GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

บทสารคดีเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์

รายการโทรทัศน์มุมใหม่ไทยแลนด์ ตอน เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ วันที่ 19 ตุลาคม 2549
 
บทสารคดีเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์
มุมใหม่ ไทยแลนด์ : 19 ตุลาคม 2549
พิธีกร : มาพบกับคุณผู้ชมเช่นเคยนะครับ วันนี้เรามีการพูดถึงแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น อยู่ในใจหลายๆ คนนะครับ โดยเฉพาะประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่ากำลังที่จะมองหาแนวทางในการยึดและก็ทำตามแนวความคิดนี้ ที่สำคัญหลายๆ คนอาจจะมีคำถามอยู่ในใจว่า ในสภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ จะนำแนวความคิดมาปรับใช้กับยุคปัจจุบันนี้อย่างไร
วันนี้เราเชิญผู้รู้ทั้ง 4 ท่านมาร่วมไขคำตอบและก็บอกถึงเรื่องราวอย่างละเอียดให้กับคุณผู้ชมได้ทราบกันครับเสียง ด้วยความตั้งพระราชหฤทัยและในพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้าพัฒนาถึงพร้อมจากรากแก้ว และได้ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งยึดถือปฏิบัติ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง จึงได้เกิดคณะทำงานผู้ร่วมขับเคลื่อนการผลิตสารคดี เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ขึ้น
ความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร จะเข้ากับโลกาภิวัตน์ได้หรือไม่ คนไทยจะเข้าใจและยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้องได้อย่างไร พบคำตอบได้กับผู้ร่วมรายการในวันนี้พิธีกร ครับ
ในวันนี้เรามีแขกรับเชิญ 4 ท่านนะครับ คุณผู้ชมสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทางรายการได้ สอบถาม แสดงความคิดเห็นได้นะครับที่หมายเลขโทรศัพท์นะครับ 0-2275-4225 นะครับ
เรามีนิตยสาร SME ชี้ช่องรวย มอบให้คุณผู้ชม10 สายแรกที่โทรเข้ามาร่วมในรายการด้วยนะครับ คุณผู้ชมสามารถที่จะร่วมเป็นพิธีกรกับผมได้นะครับ โทรเข้ามาฝากคำถามเอาไว้ได้ และในวันนี้นะครับ ได้รับเกียรติอย่างสูงและก็อย่างดียิ่งนะครับ จากท่านประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ท่านดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยานะครับ
อีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านเป็นเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนะครับ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ครับ
ทั้งสองท่านครับ เชื่อว่าหลายคนทีเดียวนะครับ กำลังน้อมนำเอาแนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ แต่ว่าคงจะต้องถามถึงที่มาก่อนว่า แนวความคิดนี้นี่เริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไรครับ ดร.จิรายุ ครับ
ดร.จิรายุ : ก็ประมาณ 2517
พิธีกร : ย้อนไปถึงขนาดนั้นเลยนะครับดร.จิรายุ
ดร.จิรายุ :  ครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถึงเรื่องนี้ แต่ว่า ก็จริงๆ มาสนใจกันมากจริงๆ ก็คือ พอตอนวิกฤตเศรษฐกิจ พอหลังจากนั้นเนี่ย เราก็พยายามที่จะหาความเข้าใจ ท่านก็พระราชทานคำนิยามมา
เมื่อปี 2542 คราวนี้จากคำนิยามเนี่ย เราก็มากลั่น คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนก็มากลั่นออกมาเป็นแนวคิด หมายความว่า ตอนนี้ถ้าใครจะไปบอกว่าจะมายึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ย ความหมายก็คือว่า เราจะยึดหลักการ 3 ข้อ
หนึ่งก็คือพอประมาณ เดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง นะครับ
อันที่สองก็คือมีเหตุมีผล ใช้อารมณ์ให้น้อย ใช้ความรู้ ใช้เหตุผลให้มาก และ
อันที่สามก็คือว่าไม่เสี่ยงมาก มีภูมิคุ้มกัน เพราะว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆ มาก นะครับ
เพราะฉะนั้นมี 3 หลักการอันนี้ ใครที่ยึดว่าจะ บอกว่าจะใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะยึดหลัก 3 ข้อนี้
นอกนั้นเนี่ยเราก็มีเงื่อนไข
เงื่อนไขเตือนเราเองด้วยว่าจะรอบคอบระมัดระวัง
ไม่ทำอะไรก็ทำทีเดียวใหญ่โตเลย
ความรู้ที่เอามาใช้ต้องแน่ใจได้ว่าเอามาใช้ได้และเป็นประโยชน์
แล้วก็สุดท้ายที่สำคัญมากก็คือว่าจะต้องมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน มีความเพียร นะครับ แล้วก็มีจิตใจที่เกื้อกูลแบ่งปัน
ถ้าได้ครบตามนี้ก็เอาไปใช้ประยุกต์กับการกระทำอะไรก็ได้
พิธีกร: ครับ การเผยแพร่ดำเนินการอย่างไรบ้างครับ เพราะผมเข้าใจว่าประชาชนแต่ละคน แต่ละอาชีพเนี่ย ก็คงจะมีการแปลความหมายแตกต่างกันออกไปในการที่จะให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้และก็ทั่วถึงเนี่ย ก็ต้องมีกุศโลบายในการที่จะอธิบายให้พวกเขาได้เข้าใจกันด้วย รวมถึงพวกเขาเนี่ยหมายถึงผมด้วย แล้วก็พวกเราทุกคนเนี่ยล่ะครับ
ดร.จิรายุ : ก็ตอนแรกๆ เราอาจจะปูพรมกันมาก เพื่อให้คนเนี่ยเริ่มสนใจ แต่ว่าอย่างที่สารคดีตอนต้น จะเห็นได้ว่าคนเนี่ยเดินอยู่หลากหลายมากเลย มีคนในเมือง คนอยู่ในอุตสาหกรรม คนอยู่ในการค้า ชาวไร่ชาวนา เด็กนักเรียน ครู มากมาย
เพราะฉะนั้นแทนที่จะปูพรมก็ เราควรจะลงไปดูแต่ละ แต่ละคน เพราะเราเชื่อว่าอันนี้เอาไปใช้ได้ทุกระดับ
เสร็จแล้วเราก็พยายามสร้างกรณีตัวอย่างเพื่อให้แต่ละคนพิธีกร สอดคล้องกับกลุ่มอาชีพดร.จิรายุ สอดคล้องกับแต่ละคน แต่ละกลุ่มอาชีพครับ
พิธีกร : ครับ ดร.จีระ ครับ ในการเผยแพร่เนี่ย ทางสื่อโทรทัศน์หรือว่าทีวีเองเนี่ย เข้าใจว่าน่าจะเข้าถึงได้ง่าย สะดวกและก็เห็นภาพมากที่สุดเนี่ย ได้มีการจัดทำสารคดีขึ้นมาเนี่ยในรูปแบบไหน อย่างไรบ้างครับ
ศ.ดร.จีระ : ครับ ตัวผมเองเนี่ยทำรายการทีวีทางวิชาการอยู่บ้างแล้ว และ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ยในฐานะเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเนี่ย ก็ได้ไปทำกิจกรรมเหล่านี้ที่ต่างประเทศ ก็เห็นว่า ต่างประเทศเค้าให้ความสนใจ
แล้วคราวนี้ถ้าผมทำรายการของผมเองอยู่เนี่ย มันก็จะลิมิตเพราะว่าทำเคเบิ้ลกับช่อง 11 ก็เดือนละครั้ง ก็เลยเห็นว่าถ้ามีโอกาสเนี่ยเราน่าจะทำให้มันขยายนะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าอย่างที่ท่านจิรายุว่ามูลค่าความสำคัญเนี่ยเยอะ แต่ว่าความเข้าใจและยิ่งตอนหลังๆ เนี่ยสื่อบางคนบางกลุ่มก็อาจคิดว่า มันขัดแย้งกับการเจริญเติบโต เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่า ถ้าผมจะทำอะไรเนี่ยอยากจะให้กระจายไป ก็เลยปรึกษากับท่านจิรายุ ท่านชัยวัฒน์ ผมเรียกวิธีการของผมเนี่ยเรียกว่า 3C+1P
ก็สะกด จีระ เนี่ย C-Chira ซึ่งจิรายุ ก็ C ท่านชัยวัฒน์ก็ C แล้วก็มีลูกน้อง ทีมงานของท่านจิรายุ ดร.ปรียานุช ก็ P
คือวิชาการเนี่ยเราจะผนึกกำลังกันจะหารือกัน อย่างผมเนี่ย ผมอาจจะศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงไม่เท่า ดร.จิรายุ ก็จะปรึกษาท่านหรือปรึกษา ดร.ปรียานุช
ส่วนผมอาจจะรู้จักเรื่องทีวี เรื่องโปรดักชั่น อาจจะแนะนำท่านบางเรื่องแล้วก็อาจจะสนใจเรื่องโลกาภิวัตน์ ส่วนท่านอาจารย์ชัยวัฒน์เนี่ยท่านจะเชื่อมได้ เพราะฉะนั้นทีวีตอนนี้ก็เลยทำ 40 ตอน แล้ว
ก็ท่านอาจารย์จิรายุกับท่านชัยวัฒน์ก็บอกว่าอยากทำให้มันเกิดอิมแพคก็เลยจะออกทุกวัน อย่างวันนี้เป็นวันแรก ก็ 40 ตอนเนี่ยก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน
ช่วงแรกก็เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร เสร็จแล้วก็โลกาภิวัตน์คืออะไร แล้ว 2 ตัวเนี่ยมาเชื่อมกันให้เห็นว่าโลกาภิวัตน์เนี่ยมีทั้งโอกาสและมีทั้งการคุกคาม แต่สำคัญที่สุดก็คือต้องให้มันยั่งยืน ใช่ไหมครับ
ถ้าเราสามารถทันโลกทันเหตุการณ์แล้วมันก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็เราก็ไปขัดแย้งกับโลกาภิวัตน์ไม่ได้ ใช่ไหมครับ ยังไงประเทศไทยก็ต้องอยู่ในสังคมโลกต่อไป แต่ขอให้อยู่แบบที่ท่านว่า ยั่งยืนแล้วก็มีประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่
พิธีกร: ครับ แหม ก็ชัดเจนนะครับ เป็นการผนึกกำลังทั้งในส่วนของตัวแนวทฤษฎี ตัวผู้ที่มีความสามารถในแง่ของการผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่นะครับ แล้วก็รวมไปถึงในแง่ของตัวข้อมูลที่จะนำไปใช้ปรับกับเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ
ในช่วงแรกนี้นะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนะครับ ท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ก่อนนะครับ ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงนะครับที่ให้เกียรติกับทางรายการ
และในช่วงนี้นะครับ อย่างที่เราได้สนทนากันมาแล้วนี่เราจะไปชมตัวอย่าง สารคดี เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ซึ่งในวันนี้นำเสนอเป็นตอนแรกครับ
ส่วนที่เป็นสารคดี(เสียงประกอบภาพ) โลกยุคปัจจุบันคือโลกที่ได้วิวัฒนาการอารยธรรมใหม่เชื่อมโยงแต่ละประเทศเข้าด้วยกันเป็นหมู่บ้านโลกหรือที่เรียกกันว่า โลกาภิวัตน์ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งด้วนบวกและด้านลบให้ทุกประเทศในโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
ศ.ดร.จีระ : วันนี้ ในโลกของการเปลี่ยนแปลง ในโลกของการแข่งขัน เราต้องให้การแข่งขันนั้นมีประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้น การมีความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านเนี่ยก็จะช่วยให้เราอยู่อย่างมีความสุขและมีความยั่งยืนหรือเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้เราไม่ประมาท มีภูมิคุ้มกัน มีความสามารถอย่างฉลาดเฉลียวในการจัดการโลกาภิวัตน์เหล่านั้นเพื่อเป็นประโยชน์ ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเล็กๆ แต่ว่ากระจายไปสู่ชุมชนทุกคนในสังคมเสียง
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและในการบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันกับยุคโลกาภิวัตน์
เป็นปรัชญา เราก็จะขออนุญาตให้เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเน้นไปถึงการแก้ปัญหาเช่น อย่ามองไปข้างหน้าโดยไม่ดูถึงความเสี่ยง แหล่งเงินทุนได้มายังไง จะจ่ายคืนเค้ายังไง ก็ใช้ความรู้ความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปจะทำให้การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจที่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใหญ่ข้ามชาตินั้นเนี่ย มันไม่มีผลกระทบทางลบต่อประชาชน
เพื่อให้เราเดินไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนเสียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การสร้างภูมิคุ้มที่ดีในตัวเองโดยใช้ความรู้ความรอบคอบและคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำเป็นแนวทางการป้องกันเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต สามารถดำรงอยู่ได้และยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ
รายการ เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง จีระ อคาเดมี่ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด(มหาชน) และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ชุด ประกอบด้วย
  1. รู้จริงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินรายการโดย ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ
  2. ชุดที่สองคือ รู้ทันโลกาภิวัตน์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ
  3. ชุดที่สามคือ เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ดำเนินรายการโดย ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลสวัสดิ์
รายการทั้ง 3 ชุดนี้จะร้อยเรียงกันไปเพื่อเริ่มการสร้างความเข้าใจพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การนำไปปฏิบัติในระดับบุคคล ชุมชน องค์กร และรัฐ ไปสู่การประพฤติปฏิบัติในขั้นก้าวหน้าโดยสอดคล้องกับการพัฒนาในสังคมโลกาภิวัตน์เสียง 60 ปี นานเพียงใดแล้วที่เราได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานไม่เคยว่างเว้น ทรงพระราชทานแนวพระราชดำรินานับประการเพื่อความร่มเย็นของแผ่นดิน เป็น 60 ปีที่ปวงประชาเป็นสุขภายใต้สายพระเนตรที่ทรงดูแลด้วยความห่วงใย ณ วันนี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก เนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ 60 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2549
ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมกันประดับธงกับตราสัญลักษณ์ทุกสถานที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ.2549
เสียง ร่วมเปิดมุมใหม่โดย ซีดี ออแกไนเซอร์ โปรแกรมบัญชีสำหรับผู้ไม่รู้บัญชี และบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)
พิธีกร : ได้ชมสารคดีในชุดแรกในวันนี้กันไปแล้วนะครับ และก็เป็นตอนที่ 1 นะครับ ในช่วงนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญอีก 1 ท่านนะครับ ท่านเป็นท่านประธานกรรมการธนาคาร กรุงไทย จำกัด(มหาชน) นะครับ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลสวัสดิ์ ครับ สวัสดีครับ ท่านครับ
ดร.ชัยวัฒน์: สวัสดีครับ
พิธีกร : เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์เนี่ย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงนี้แล้วก็ท่านคิดว่ามันมีมุมมองยังไงที่เราจะต้องจับจ้องและก็มองกันเป็นพิเศษมั่งครับ
ดร.ชัยวัฒน์ : คือเราต้องเข้าใจทั้ง 2 เรื่อง และเข้าใจว่า 2 เรื่องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างไรนะครับ อย่างเรื่องโลกาภิวัตน์เนี่ยเราต้องยอมรับว่าประเทศเราเป็นเศรษฐกิจระบบเปิด เราเชื่อมโยงกับต่างประเทศ เราอยู่ในประชาคมโลก เราก็ต้องยอมรับว่ากระแสโลกาภิวัตน์เนี่ยเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้เราได้ประโยชน์จากสิ่งดีๆ ที่เอามาใช้ในประเทศ
แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะมีผลกระทบบางด้านผ่านความผันผวนด้านต่างๆ ที่จะมากระทบประเทศเราได้ ส่วนหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่อาจารย์จิรายุพูดไว้นะครับ ว่ามันเป็นหลักที่เราใช้ในการดำรงชีวิตได้ ใช้ในการบริหารองค์กร ใช้ในการบริหารประเทศได้
และหลักที่สำคัญก็อาจารย์จิรายุพูดไว้นะครับ เราเรียกว่า 3 ห่วงกับ 2 เงื่อนไข ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน และก็มีเงื่อนไขด้านความรู้กับคุณธรรม
แต่ความจริงมันมีหลักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี่มี 2 ขั้นตอน มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานกับขั้นก้าวหน้า
ขั้นพื้นฐานก็หมายถึงว่าพอกินพอใช้ พึ่งตัวเอง แต่เมื่อไรมีความเข้มแข็ง เรามีความพร้อม เราก็ก้าวไปสู่
ขั้นที่ 2 คือขั้นก้าวหน้า เข้าสู่ระบบตลาด เข้าสู่เศรษฐกิจของโลกได้ ถ้ามองในหลักนี้ก็คือว่าเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ยความจริงไม่ได้ปฏิเสธกระแสโลกาภิวัตน์ แต่ต้องการให้เราก้าวทันโลกาภิวัตน์ด้วย ให้เรารู้ทันโลกาภิวัตน์โดยใช้ความพอประมาณ ใช้ความมีเหตุผล และก็ให้มีภูมิคุ้มกันที่จะลดความผันผวนต่างๆ ได้
ถ้ามองแบบนี้นะครับว่า ถามประเทศเราถ้าจะบริหารประเทศให้อยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ทำไงเนี่ย ผมก็มองเห็นเลยว่าเราประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้ 3 ข้อ
ข้อแรกก็คือว่าเราก็ต้องสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจภายในให้เรามีความเข้มแข็งก่อน เราจะได้ก้าวออกไปใช้ประโยชน์ข้างนอก และก็ดูแลผลกระทบได้
ข้อที่สองถ้าเราอยากจะเปิดประเทศให้เป็นเสรีมากขึ้นเนี่ย เราก็ต้องทำอย่างมีความพร้อม เป็นไปตามขั้นตอน เตรียมการอย่างดีพิธีกร ระมัดระวังด้วยนะครับดร.ชัยวัฒน์ ครับ และ
ข้อที่สามก็คือว่าเราก็เจอความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเรื่องน้ำมัน เดี๋ยวเรื่องทางด้านการเงิน เราก็ต้องมีมาตรการรองรับที่จะเตรียมอยู่เสมอว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เราก็ต้องรู้ทันและเตรียมการ เช่น ด้านพลังงานก็ดี ด้านราคาพืชผลจะทำยังไง เนี่ยก็เป็นตัวอย่างนะครับว่าถ้าเราเข้าใจหลักนี้ก็แสดงให้เห็นว่า 2 เรื่องเนี่ยมันเป็นเรื่องที่อยู่กับเราทั้งคู่ อันนึงคือเป็นสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญและก็ใช้ประโยชน์จากมัน สิ่งอีก
อันนึงก็คือเศรษฐกิจพอเพียงแล้วเราก็เอามาใช้เป็นหลักที่ทำให้เราสามารถก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคงและก็ยั่งยืน
พิธีกร : ครับ อยากให้ท่าน ดร.จิรายุ ช่วยย้ำหน่อยครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่หลายๆ คนเนี่ยมักจะสงสัยอยู่ เพราะว่ามันมี 2 ระดับ แต่หลายๆ คนมองไปที่ระดับเดียว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินเรื่องของไร่นาสวนผสม มีกิน มีอยู่ มีใช้ เหลือก็เอาไปขาย ถ้าผ่านตรงนี้มาได้แล้วเนี่ย เราก็มีโอกาสในการที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการค้าการขายมากขึ้น อยากให้ท่านช่วยย้ำหน่อยครับว่าจริงๆ เนี่ยมันเดินควบคู่ไปกันได้
ดร.จิรายุ : เดินไปควบคู่ด้วยกันได้อย่างแน่นอน แล้วก็ดูตามความเป็นจริง แล้วก็ก้าวอย่างมั่นคง เพื่อจะได้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ถ้าก้าวแบบก้าวกระโดด จะล้ม นะครับ แล้วก็นอกจากตัวเองเสียหายแล้ว ส่วนรวมยังเสียหายอีกด้วย
เพราะฉะนั้นที่ ดร.ชัยวัฒน์ได้พูดเนี่ยเป็นความจริง และก็เป็นเรื่องที่เราต้องไปดูสภาพแต่ละสภาพและก็ก้าวหน้ากัน คือผมว่าจุดที่สำคัญที่สุด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้โลกาภิวัตน์ ไม่ใช่ให้ถอยหลัง ต้องการให้ก้าวหน้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน และสมดุล นะครับ
ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะย้ำให้มากพิธีกร แหม ถ้าเป็นภาษาของผมเอง ขออนุญาตแปลว่า ฐานต้องแน่นก่อนใช่ไหมครับดร.จิรายุ ถูกต้องพิธีกร ก่อนที่เราจะขยับขยายกันไป ท่านชัยวัฒน์ครับ
ในการเผยแพร่ออกมาในสารคดีเนี่ย ก็จะมีทั้งชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ในส่วนของเนื้อหาในแ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 58170
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

  • ยม "คัดมาจัดย่อหน้าทำสีใหม่ บทสารคดีเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์" จัดวางใหม่เนื่องจากครั้งก่อน ข้อความไม่ครบ จึงย่อขนาดลง"
    IP: xxx.139.223.18
    เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ  

เนื่องจากBlog ที่แล้ว ไม่สามารถเก็บข้อความได้ครบถ้วน จึงย่อขนาดลงมาวางไว้อีกครั้งหนึห่ง   ทำแถบสีให้ แยกส่วน  เป็นพิธีกร(ทำแถบสีเหลือไว้ ส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นตัวอักษรปกติสีดำ ส่วนที่เป็นสารคดี ทำแถบสีเขียวอ่อนไว้ให้  เพื่อให้ท่านผู้อ่านสะดวกต่อการอ่านมากขึ้น  รายละเอียดดังปรากฏอยู่ตอนล่างนี้ ครับ 

ยม

 ..................................................  บทสารคดีเศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ มุมใหม่ ไทยแลนด์ : 19 ตุลาคม 2549 พิธีกร : มาพบกับคุณผู้ชมเช่นเคยนะครับ วันนี้เรามีการพูดถึงแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น อยู่ในใจหลายๆ คนนะครับ โดยเฉพาะประชาชนคนไทยทุกคนนะครับ ซึ่งตอนนี้เรียกได้ว่ากำลังที่จะมองหาแนวทางในการยึดและก็ทำตามแนวความคิดนี้ ที่สำคัญหลายๆ คนอาจจะมีคำถามอยู่ในใจว่า ในสภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ จะนำแนวความคิดมาปรับใช้กับยุคปัจจุบันนี้อย่างไร วันนี้เราเชิญผู้รู้ทั้ง 4 ท่านมาร่วมไขคำตอบและก็บอกถึงเรื่องราวอย่างละเอียดให้กับคุณผู้ชมได้ทราบกันครับเสียง ด้วยความตั้งพระราชหฤทัยและในพระวิริยะอุตสาหะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงอยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้าพัฒนาถึงพร้อมจากรากแก้ว และได้ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งยึดถือปฏิบัติ และเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง จึงได้เกิดคณะทำงานผู้ร่วมขับเคลื่อนการผลิตสารคดี เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ขึ้น ความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร จะเข้ากับโลกาภิวัตน์ได้หรือไม่ คนไทยจะเข้าใจและยึดถือปฏิบัติให้ถูกต้องได้อย่างไร พบคำตอบได้กับผู้ร่วมรายการในวันนี้พิธีกร ครับ ในวันนี้เรามีแขกรับเชิญ 4 ท่านนะครับ คุณผู้ชมสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทางรายการได้ สอบถาม แสดงความคิดเห็นได้นะครับที่หมายเลขโทรศัพท์นะครับ 0-2275-4225 นะครับ เรามีนิตยสาร SME ชี้ช่องรวย มอบให้คุณผู้ชม10 สายแรกที่โทรเข้ามาร่วมในรายการด้วยนะครับ คุณผู้ชมสามารถที่จะร่วมเป็นพิธีกรกับผมได้นะครับ โทรเข้ามาฝากคำถามเอาไว้ได้ และในวันนี้นะครับ ได้รับเกียรติอย่างสูงและก็อย่างดียิ่งนะครับ จากท่านประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง ท่านดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยานะครับ อีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านเป็นเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนะครับ ท่าน ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ครับ ทั้งสองท่านครับ เชื่อว่าหลายคนทีเดียวนะครับ กำลังน้อมนำเอาแนวความคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ แต่ว่าคงจะต้องถามถึงที่มาก่อนว่า แนวความคิดนี้นี่เริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไรครับ ดร.จิรายุ ครับ   ดร.จิรายุ : ก็ประมาณ 2517  พิธีกร : ย้อนไปถึงขนาดนั้นเลยนะครับดร.จิรายุ  ดร.จิรายุ :  ครับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถึงเรื่องนี้ แต่ว่า ก็จริงๆ มาสนใจกันมากจริงๆ ก็คือ พอตอนวิกฤตเศรษฐกิจ พอหลังจากนั้นเนี่ย เราก็พยายามที่จะหาความเข้าใจ ท่านก็พระราชทานคำนิยามมา เมื่อปี 2542 คราวนี้จากคำนิยามเนี่ย เราก็มากลั่น คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนก็มากลั่นออกมาเป็นแนวคิด หมายความว่า ตอนนี้ถ้าใครจะไปบอกว่าจะมายึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ย ความหมายก็คือว่า เราจะยึดหลักการ 3 ข้อ หนึ่งก็คือพอประมาณ เดินสายกลาง ไม่สุดโต่ง นะครับ อันที่สองก็คือมีเหตุมีผล ใช้อารมณ์ให้น้อย ใช้ความรู้ ใช้เหตุผลให้มาก และอันที่สามก็คือว่าไม่เสี่ยงมาก มีภูมิคุ้มกัน เพราะว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรต่างๆ มาก นะครับ เพราะฉะนั้นมี 3 หลักการอันนี้ ใครที่ยึดว่าจะ บอกว่าจะใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะยึดหลัก 3 ข้อนี้ นอกนั้นเนี่ยเราก็มีเงื่อนไข เงื่อนไขเตือนเราเองด้วยว่าจะรอบคอบระมัดระวัง ไม่ทำอะไรก็ทำทีเดียวใหญ่โตเลย ความรู้ที่เอามาใช้ต้องแน่ใจได้ว่าเอามาใช้ได้และเป็นประโยชน์แล้วก็สุดท้ายที่สำคัญมากก็คือว่าจะต้องมีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน มีความเพียร นะครับ แล้วก็มีจิตใจที่เกื้อกูลแบ่งปัน ถ้าได้ครบตามนี้ก็เอาไปใช้ประยุกต์กับการกระทำอะไรก็ได้  พิธีกร: ครับ การเผยแพร่ดำเนินการอย่างไรบ้างครับ เพราะผมเข้าใจว่าประชาชนแต่ละคน แต่ละอาชีพเนี่ย ก็คงจะมีการแปลความหมายแตกต่างกันออกไปในการที่จะให้เข้าใจได้อย่างถ่องแท้และก็ทั่วถึงเนี่ย ก็ต้องมีกุศโลบายในการที่จะอธิบายให้พวกเขาได้เข้าใจกันด้วย รวมถึงพวกเขาเนี่ยหมายถึงผมด้วย แล้วก็พวกเราทุกคนเนี่ยล่ะครับ  ดร.จิรายุ : ก็ตอนแรกๆ เราอาจจะปูพรมกันมาก เพื่อให้คนเนี่ยเริ่มสนใจ แต่ว่าอย่างที่สารคดีตอนต้น จะเห็นได้ว่าคนเนี่ยเดินอยู่หลากหลายมากเลย มีคนในเมือง คนอยู่ในอุตสาหกรรม คนอยู่ในการค้า ชาวไร่ชาวนา เด็กนักเรียน ครู มากมาย เพราะฉะนั้นแทนที่จะปูพรมก็ เราควรจะลงไปดูแต่ละ แต่ละคน เพราะเราเชื่อว่าอันนี้เอาไปใช้ได้ทุกระดับ เสร็จแล้วเราก็พยายามสร้างกรณีตัวอย่างเพื่อให้แต่ละคนพิธีกร สอดคล้องกับกลุ่มอาชีพดร.จิรายุ สอดคล้องกับแต่ละคน แต่ละกลุ่มอาชีพครับ  พิธีกร : ครับ ดร.จีระ ครับ ในการเผยแพร่เนี่ย ทางสื่อโทรทัศน์หรือว่าทีวีเองเนี่ย เข้าใจว่าน่าจะเข้าถึงได้ง่าย สะดวกและก็เห็นภาพมากที่สุดเนี่ย ได้มีการจัดทำสารคดีขึ้นมาเนี่ยในรูปแบบไหน อย่างไรบ้างครับ 

ศ.ดร.จีระ : ครับ ตัวผมเองเนี่ยทำรายการทีวีทางวิชาการอยู่บ้างแล้ว และ 5-6 ปีที่ผ่านมาเนี่ยในฐานะเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเนี่ย ก็ได้ไปทำกิจกรรมเหล่านี้ที่ต่างประเทศ ก็เห็นว่า ต่างประเทศเค้าให้ความสนใจ แล้วคราวนี้ถ้าผมทำรายการของผมเองอยู่เนี่ย มันก็จะลิมิตเพราะว่าทำเคเบิ้ลกับช่อง 11 ก็เดือนละครั้ง ก็เลยเห็นว่าถ้ามีโอกาสเนี่ยเราน่าจะทำให้มันขยายนะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าอย่างที่ท่านจิรายุว่ามูลค่าความสำคัญเนี่ยเยอะ แต่ว่าความเข้าใจและยิ่งตอนหลังๆ เนี่ยสื่อบางคนบางกลุ่มก็อาจคิดว่า มันขัดแย้งกับการเจริญเติบโต เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่า ถ้าผมจะทำอะไรเนี่ยอยากจะให้กระจายไป ก็เลยปรึกษากับท่านจิรายุ ท่านชัยวัฒน์ ผมเรียกวิธีการของผมเนี่ยเรียกว่า 3C+1P ก็สะกด จีระ เนี่ย C-Chira ซึ่งจิรายุ ก็ C ท่านชัยวัฒน์ก็ C แล้วก็มีลูกน้อง ทีมงานของท่านจิรายุ ดร.ปรียานุช ก็ P คือวิชาการเนี่ยเราจะผนึกกำลังกันจะหารือกัน อย่างผมเนี่ย ผมอาจจะศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงไม่เท่า ดร.จิรายุ ก็จะปรึกษาท่านหรือปรึกษา ดร.ปรียานุช ส่วนผมอาจจะรู้จักเรื่องทีวี เรื่องโปรดักชั่น อาจจะแนะนำท่านบางเรื่องแล้วก็อาจจะสนใจเรื่องโลกาภิวัตน์ ส่วนท่านอาจารย์ชัยวัฒน์เนี่ยท่านจะเชื่อมได้ เพราะฉะนั้นทีวีตอนนี้ก็เลยทำ 40 ตอน แล้วก็ท่านอาจารย์จิรายุกับท่านชัยวัฒน์ก็บอกว่าอยากทำให้มันเกิดอิมแพคก็เลยจะออกทุกวัน อย่างวันนี้เป็นวันแรก ก็ 40 ตอนเนี่ยก็จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ช่วงแรกก็เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร เสร็จแล้วก็โลกาภิวัตน์คืออะไร แล้ว 2 ตัวเนี่ยมาเชื่อมกันให้เห็นว่าโลกาภิวัตน์เนี่ยมีทั้งโอกาสและมีทั้งการคุกคาม แต่สำคัญที่สุดก็คือต้องให้มันยั่งยืน ใช่ไหมครับ ถ้าเราสามารถทันโลกทันเหตุการณ์แล้วมันก็จะเป็นประโยชน์ แล้วก็เราก็ไปขัดแย้งกับโลกาภิวัตน์ไม่ได้ ใช่ไหมครับ ยังไงประเทศไทยก็ต้องอยู่ในสังคมโลกต่อไป แต่ขอให้อยู่แบบที่ท่านว่า ยั่งยืนแล้วก็มีประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่  พิธีกร: ครับ แหม ก็ชัดเจนนะครับ เป็นการผนึกกำลังทั้งในส่วนของตัวแนวทฤษฎี ตัวผู้ที่มีความสามารถในแง่ของการผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่นะครับ แล้วก็รวมไปถึงในแง่ของตัวข้อมูลที่จะนำไปใช้ปรับกับเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนะครับ ในช่วงแรกนี้นะครับ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศนะครับ ท่านศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ก่อนนะครับ ขอบพระคุณท่านเป็นอย่างสูงนะครับที่ให้เกียรติกับทางรายการ และในช่วงนี้นะครับ อย่างที่เราได้สนทนากันมาแล้วนี่เราจะไปชมตัวอย่าง สารคดี เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ซึ่งในวันนี้นำเสนอเป็นตอนแรกครับ  ส่วนที่เป็นสารคดี(เสียงประกอบภาพ) โลกยุคปัจจุบันคือโลกที่ได้วิวัฒนาการอารยธรรมใหม่เชื่อมโยงแต่ละประเทศเข้าด้วยกันเป็นหมู่บ้านโลกหรือที่เรียกกันว่า โลกาภิวัตน์ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งด้วนบวกและด้านลบให้ทุกประเทศในโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย  ศ.ดร.จีระ : วันนี้ ในโลกของการเปลี่ยนแปลง ในโลกของการแข่งขัน เราต้องให้การแข่งขันนั้นมีประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้น การมีความเข้าใจในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านเนี่ยก็จะช่วยให้เราอยู่อย่างมีความสุขและมีความยั่งยืนหรือเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้เราไม่ประมาท มีภูมิคุ้มกัน มีความสามารถอย่างฉลาดเฉลียวในการจัดการโลกาภิวัตน์เหล่านั้นเพื่อเป็นประโยชน์ ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเล็กๆ แต่ว่ากระจายไปสู่ชุมชนทุกคนในสังคมเสียง   เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและในการบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันกับยุคโลกาภิวัตน์  เป็นปรัชญา เราก็จะขออนุญาตให้เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเน้นไปถึงการแก้ปัญหาเช่น อย่ามองไปข้างหน้าโดยไม่ดูถึงความเสี่ยง แหล่งเงินทุนได้มายังไง จะจ่ายคืนเค้ายังไง ก็ใช้ความรู้ความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปจะทำให้การขยายตัวของระบบเศรษฐกิจที่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใหญ่ข้ามชาตินั้นเนี่ย มันไม่มีผลกระทบทางลบต่อประชาชน   เพื่อให้เราเดินไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนเสียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การสร้างภูมิคุ้มที่ดีในตัวเองโดยใช้ความรู้ความรอบคอบและคุณธรรมประกอบการวางแผน การตัดสินใจและการกระทำเป็นแนวทางการป้องกันเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต สามารถดำรงอยู่ได้และยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ   รายการ เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง จีระ อคาเดมี่ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด(มหาชน) และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ชุด ประกอบด้วย
  1. รู้จริงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินรายการโดย ดร.ปรียานุช พิบูลสราวุธ
  2. ชุดที่สองคือ รู้ทันโลกาภิวัตน์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และ
  3. ชุดที่สามคือ เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์ ดำเนินรายการโดย ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลสวัสดิ์
 รายการทั้ง 3 ชุดนี้จะร้อยเรียงกันไปเพื่อเริ่มการสร้างความเข้าใจพื้นฐานของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การนำไปปฏิบัติในระดับบุคคล ชุมชน องค์กร และรัฐ ไปสู่การประพฤติปฏิบัติในขั้นก้าวหน้าโดยสอดคล้องกับการพัฒนาในสังคมโลกาภิวัตน์เสียง 60 ปี นานเพียงใดแล้วที่เราได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานไม่เคยว่างเว้น ทรงพระราชทานแนวพระราชดำรินานับประการเพื่อความร่มเย็นของแผ่นดิน เป็น 60 ปีที่ปวงประชาเป็นสุขภายใต้สายพระเนตรที่ทรงดูแลด้วยความห่วงใย ณ วันนี้ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในโลก เนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ 60 ปีในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2549 ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมกันประดับธงกับตราสัญลักษณ์ทุกสถานที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ.2549เสียง ร่วมเปิดมุมใหม่โดย ซีดี ออแกไนเซอร์ โปรแกรมบัญชีสำหรับผู้ไม่รู้บัญชี และบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)  พิธีกร : ได้ชมสารคดีในชุดแรกในวันนี้กันไปแล้วนะครับ และก็เป็นตอนที่ 1 นะครับ ในช่วงนี้ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญอีก 1 ท่านนะครับ ท่านเป็นท่านประธานกรรมการธนาคาร กรุงไทย จำกัด(มหาชน) นะครับ ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลสวัสดิ์ ครับ สวัสดีครับ ท่านครับ 

ดร.ชัยวัฒน์: สวัสดีครับ  พิธีกร : เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัตน์เนี่ย มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาในช่วงนี้แล้วก็ท่านคิดว่ามันมีมุมมองยังไงที่เราจะต้องจับจ้องและก็มองกันเป็นพิเศษมั่งครับ  ดร.ชัยวัฒน์ : คือเราต้องเข้าใจทั้ง 2 เรื่อง และเข้าใจว่า 2 เรื่องมีความสัมพันธ์สอดคล้องกันอย่างไรนะครับ อย่างเรื่องโลกาภิวัตน์เนี่ยเราต้องยอมรับว่าประเทศเราเป็นเศรษฐกิจระบบเปิด เราเชื่อมโยงกับต่างประเทศ เราอยู่ในประชาคมโลก เราก็ต้องยอมรับว่ากระแสโลกาภิวัตน์เนี่ยเป็นสิ่งที่เปิดโอกาสให้เราได้ประโยชน์จากสิ่งดีๆ ที่เอามาใช้ในประเทศ   

แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจจะมีผลกระทบบางด้านผ่านความผันผวนด้านต่างๆ ที่จะมากระทบประเทศเราได้ ส่วนหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่อาจารย์จิรายุพูดไว้นะครับ ว่ามันเป็นหลักที่เราใช้ในการดำรงชีวิตได้ ใช้ในการบริหารองค์กร ใช้ในการบริหารประเทศได้   และหลักที่สำคัญก็อาจารย์จิรายุพูดไว้นะครับ เราเรียกว่า 3 ห่วงกับ 2 เงื่อนไข ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีภูมิคุ้มกัน และก็มีเงื่อนไขด้านความรู้กับคุณธรรม แต่ความจริงมันมีหลักที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี่มี 2 ขั้นตอน มีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานกับขั้นก้าวหน้า ขั้นพื้นฐานก็หมายถึงว่าพอกินพอใช้ พึ่งตัวเอง แต่เมื่อไรมีความเข้มแข็ง เรามีความพร้อม เราก็ก้าวไปสู่ขั้นที่ 2 คือขั้นก้าวหน้า เข้าสู่ระบบตลาด เข้าสู่เศรษฐกิจของโลกได้ ถ้ามองในหลักนี้ก็คือว่าเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ยความจริงไม่ได้ปฏิเสธกระแสโลกาภิวัตน์ แต่ต้องการให้เราก้าวทันโลกาภิวัตน์ด้วย ให้เรารู้ทันโลกาภิวัตน์โดยใช้ความพอประมาณ ใช้ความมีเหตุผล และก็ให้มีภูมิคุ้มกันที่จะลดความผันผวนต่างๆ ได้   ถ้ามองแบบนี้นะครับว่า ถามประเทศเราถ้าจะบริหารประเทศให้อยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ทำไงเนี่ย ผมก็มองเห็นเลยว่าเราประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้ 3 ข้อ   ข้อแรกก็คือว่าเราก็ต้องสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจภายในให้เรามีความเข้มแข็งก่อน เราจะได้ก้าวออกไปใช้ประโยชน์ข้างนอก และก็ดูแลผลกระทบได้   ข้อที่สองถ้าเราอยากจะเปิดประเทศให้เป็นเสรีมากขึ้นเนี่ย เราก็ต้องทำอย่างมีความพร้อม เป็นไปตามขั้นตอน เตรียมการอย่างดีพิธีกร ระมัดระวังด้วยนะครับดร.ชัยวัฒน์ ครับ และ  ข้อที่สามก็คือว่าเราก็เจอความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกเข้ามาอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเรื่องน้ำมัน เดี๋ยวเรื่องทางด้านการเงิน เราก็ต้องมีมาตรการรองรับที่จะเตรียมอยู่เสมอว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เราก็ต้องรู้ทันและเตรียมการ เช่น ด้านพลังงานก็ดี ด้านราคาพืชผลจะทำยังไง เนี่ยก็เป็นตัวอย่างนะครับว่าถ้าเราเข้าใจหลักนี้ก็แสดงให้เห็นว่า 2 เรื่องเนี่ยมันเป็นเรื่องที่อยู่กับเราทั้งคู่ อันนึงคือเป็นสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญและก็ใช้ประโยชน์จากมัน สิ่งอีกอันนึงก็คือเศรษฐกิจพอเพียงแล้วเราก็เอามาใช้เป็นหลักที่ทำให้เราสามารถก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคงและก็ยั่งยืน  พิธีกร : ครับ อยากให้ท่าน ดร.จิรายุ ช่วยย้ำหน่อยครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่หลายๆ คนเนี่ยมักจะสงสัยอยู่ เพราะว่ามันมี 2 ระดับ แต่หลายๆ คนมองไปที่ระดับเดียว ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินเรื่องของไร่นาสวนผสม มีกิน มีอยู่ มีใช้ เหลือก็เอาไปขาย ถ้าผ่านตรงนี้มาได้แล้วเนี่ย เราก็มีโอกาสในการที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องของการค้าการขายมากขึ้น อยากให้ท่านช่วยย้ำหน่อยครับว่าจริงๆ เนี่ยมันเดินควบคู่ไปกันได้  ดร.จิรายุ : เดินไปควบคู่ด้วยกันได้อย่างแน่นอน แล้วก็ดูตามความเป็นจริง แล้วก็ก้าวอย่างมั่นคง เพื่อจะได้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ถ้าก้าวแบบก้าวกระโดด จะล้ม นะครับ แล้วก็นอกจากตัวเองเสียหายแล้ว ส่วนรวมยังเสียหายอีกด้วย  เพราะฉะนั้นที่ ดร.ชัยวัฒน์ได้พูดเนี่ยเป็นความจริง และก็เป็นเรื่องที่เราต้องไปดูสภาพแต่ละสภาพและก็ก้าวหน้ากัน คือผมว่าจุดที่สำคัญที่สุด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายใต้โลกาภิวัตน์ ไม่ใช่ให้ถอยหลัง ต้องการให้ก้าวหน้า แต่ก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน และสมดุล นะครับ ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะย้ำให้มากพิธีกร แหม ถ้าเป็นภาษาของผมเอง ขออนุญาตแปลว่า ฐานต้องแน่นก่อนใช่ไหมครับดร.จิรายุ ถูกต้องพิธีกร ก่อนที่เราจะขยับขยายกันไป ท่านชัยวัฒน์ครับ  ในการเผยแพร่ออกมาในสารคดีเนี่ย ก็จะมีทั้งชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ในส่วนของเนื้อหาในแต่ละส่วนเนี่ยมีความสัมพันธ์กันยังไง โดยเฉพาะชุดที่ 3 ที่ ดร.ชัยวัฒน์เองเนี่ยได้มีโอกาสได้เป็นผู้ดำเนินรายการโดยนำเสนอเนื้อหาตรงนี้โดยตรงดร.ชัยวัฒน์ ครับ  ก็ชุดที่ 1 เราเรียกว่าชุด รู้ทันเศรษฐกิจพอเพียง อันนี้ทำให้คนเข้าใจความหมายและก็เห็นตัวอย่างในการประยุกต์ไปใช้กับระดับต่างๆ  ในด้านต่างๆ  ส่วนชุดที่ 2 ที่เราเรียกว่า รู้ทันโลกาภิวัตน์ อันนี้เราก็จะเข้าใจว่ากระแสโลกาภิวัตน์เนี่ย มันมีประโยชน์กับเรายังไง อาจจะมีผลกระทบยังไง พอมาส่วนที่สำคัญคือ ส่วนที่ 3 นี่ที่เราจะมาเอา 2 อันเข้าด้วยกันเนี่ยพิธีกร ประยุกต์กันเนี่ยนะครับ ดร.ชัยวัฒน์ วิธีเอามาประยุกต์เนี่ยเราจะทำเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเราก็จะสร้างความเข้าใจในภาพรวมก่อนว่าการที่มียุคโลกาภิวัตน์เกิดขึ้นเนี่ย เราจะสามารถพัฒนาประเทศไปอย่างยั่งยืนได้โดยที่ 2 เรื่องเนี่ยมันไม่ขัดแย้งกันที่จะเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหลักในการบริหารประเทศ และก็จะชี้ให้เห็นว่าแม้แต่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 10 ที่จะใช้ในปีหน้าเนี่ยก็ได้พูดว่า เราก็จะรับกระแสโลกาภิวัตน์มาใช้ประโยชน์  ขณะเดียวกันเราก็จะยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหลักในการบริหารประเทศ ช่วงแรกพอเรามีความ

เรียน ศ.ดร.จีระ และทีมงาน

 

รบกวนช่วยลบข้อมูลที่ผมวางไว้ใน Blog นี้ด้วยครับ  ผมได้ส่งเป็น Email ไปแทน

เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะระบบหรือไม่ที่ทำให้ไม่สามารถวางข้อความได้ครบถ้วน และมีสีเกินในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ

 ผมส่งเป็น Email ไปให้ทีมงานอาจารย์ทำให้ใหม่ ครับ

 

ด้วยความนับถือ

ยม 

 

  • ยม วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนา
    IP: xxx.9.158.228
    เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ผมมีข่าวมาแจ้งให้ท่านผู้อ่านทุกท่านทราบ สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเรียนรู้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อย่างเป็นระบบ ผมแนะนำข้อมูลตอนท้ายนี้
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน 
สวัสดี  
ยม  
นักศึกษา ป.เอก
รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต

……………………………………………….

วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนา[1]

วิชา สพ.700 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเป็นวิชาเลือกที่นักศึกษาทุกหลักสูตรทั้ง นักศึกษาภาคปกติและภาคพิเศษ รวมทั้งนักศึกษาระดับปริญญาเอกที่สนใจสามารถลงทะเบียนเรียนได้เป็นวิชาเลือก นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกที่มีความสนใจในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาสามารถลงทะเบียนเรียนวิชานี้ได้เช่นเดียวกับนักศึกษาของสถาบัน

 โดยวิชานี้สามารถจะช่วยเป็นแนวทางให้นักศึกษาที่สนใจพัฒนากรณีศึกษาหรือการศึกษาอิสระในลักษณะภาคนิพนธ์ สารนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ในเรื่องของหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนักศึกษาจะได้สร้างความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยตนเอง ทำให้ได้รับความรู้และการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อีกด้วย  นอกจากนี้จะทำให้นักศึกษาได้เรียนการศึกษาด้านการพัฒนาของสาขาวิชาอื่นเป็นพื้นฐานการสร้างวิสัยทัศน์การพัฒนาที่เป็นบูรณาการได้


หัวข้อและลักษณะวิชาโดยสังเขป
(ก) โครงสร้างและเนื้อหาปรัชญา

  • ความเป็นมาของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • เนื้อหาของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • เงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารจัดการที่ดี
  • การดำเนินการขับเคลื่อน และประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

 

(ข) การพัฒนาเศรษฐกิจกับเศรษฐกิจพอเพียง

  • เป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจ : ตัวชี้วัด จุดเด่น จุดด้อย
  • วิวัฒนาการของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารเศรษฐกิจมหภาค
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์จุลภาค

 

(ค) การพัฒนาสังคมและชุมชนกับเศรษฐกิจพอเพียง

  • กระบวนการทางสังคมและการจัดการทางสังคม
  • การนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาสังคมและชุมชน

 

(ง) การบริหารจัดการที่ดีกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

  • แนวคิดและหลักปฏิบัติการบริหารจัดการที่ดีภาครัฐ (ธรรมาภิบาล)
  • แนวคิดและหลักปฏิบัติการบริหารจัดการที่ดีภาคเอกชน (บรรษัทภิบาล)
  • การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

(จ) ความรู้เบื้องต้นเรื่องการบริหารความเสี่ยง

  • ความหมายของความเสี่ยง และความไม่แน่นอน
  • การสร้างภูมิคุ้มกันโดยการบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ

 

(ฉ) กรณีศึกษาการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

  • การบรรยายของวิทยากรภายนอกและการเสนอ
  • รายงานของนักศึกษาเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนเรียน

  1. นักศึกษาปริญญาโทภาคปกติทุกหลักสูตร สามารถลงทะเบียนเรียนเพื่อหน่วยกิตหรือเพื่อร่วมฟังได้
  2. นักศึกษาปริญญาโทภาคพิเศษทุกหลักสูตรสามารถ ลงทะเบียนเรียนเพื่อหน่วยกิต หรือเพื่อร่วมฟังได้
  3. นักศึกษาปริญญาเอก สามารถลงทะเบียนได้เฉพาะ เพื่อร่วมฟัง
  4. บุคคลภายนอกทั่วไปสามารถลงทะเบียนเรียนวิชานี้ได้ จำนวนหน่วยกิต  3  หน่วยกิต
 

ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน

  1. นักศึกษาปริญญาโทภาคปกติ ใช้อัตราค่าหน่วยกิตอัตราเดียวกับการลงทะเบียนรายวิชาปกติ
  2. นักศึกษาปริญญาโทภาคพิเศษ
    ลงทะเบียนเพื่อหน่วยกิต ใช้อัตราค่าหน่วยกิตอัตราเดียวกับการลงทะเบียนรายวิชาตามหลักสูตร
    ลงทะเบียนเพื่อร่วมฟัง หน่วยกิตละ 1,000.-  บาท
  3. นักศึกษาปริญญาเอก ลงทะเบียนเพื่อร่วมฟังหน่วยกิตละ 1,000.- บาท
  4. บุคคลภายนอก เหมาจ่าย 5,000.- บาท
    กำหนดการเปิดสอน  ภาค 2/2549
     
 

    สนใจติดต่อขอลงทะเบียนได้ที่

          กองบริการการศึกษา
  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
คลองจั่น  บางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240
      โทร. 02-7273365-76


[1] http://www.sufficiencyeconomy.org/show.php?Id=404

รายการนี้มีสาระที่ดีมากค่ะ  ถ้าทุกคนหาเวลาว่างมาชมรายการนี้  รับรองว่าจะเป็นคนที่มีความคิดในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ

สารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัฒน์

ตอนที่ 2 เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไรดร.ปรียานุช ตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ท่านได้ทรงทุ่มเทพระวรกายและพระสติปัญญาบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของพสกนิกรเป็นที่ตั้ง โดยทรงอาศัยหลักการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม ความรู้ ความเข้าใจ ความชำนาญ และประสบการณ์เกี่ยวกับวัฒนธรรม หลักวิชา ภูมิปัญญา และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความเป็นจริงของสังคมไทย เพื่อแก้ไขต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ใช้เป็นแนวทางการพัฒนาที่สมดุลและก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างประโยชน์สุขของพสกนิกรไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่รู้จักกันดีภายใต้ชื่อว่า เศรษฐกิจพอเพียงพล..เปรม พวกเราที่มีอายุมากกว่า 40 ปีอะไรเนี่ย พอจะจำได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนี่มีพระราชดำริเรื่องทฤษฎีใหม่ ที่ทรงเรียกว่าทฤษฎีใหม่ คือ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ย มามากกว่า 20 ปีแล้ว เมื่อตอนท่านมีพระราชดำรัสเรื่องนี้ใหม่ๆ อาจจะพูดได้ว่า ได้รับความสนใจจากพวกเราน้อยมาก เพราะในระยะเวลานั้นน่ะ พวกเรากำลังเห่อก็แล้วกัน เห่อเรื่อง นิกส์ New Industrial Country กันมาก จริงๆ แล้วมาถึงบัดนี้ ทุกคนก็กลับมารับรองกันด้วยความเชื่อมั่นว่าทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่นำไปใช้ที่ไหนก็ได้ ทฤษฎีที่ทันสมัยอยู่เสมอ และจะทันสมัยตลอดไป พระบรมราโชบายก็ตาม พระราชดำรัสก็ตาม ในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำให้กับพวกเราเป็นคำตอบที่ดีให้กับปัญหาทุกปัญหา ไม่ว่าปัญหานั้นจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาสังคม และแม้แต่ปัญหาการเมืองดร.ปรียานุช เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด นานกว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลัง ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับ บ้านเรือน ตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงอยู่ได้ ก็อยู่ที่เสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไปพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนา  

สารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัฒน์

ตอนที่ 3 ก้าวที่กล้าพึ่งตนเอง ตามรอยพระยุคลบาทดร.ปรียานุช วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ได้ให้บทเรียนของการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง อีกทั้งยังสร้างปัญหาทางโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคมนานับประการ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่เน้นการพึ่งตนเองและไม่คำนึงถึงพื้นสังคมของประเทศไทย แต่กลับหวังที่จะพึ่งพิงความรู้ วิทยาการ เงินลงทุน หรือตลาดภายนอกประเทศมากเกินไป โดยไม่ได้เตรียมการสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ให้มั่นคง เข้มแข็ง เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของปัจจัยภายนอกดร.สุเมธ โลกทั้งโลกเวลานี้เป็นโลกขั้วเดียวแล้วนะครับ เมื่อก่อนนี้มีโลกเสรีนิยม ทุนนิยม สังคมนิยม ระบอบคอมมิวนิสต์ก็มี โลกเรารู้สึกว่ามีการถ่วงดุล ยังกันไป ยังกันมา มีขึ้นมาจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะสงครามเย็น แต่หลังจากนั้นเนี่ยนะครับ โลกเหลือโลกขั้วเดียว คือโลกทุนนิยมหรือเสรีนิยม ทุกวันนี้เราจะรู้สึกตัวว่าเราจะถูกกระตุ้นอยากบริโภคอยู่ตลอดเวลา มนุษย์นั้นบริโภคโดยเอาธรรมะเนี่ยนะครับ ธรรมชาติหรือเรียกว่าทรัพยากรธรรมชาตินั้น กอบโกยมาแปรรูปแล้วก็บริโภคเข้าไป โดยเมื่อบริโภคเสร็จแล้ว มนุษย์ก็ทิ้งสิ่งที่ กากเหลือเดนจากสิ่งที่ตัวเองบริโภคนั้น ทิ้งกลับไปที่ธรรมะอีก คือธรรมชาติ เวลานี้ยอมรับกันมั้ยครับ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาว่า สงครามที่เกิดขึ้นในโลกนี้เป็นการสงครามแย่งทรัพยากรกันครับ เพราะฉะนั้นถ้ามนุษย์ไม่หยุดเนี่ยนะครับ ผมคิดว่ามนุษย์ก็จะทำลายล้างตัวเองกัน มันจะต้องแย่งชิงกันในที่สุด เพราะทรัพยากรธรรมชาติจะลดน้อยลงไป ลดน้อยลงไป ลดน้อยลงไป เมื่อไม่มีในบ้านเราก็ต้องไปแย่งชิงในบ้านคนอื่นเขา ผลที่สุด การปะทะขัดแย้งในรูปนี้ก็จะเกิดขึ้นมาอย่างมากมายที่สุด และก็คงจะหยุดยั้งไม่อยู่ เพราะทุกคนจะเอาตัวรอดดร.ปรียานุช เศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นพื้นฐาน ให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เข้มแข็ง รักษาความสมดุลของทุน และทรัพยากรต่างๆ อย่างพอประมาณและมีเหตุมีผล ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับตัวพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อย่างรู้เท่าทัน รอบคอบ และมีคุณธรรม ในการดำรงชีวิต อันจะนำไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืนดร.สุเมธ กลัวจะตกรถไฟขบวนสุดท้าย รู้มั้ยครับ โลกไปทางไหนครับ ขบวนรถไฟโลกเนี่ยจะไปทางไหน มันไปสู่ความหายนะ บริโภคนิยม ใช้กิเลสตัณหาเป็นตัวนำนั้น เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใช้ปัญญาเป็นตัวนำครับ สติและปัญญาครับ เลือกทางเดินของเราเถอะครับ ผมยังคิดว่าประเทศไทยนั้นควรจะมีความกล้าหาญสักที ที่จะรวบทางเดินของเราเอง คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุขพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2540                           

สารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี

เศรษฐกิจพอเพียงกับโลกาภิวัฒน์

ตอนที่ 4 พลังขับเคลื่อน เศรษฐกิจพอเพียงดร.ปรียานุช เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชี้แนะ ให้เป็นแนวทางปฏิบัติของพสกนิกรชาวไทย มานานกว่า 30 ปีแล้ว โดยทรงเน้นความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เพื่อพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ บนพื้นฐานของความรอบรู้ ความรอบคอบระมัดระวัง การใช้ความรู้อย่างถูกหลักวิชาการ การกระทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ควบคู่ไปกับคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และการไม่เบียดเบียนกัน การที่ประชาชนไทยทุกภาคส่วนและทุกระดับ สามารถเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงจนนำไปประยุกต์ใช้ได้ ในลักษณะที่สอดคล้องกับหน้าที่และบทบาทของแต่ละบุคคลนั้น จะก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน แต่ต้องเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของประชาชนชาวไทยในทุกระดับ จึงจะสร้างพลังให้เป็นเครือข่ายการขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม.นพ.เกษม จึงขอเชิญชวนให้พวกเราช่วยกัน ช่วยกันศึกษา แปลงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ยมาเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่าง การเกษตรเนี่ย พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เป็นรูปธรรมแล้ว โดยเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ย แปลงมาเป็นรูปธรรม แล้วให้ชื่อว่าเกษตรทฤษฎีใหม่เกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะฉะนั้น เกษตรทฤษฎีใหม่จึงเป็นรูปธรรม เป็นรูปธรรมของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จึงทรงพระราชทานนามความคิดของพระองค์ท่าน เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เศรษฐกิจและทรงมีกระแสพระราชดำรัสว่า ที่ชั้นให้ชื่อว่า เศรษฐกิจ เพราะชั้นใช้ตรงนี้กับการเกษตรก่อน การเกษตร แล้วก็เอาการพัฒนาเศรษฐกิจของชาวไร่ ชาวสวน ชาวนานี่แหล่ะ ชาวประมงด้วย จึงได้ใช้ชื่อนี้ แต่จริงๆ ปรัชญานี้ใช้ได้ทุกแง่ทุกมุมของชีวิตมนุษย์ นักเรียนก็เอาไปใช้ได้ นักเรียนตัวเล็กๆ ตัวใหญ่ๆ ก็เอาไปใช้ได้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ข้าราชการกระทรวงไหนก็ได้ พ่อค้าคนไหนก็ได้ ตั้งแต่ยากดีมีจน เอาไปใช้ได้หมด จะเป็นฝรั่ง หรือเป็นเขมร จะเป็นคนไทย เอาไปใช้ได้หมด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นนามธรรม เราต้องเอาไปแปลงให้เข้า หรือให้เหมาะสมกับทุกคน ทุกครอบครัว ทุกบริษัท ทุกประเทศ ก็เอาไปใช้ได้ นี่แหล่ะคือสิ่งที่ สิ่งที่เป็นความสำคัญของปรัชญานี้นะครับ ดร.ปรียานุช การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้เป็นกรอบแนวคิดหรือส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในทุกภาคส่วนและทุกระดับ จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศให้มีความมั่นคง เข้มแข็ง และมีเสถียรภาพ ความก้าวหน้านั้นก็ได้ให้สูตรไว้แล้วว่าทำยังไงให้ก้าวหน้า คือ จะต้องสามัคคีกัน ร่วมกันทำ แล้วถ้าร่วมกันทำ มันก้าวหน้าได้ แต่ถ้าไม่ร่วมกันทำ ไม่มีทางก้าวหน้าพระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2547