ที่มา:http://www.siamrath.co.th/Education.asp?ReviewID=156257

เนื้อหา:

     7 ปีปฏิรูปการศึกษา เขตพื้นที่ฯอุ้ยอ้าย นร.ไม่เกิดปัญญา

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.49 ผศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “7 ปีแห่งการปฏิรูปการศึกษา ก้าวหน้าถอยหลัง ฤาล้มเหลว” เนื่องในโอกาสงานใต้ร่มพระบารมี 70 ปีสวนสุนันทา ว่า เป็นที่น่าเสียดายที่รัฐบาลสนับสนุนการให้ทุนผลิตครู การศึกษาขึ้นพื้นฐานหลักสูตร 5 ปี แค่ปีการศึกษา 2547 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ทั้งที่ผลการศึกษาพบว่า เราได้นักศึกษาที่มีคุณภาพเป็นครูพันธุ์ใหม่ที่เราต้องการ

ด้าน ดร.กมล สุดประเสริฐ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนควรอยู่บนพื้นฐานการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ดังนั้นต้องช่วยกันรับผิดชอบการจัดการศึกษา โดยให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนและเป็นของชุมชน โดยเขตพื้นที่การศึกษาเป็นองค์กรการศึกษาท้องถิ่นที่ทำหน้าที่แทนกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ส่วน ศธ.ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เวลานี้เรายังไม่ได้เริ่มปฏิรูปอย่างเต็มที่ แค่ปรับรื้อด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อเคลื่อนย้ายทรัพยากรไปสร้างความเข้มแข็งของฐานราก ที่ผ่านมาจึงยังไม่ใช่การปฏิรูปที่แท้จริง เพราะที่แท้จริงคือเขตพื้นที่ฯจะเล็กลง และโรงเรียนมีความเข้มแข็งมากขึ้น

“สิ่งสำคัญที่อยากเห็นคือการทำงานร่วมกันของสถานศึกษาทุกระดับ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ โดยมหาวิทยาลัยต้องเข้าไปช่วยโรงเรียนมัธยมในฐานะผู้รับผลผลิตเข้าศึกษาต่อ ส่วนมัธยมก็ลงไปช่วยประถม และประถมก็ช่วยอนุบาล ถ้าผิดจุดไหนก็ต้องช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่นั่งดูเฉยๆ แล้วก็จัดสอบคัดเลือกพอได้เด็กไม่มีคุณภาพก็เอาแต่ต่อว่ากัน” อดีตผู้ตรวจราชการฯ กล่าวและว่า ความคิดที่จะเน้นให้สถานศึกษาพัฒนาความเป็นเลิศของเด็ก อยากตั้งคำถามกับโรงเรียนว่าแต่ละแห่งมีความเป็นเลิศด้านใดบ้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศในทุกด้าน เน้นเฉพาะสาระการเรียนรู้ที่สำคัญเพียงด้านเดียว แต่ให้ด้านอื่นเป็นส่วนประกอบ เพราะถ้าเน้นทุกด้านสุดท้ายก็จะไม่เกิดปัญญา และต้องยอมรับว่าแม้แต่มหาวิทยาลัยในขณะนี้ก็ยังหาความเป็นเลิศด้านใดด้านหนึ่งยังไม่ได้