เขียนถึง “ค่าย” ในความทรงจำ

ตรงเส้นขอบฟ้า รุ่งเรือง เมือง ที่เราใฝ่ฝัน…. เก็บความสั่งสม นมนาน เป็นสายธารสดใส…..

จะไปให้ถึง คนงาม ถาม ว่าเป็นสุขไหม…. แบกความสับสน วุ่นวาย บรรทุกความทรงจำ

ทั้งๆที่รู้ ร่างกาย มากมาย แผลใจเจ็บช้ำ ไม่โทษไม่ถาม ใครทำ จะไม่ช้ำ ในรอยแผลเก่า

ตรงเส้นขอบฟ้า รุ่งเรือง เมือง ที่เราใฝ่ฝัน…. เก็บความสั่งสม ร่วมกัน เป็นสายธารสดใส…..

จะไปให้ถึง เมืองงาม ถางเส้นทางหมื่นสาย.... เอาซากความหลัง ยันกาย อนาคตเป็นสะพาน

ทั้งๆที่รู้ ว่าไกล จะไป แม้ไกลกว่านั้น กี่เดือนกี่ปี กี่วัน คืบคลาน พ้นผ่านเพื่อเธอ

เพื่อวันที่หวัง ยังรอ ต่อไป ด้วยใจมั่นคง หลงคอยแล

แม้คืนวันไกลห่าง ไม่จืดจางร้างลา แม้เวลาร่วงเลย อยู่เป็นนิรันดร์

ชีวิตชาวค่าย มีเรื่องราวมากมายแอบซ่อนอยู่ หากใครเกิดทัน เวลาเราไปป่าละแวกบ้านในวัยเยาว์ เพื่อไปตามหาอะไรบางอย่างก็ตามที ไปหาของป่าหรือไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กที่ยังเดียงสาต่อโลกกว้าง ในป่าชั่งดูกว้างใหญ่ แมกไม้ที่ปกคลุมแสดงแดดดูทรงคุณค่า แต่ในป่าผืนใหญ่มักแอบซ่อนเรื่องเร้นลับหรือมีเรื่องราวตื่นเต้นให้เด็กน้อยได้ค้นหา หรือพบเจอด้วยความบังเอิญ ไปเจอ พวงนมควายสุกสีแดงน่ากิน ก็ปีนป่ายขึ้นไป เจอเล็บแมวสุกดำก็เด็ดกินทีละเม็ด เจอผลไม้ป่าหลากหลาย ได้เรียนรู้เรื่องที่ซ่อนอยู่ในพงไพร พอเราเติบใหญ่ขึ้นมา ผืนป่าหลังบ้านกลับเล็กลงถนัดตา เพราะกาลเวลา ประสบการณ์และอายุ ได้พรากความยิ่งใหญ่ของผืนป่าหลังบ้านไป เพราะมองเห็นโลกว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ใหญ่กว่า มองเห็นจักรวาลหรือกาแลกซี่ที่ดูจะใหญ่มหาศาลกว่าป่าผืนเล็กๆหลังบ้าน แต่ท้ายที่สุดแม้โลกจะกว้างเพียงใด มันก็แอบซ่อนสิ่งเล็กๆใกล้ตัวให้ค้นหาหรือชวนให้เราหาคำตอบอยู่ดี

บทเพลง "ตรงเส้นขอบฟ้า" ข้างต้นเสมือนหนึ่งอุดมการณ์ของชีวิตมนุษย์ ผู้อยู่เพื่อรังสรรค์สิ่งดีงามเพื่อเผื่อแผ่ผู้อื่นและตนเอง เรื่องราวมากมายเกิดขึ้นทุกขณะจิต เรื่องผิดเรื่องถูกเกิดขึ้นตลอดเวลาแม้เสี้ยวนาที เรื่องหรรษามีอยู่ทุกซอกของกาลเวลา เรื่องทุกข์สุขอยู่ในทุกๆลมหายใจบนโลกกว้างและจักรวาลอันไกลโพ้น เพียงแค่หันมองหรือใส่ใจ

"ค่าย" มีหลากหลายรูปแบบ แต่ "ค่าย" น่าจะหมายถึง การนำเอาคนหมู่มากมาอยู่ร่วมกัน ในข้อจำกัดที่มากขึ้น ในกติกาที่แตกต่างจากปกติ และมีกิจกรรมร่วมกันมากกว่าเดิม เพื่อจุดหมายเดียวกัน ผ่านการจัดการ เพื่อหวังให้ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ตามห้วงเวลาที่กำหนด

"ค่าย" ของแต่ละคนจึงน่าจะต่างกัน ค่ายสร้าง ค่ายอาสาพัฒนา ค่ายคุณธรรมจริยธรรม ค่ายวิชาการ ค่าย... ค่าย... ค่าย... จะค่ายอะไรก็ตาม แต่ "ค่าย" คงจะสำเร็จไม่ได้ หากองค์ประกอบสำคัญของค่าย คือ "ชาวค่าย" ไม่ให้ความร่วมมือ ชาวค่ายทุกๆคนต้องยึดถือปฏิบัติกติกาเดียวกัน มิลดหย่อยผ่อนตาม และไม่มีอภิสิทธิ์เหนือกัน ตามบทบาทและหน้าที่

การแบ่งปันเอื้อเฟื้อกันในค่าย จะช่วยสร้างมิตรภาพ อันเป็นถนนที่จะสร้างความรัก ความผูกพันและความงดงามให้บังเกิดขึ้น เสมือนถนนชื่อ "มิตรภาพ" ที่นำความสะดวกสบาย ความเจริญจากเมืองกรุงมาสู่อีสาน ดินแดนอันถูกตราหน้าว่าแห้งแล้ง กันดารที่สุดในสยามประเทศ

ท้ายที่สุดก็หวนให้คิดถึงเนื้อเพลง "ยิ้มกลางสายฝน" หมายจะให้กำลังใจชาวค่าย เพราะการไปทำค่ายไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมีปัญหาในค่ายก็ให้อดทน เสมือนเนื้อเพลง ไม่ได้ปลุกระดมทางการเมืองใดๆ แต่หมายมั่นว่าชาวค่ยจะยืนเคียงข้างกันในวันที่ฝนพรำ มองหน้าทักทายและก้าวข้ามความทุกข์ไปให้ได้ และค่ายก็จะสำเร็จ ดั่งหวัง

เย็น....ฝนพรำพร่างพรูสู่พฤกษา พรมไม้ป่า สดใสในวสันต์

หัวใจเรา ฉ่ำชื่นเช่นดังคืนวัน ฝันและใฝ่โลกใหม่ต้องเป็นของเรา

ยามฝนหลั่ง เมฆบังบดทิวเขา ยามเห็นเจ้า เปียกปอนตอนใกล้สาง

พบคนจริง ยิ่งยงคู่คงเส้นทาง เห็นผู้สร้าง ความทรงจำ มิเลือนจากใจ

ยืนหยัดทะนง คู่คงเส้นทางยืดเยื้อ ยิ้ม...เพื่อความฝันใกล้บรรลุชัย

ยามเห็นหน้า ต้องตาสื่อความหมาย จับมือทักทาย ส่งยิ้มกลางสายฝน

พบความจริง ยิ่งหมายมั่นในกมล หนทางสู้....สู่ชัยมิไกลจากเรา


บนที่ราบสูงมอดินแดง

ธันวาคม 2557


ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.gotoknow.org/posts/297626 ดีใจครับที่เปิดไปเจอคนบันทึกเรื่องค่าย ปนน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องไปในโลกกว้าง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบเรื่องค่าย

มาเขียนอีกนะครับ