มองชีวิต มองงาน มองตน

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฟันฝ่ากับตนเองมาได้ สองวันแล้วนะ คำนี้คือ กำลังใจที่ให้ตนเอง ไม่ได้เริ่ดสมบูรณ์อย่างที่คิด แต่ก็ประคองตน
ประคองใจไม่ให้จมอย่างอาทิตย์ที่ผ่านมา อาจด้วย ใจเริ่มคิดจะทำอะไร ๆ
ที่แตกต่างออกไป ตั้งแต่กราบลาครูออกมา
ก็เริ่มตั้งแต่คิดจะพัฒนางานมันก็สนุกดีนะ
ข้อวัตรที่ประคองก็เป็นกำลัง ทั้งๆที่ ร่างกายโดนหวัดคุกคามเล็กน้อย ก็พอเอาอยู่
มาถึงที่ทำงานพี่อ้อ ลง Lab ไปก่อนแล้ว
แต่หนูมีคำถามบางอย่างที่ต้องมา ปรึกษาและเรียนถามพี่ ๆ ผู้รู้
เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองตั้งใจจะทำ ยอมรับว่า "มาแบบblank ๆ กับคำถามที่รอคอยคำตอบ"
ซึ่งก็เหมือนพี่เพียง อ่านขาด คุยกันจบเห็นงานวิจัย 3 ชิ้นงาน
ใจระลึกถึงครู
กับสิ่งที่ครูปลูกฝังงานเรื่อง R2R
เพราะเป็นเรื่องการวิเคราะห์คุณภาพยา
ซึ่งเป็นงานประจำที่ทำ แต่เราก็มีความสงสัยว่า

"สารมาตรฐานที่เตรียมไว้ เก็บไว้ได้นานแค่ไหน
ถึงจะประหยัดที่สุด เพราะนี่พึ่งเริ่มตัวยาใหม่"
"ตัวอย่างยาที่เราศึกษาการละลายตัวยา
หลังจากเจือจางแล้ว มีค่าแปรปรวนมากแค่ไหนหลังถูกเก็บไว้นานๆ"
คิดกันขำ ๆ ว่า ถ้าเราละลายตัวยาไว้แล้ว
ไฟดับไปวันสองวันหล่ะ เราต้องเริ่มทำใหม่ไหม เพราะตัวอย่างหนึ่ง ๆ ใช้เวลานานเหมือนกันนะถ้าต้องทำใหม่
จากคำถามที่ แค่ เอ๊ะ
เป็นเอ๊ะ ที่ไม่ทันจะเอา PICO มาครอบ ถ้าเอามาครอบหล่ะ

1. การศึกษาความคงตัวของสารละลายมาตรฐาน
Methformin HCl สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ยาได้จริงหรือไม่
; ประสิทธิภาพ หมายถึงประหยัดต้นทุน (Cost) ประหยัดทรัพยากร
(Resources) และประหยัดเวลา (Time) =>Action research

2. ศึกษาความคงตัวของ Matrix ยาหลังการทำ Dissolution ว่าเป็นอย่างไร => Description research

3. Verification of Methformin HCl => Pure research

(ขออนุญาต Note ไว้ก่อนค่ะมาแบบแว๊บ ๆ)
ถ้าพิสูจน์เรื่องนี้ได้ เราจะประหยัดทั้งค่าสารมาตรฐานที่แสนแพงและหาซื้อได้ยาก ประหยัดทั้งเวลา
ขั้นตอนก็จะถูกลดไปโดยปริยาย ตอบโจทย์เรื่อง LEAN ได้สมบูรณ์แบบ กำหนดเวลาทำ Lab นี้
3 สัปดาห์ ควบคู่กับการวิเคราะห์ยาไปด้วย ทำอะไรเพิ่มอีกเล็กน้อย เก็บข้อมูลเพิ่มอีกนิดหน่อย
แบบฟอร์มการเก็บข้อมูลก็ง่าย ๆ เพราะของเดิมเรามี File excel ที่พี่ ๆ ทำไว้ได้ดีอยู่แล้ว
จาก 13 หัวข้อของการ Validation ปรับมุมมองให้เป็น Verification กับหน้างานที่ทำก็ตอบโจทย์
สรุปจาก 13 เหลือ 6 ข้อที่ต้องทำข้อมูล ลง Lab ใน 4 ส่วน เพิ่มคือ 1. การวิเคราะห์ยาปกติ 2.
ดูความคงตัวของสารมาตรฐาน 3. ความคงตัวของตัวอย่างที่มีการเจือจางแล้ว 4. Recovery
ที่เหลือเป็นการนำข้อมูลมา ต้มยำทำแกงด้วยสถิติที่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่ก็ร้อยละ
ในเนื้อของงานวิเคราะห์ยา ใจหนูได้เล็งเห็น R2R แทรกอยู่
จนมาคิดกับตนเองว่า "ทำไม๊ ทำไม เมื่อก่อนไม่เคยเห็น และไม่คิดทำ"
ที่สำคัญครูเมตตาทุ่มเทสอนและให้โอกาสมาตั้งหลายปี คำตอบออกมาง่ายเลย มันขี้เกียจทำงานค่ะ
งานประจำไม่ทำ แล้วมันจะเห็นหนทางที่จะพัฒนางานได้ยังไง
ซึ่่งก็เหมือนข้อวัตรนั่นแหละ
ข้อวัตรหนูไม่ทำ แล้วจะมาเอาวิธีไหน มาพัฒนา หนทางให้ก้าวหน้าไปของการปฏิบัติข้อวัตรและการภาวนา
เอาเข้าจริง ๆ อยู่กับครู มา 3-4 ปี
ไม่เคยมีสักครั้งที่มีคำถามทางการภาวนาไปถามท่าน น่าแปลกไหม
เพราะหนูไม่เคยตั้งใจ แบบลุยมันจริง ๆ จังๆ สักกะที
กับสภาวธรรมบางอย่างที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหรือเกิดขึ้น
ก็เพราะครูเมตตาชี้ เห็นติดขัดอะไร ท่าน ทุบให้เลยแบบไม่ต้องรอเอ่ยปาก
ท่านช่วยทันที แบบไร้กระบวนท่า ไร้รูปแบบและช่วยหนูไว้ได้ทุก ๆ ครั้ง

กับสภาวะบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตนเอง ทำไมถึงไม่เคยเอ่ยถาม เพราะก็เหมือน ไม่เคยเห็นชัด ๆ กับตนเองแบบเห็นซ้ำหลาย ๆ ครั้ง คำตอบก็ชัดกับตนเองว่า
"เพราะเรื่องดี ๆ จิตชั่ว ๆไม่ยอมให้ทำซ้ำ นั่นไง"
หรือบางทีกลัวว่าถามครูแล้วตนเองจะดูโง่ ฮ่า ๆ
ทวนมาถึงตรงนี้แล้ว ขำ เลย ฮาอะ ไม่ถามยิ่งดูโง่ ซ้ำแทนที่จะเข้าใจอะไรลึกซึ้งขึ้นไป กลับอด เพราะกลัวถูกมองว่า "โง่ไม่รู้" น่านน่าขำ
หรือ บ่อยครั้งที่โดน ความกลัว ที่กิเลสหนูจะไปสร้างภาพที่ครูดุ ๆ เอ็ด ๆ บ่อย ๆ
หารู้ไม่ว่าทุก ๆ ครั้งที่ครู ต้องเอ็ดตะโลก็เพราะลงมือช่วยหนูนี่แหละให้หลุดจากสภาวะจมในกิเลสบ้าง หนัก ๆ แน่น ๆ เพ้อ ๆ บ้าง
ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ได้เห็นกับตนเอง
ปนกับคำว่า ก็สมน้ำหน้าตนเอง แล้วก็หัวเราะใส่ดัง ๆ
เอาหล่ะ พระพี่ชายก็ย้ำให้ฟังเสมอ ๆ ว่า
"เริ่มใหม่ทุกขณะจิต ผิดแล้วก็เริ่มใหม่"
ครูเมตตาย้ำซ้ำให้บริบูรณ์ว่า
"เริ่มใหม่ทุกขณะจิต ผิดก็ให้ ยอมรับ
สำนึกแล้วก็เริ่มใหม่"


ภาพนี้เป็นภาพที่หนูชอบมาก ๆ เห็นแล้วใจระลึกถึงซึ่งคำว่า

"ลูกศิษย์ก้นกุฏิจริง ๆ"

เพราะหนู ไม่ใช่ลูกศิษย์ที่ดี แต่ทุกวันนี้ที่มีเพราะครูมอบให้

ให้ทั้งโอกาส ทุ่มเทสอนสั่ง ไม่มีตังค์ใช้ครูก็ยังให้ไว้ใช้

ยังกับท่านจ้างหนูมาเรียนยังไงยังงั้นเลยค่ะ

ท่านคือ ต้นแบบของความดีงามทุกอย่าง ที่ เหนือคำบรรยาย

หนูอาจจะไม่มีปัญญารู้ได้ว่า "หนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร"

แต่ขอบอกจากใจค่ะว่า "หนูมีวันนี้เพราะครู"

หากมีเรื่องอะไร ไม่ดี หรือ เรื่องร้าย ๆ ต้องเกิดขึ้นกับ หนู หรือ ชีวิตของหนู

ขอทุกท่านได้โปรดจำไว้ว่า "เพราะวิบากที่เกิดขึ้นของหนูเอง"

ครูได้ลงมือ ช่วยเหลือ หนูอย่างเต็มที่และสุดชีวิตของท่านแล้ว"

หรือหากมีความดีงาม หรือ ความเจริญในธรรม หรือ การประสบความสำเร็จใดๆเกิดขึ้นในชีวิตของหนู

ขอทุกท่านได้โปรดจงจำไว้ว่า เพราะครูกะปุ๋มนี่เอง ท่านได้มอบชีวิตและการเกิดใหม่ในครั้งที่สองให้ชีวิตของหนู"

การเกิดของกายและใจ แม่วงวาน น้อยอาษา และพ่อสมพร น้อยอาษา ได้ให้มาเมื่อสามสิบสามปีและอีกไม่กี่วันก็จะครบสามสิบสี่ปีท่านผ่านมา"

ครูกะปุ๋ม นิภาพร ลครวงศ์ ท่านเป็นแม่คนที่สอง ที่ให้การเกิดอีกครั้ง ทางจิตวิญญาณ

ให้การเกิดอีกครั้ง เพื่อได้มีตาปัญญาได้มองเห็นความจริงของชีวิต หยิบผู้หญิงหลงโลกคนหนึ่ง ที่เคยสนุกสนาน เมามันกับการจมในกองกิเลส หันมาเลิกนิสัยหลอกตนเอง ปฏิบัติขัดเกลา

ทั้ง ๆ ที่หนู โคตรสอนยาก เพราะนิสัย อวดเก่งอวดดี คำว่า กูเก่ง มันใหญ่โตในใจนี้มาก พ่อแม่ ญาติ ๆ และคนรอบข้างเป็นผู้ยืนยันได้ดี

แต่ครูก็อดทนและเมตตาช่วยกระเทาะ ครูตีกิเลสในใจหนูให้ขึ้นมา แล้วก็ชี้ให้เห็น ย้ำให้ฝึกสติ ให้เป็นสมาธิ ย้ำให้ใจได้เห็นความจริง ฝึกหัดยอมรับข้อบกพร่อง ครูยังย้ำให้กำลังใจเสมอว่า

"เราไม่เคยบอกว่า มันง่าย แต่มันทำได้"

"ติ๋วทำได้ แต่ติ๋วแค่ ไม่ทำ ไม่พยายาม ไม่เรียนรู้"

ซึ่งนั่นคือ ความจริงที่สุด ที่หูต้องพยายาบเพียรเรียนรู้กับตนเองต่อไป

สาธุเจ้าค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)