มากี เดอ ซาด (Marquis de Sade) : หนังสือ 120 วันแห่งโซดอม ตอนที่ 3

จาก 120 วันแห่งเมืองคนบาป มาสู่งานภาพยนตร์ในปี1974 พาโซลินี่เลือกที่จะนำ 120 Days of Sodom มาทำเป็นภาพยนตร์ แทนที่จะเป็นเรื่อง Saint Paul ที่เขาเขียนบทไว้แล้ว"บางทีนี่ (120 Days of Sodom) อาจจะเป็นเรื่องที่มีความหมายต่อโลกปัจจุบันนี้มากกว่า"เขาย้ายสถานที่จากปราสาทในสวิส มาเป็นที่เมือง Salòในปี 1944 ที่พำนักสุดท้ายของมุสโสลินีภายหลังจากที่นาซีช่วยเขาออกมาจากคุกและสถาปนารัฐSalò ขึ้นที่นี่ให้เขาปกครองในฐานะหุ่นเชิด มันมีชีวิตอยู่ได้เพียงสิบแปดเดือนแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดการนองเลือดมากมายขึ้นที่นี่ 72,000 คนถูกฆ่า 40,000 คนบาดเจ็บ และอีก 40,000 คนถูกส่งไปอยู่ในค่ายเชลยของเยอรมัน

อีกเมืองหนึ่งที่พาโซลินี่เลือกใช้คือMarzabotta ที่ถูกทหารนาซีบุกสังหารหมู่ทั้งเมือง ทั้งสองครั้งนั้นเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของคนอิตาลีถ้า Sade ต่อต้านระเบียบของสังคมและพระเจ้าพาโซลินี่ก็ทำหนังเรื่องนี้เพื่อต่อต้านเผด็จการฟาสซิสต์อำนาจนิยมและความเสื่อมถอยของความเป็นมนุษย์


พาโซลินี่ได้แรงบันดาลใจในการดัดแปลง120 Days of Sodom จากตอนหนึ่งในหนังสือ The DivineComedy (1307) ของ Dante Agligheri ที่ชื่อ L'infernoเรื่องราวเริ่มขึ้นในวันศุกร์ใหญ่(คือวันที่พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์) ของปี 1300 กวีดันเต้ได้หลงทางอยู่ในป่าอันมืดมิด(หมายถึงความผิดบาป) หาทางออกไม่ได้ ทั้งยังเผชิญกับสัตว์ร้ายสามชนิดคือ เสือดาวสิงโตและสุนัขป่า (หมายถึงตัณหา ความหยิ่งลำพองและความโลภ)ในขณะที่ดันเต้กำลังจะสิ้นหวัง กวีเอกโรมันนามเวอร์จิล (Virgil) ก็ปรากฏกายขึ้นเพื่อช่วยนำทางดันเต้ออกไปจากป่าโดยต้องเดินทางไปตามเส้นทางที่ยากลำบาก ผ่านนรก ดินแดนชำระบาปและสวรรค์


เวอร์จิลอธิบายแก่ดันเต้ว่านรกคือแดนของ 'ผู้ระทมทุกข์ซึ่งสูญประโยชน์อันเกิดจากปัญญา'เป็นผู้ซึ่ง 'เหตุผลเป็นรองความทะยานอยาก'และ 'เอาความปรารถนาตราขึ้นเป็นกฎเพื่อว่าความประพฤติจะไม่เป็นข้อติฉิน' อาณาจักรแห่งโทษทัณฑ์นี้สะท้อนความสับสนและสิ้นหวังแสดงความตกต่ำอย่างที่สุดของดวงวิญญาณมนุษย์ที่ต้องทนทุกข์อยู่ชั่วนิรันดร์ (The Divine Comedy มีเนื้อหาและความสำคัญเช่นเดียวกับไตรภูมิพระร่วงของไทยที่แต่งขึ้นเมื่อประมาณพ.ศ. 1888 หรือ ค.ศ. 1345 โดยพญาลิไท)

พาโซลินี่แบ่งSalò ออกเป็นสี่ตอน คือ Antechamber of Hell,Circle of Madness, Circle of Shit และ Circle of Blood ลดเวลาจาก 120 วันเหลือ 3 วันและน่าแปลกใจที่เขาใช้เวลาถ่ายทำ 37 วันเท่ากับเวลาที่ Sadeใช้เขียนพอดี ปี 1944 ท่ามกลางการพังทลายของระบบฟาสซิสต์และสุญญากาศทางการเมือง นายธนาคาร ดยุคบิชอบและผู้พิพากษา ลงนามในสัญญาร่วมกันฉบับหนึ่งพวกเขาส่งเด็กหนุ่มในเครื่องแบบทหารฟาสซิสต์ออกไปจับเด็กหนุ่มสาวมารวมกันให้ทั้งสี่คนตรวจเลือกตามคุณภาพสินค้าแล้วพาเด็กเหล่านั้นไปยังคฤหาสน์แห่งหนึ่งใกล้กับเมือง Marzabotta ร่วมกับหญิงวัยกลางคนอีกสี่คน หลังจากนี้เป็นต้นไป เรื่องจะเกิดอยู่แต่ภายในคฤหาสน์ที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่ปิดตายและไร้ทางออกแห่งนี้ ใน Circle ofMadness วันแรกเริ่มขึ้นโดยมีหนึ่งในหญิงวัยกลางคนนั้นออกมาเล่าเรื่องชีวิตทางเพศของตัวเองส่วนเด็กหนุ่มสาวเหล่านั้นก็ถูกบังคับให้ทำเรื่องน่าอับอายต่างๆ จนกระทั่งต้องถอดเสื้อผ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความศิวิไลซ์และอัตลักษณ์ของบุคคลออกเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือยถูกล่ามโซ่คลานสี่ขาและกินอาหารเหมือนสุนัข ก่อนที่จะต้องกินแม้อุจจาระใน Circleof Shit ถูกปฏิบัติราวกับสัตว์หรือสิ่งของพิธีกรรมการแต่งงานในโบสถ์ก็ถูกนำมาลบหลู่ ความแตกต่างทางเพศถูกทำลาย พอถึง Circleof Blood เด็กเหล่านี้ก็กลับทรยศกันเองเพื่อความอยู่รอดความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายหนุ่มกับหญิงคนรับใช้ผิวดำถูกทำลายทั้งที่นี่เป็นคู่เดียวในหนังที่มีพฤติกรรมรักต่างเพศแบบปกติสามัญ ถึงตอนนี้มนุษย์ก็เหลือสิ่งเดียวให้ทำลายนั่นคือ ชีวิต!!

เด็กที่ถูกเลือกถูกส่งไปร่วมพิธีกรรมสุดท้ายที่Salò …หลังจากที่เราได้เห็นเด็กพวกนั้นถูกบังคับโดยพวกฟาสซิสต์มามากแล้วคราวนี้เราคนดูถึงคราวจะต้องถูกผู้กำกับบังคับให้ต้องมารับรู้การทรมานและการฆาตกรรมที่โหดร้ายผ่านสายตาเดียวกับของฆาตกรผู้ชื่นชอบความรุนแรง ท่ามกลางความเงียบหลายภาพที่ปรากฏแก่สายตา โหดร้ายเกินกว่าจะทนดูได้ราวกับว่านี่คือนรกที่ดันเต้ได้ไปพบเห็นมา!!

จากฟาสซิสต์กลายเป็นซาดิสต์ในทั้งสองโลกนั้นมนุษย์ล้วนถูกกระทำราวกับเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่งพาโซลินี่เลือกที่จะละเลยรายละเอียดของเหยื่อผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเห็นใจจากคนดู ไม่ให้เอาใจช่วยเหยื่อเคราะห์ร้ายเขาต้องการให้ทุกอย่างในหนังที่ล้วน "ถูกคำนวณมาแล้ว"เป็นเพียงสัญลักษณ์ (metaphor) เท่านั้นตัวละครไม่จำเป็นต้องมีชีวิต มีแค่ลักษณะก็พอ

ตรงข้ามกับในไตรภาคแห่งชีวิตกามกิจใน Salò ไม่เคยแสดงออกอย่างรื่นรมย์เลยมันทั้งทารุณและเอาเปรียบ ความสัมพันธ์ทางเพศก็ถูกใช้เป็นตัวแทนของอำนาจและการต่อสู้ระหว่างชนชั้นความรักระหว่างชนชั้นจึงต้องถูกทำลาย หลังจากที่ถูกจับได้ว่ามีความสัมพันธ์กับหญิงคนรับใช้Ezio ในร่างเปล่าเปลือยก็ยืนขึ้นกำหมัดชูขึ้นฟ้าอย่างท้าทายนี่เป็นการต่อต้านเพียงครั้งเดียวในหนัง เป็น "ชั่วขณะของการตระหนักได้ทางการเมืองที่ทำให้เกิดแสงสว่างที่ไม่คาดฝันกระจายไปทั่วทั้งหนัง" แต่ก็เป็นเพียงความหวังเล็กๆที่ถูกทำลายลงทันที

หนังสืออ้างอิง

From Wikipedia, the free encyclopedia. (2013). The 120 Days of Sodom.

http://en.wikipedia.org/wiki/The_120_Days_of_Sodom

Wikipedia,the free encyclopedia. (2014) Salò, or the 120 Days of Sodom. http://en.wikipedia.org/wiki/Sal%C3%B2,_or_the_120_Days_of_Sodom

ไม่มีชื่อผุ้แต่ง[พากย์:ITA,FRE,GER][SUB:THAI][20+]SALO or The 120 Days of Sodom[UNRATED]

http://www.xn--12c2cc9a0ec4n.com/read-content-tid-129925.html

แพน ลูกศิษย์รักที่นำหนังที่น่าตื่นเต้นมาให้ครูดู ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)