรื่องสำคัญทั้งการงานและนอกการงาน

สรุป

  • การมุ่งสู่อาชีพที่สวยงามและมีครอบครัวที่สุขสันต์ ทั้งชายและหญิงต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ในการเลือกที่จะมุ่งเน้นทางด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือต้องมองให้ทะลุปรุโปร่งอย่างมีสติและสัมปชัญญะ จึงจะพบความสำเร็จ*****************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Work and Life



ความเห็น (0)