เรื่องราวของคน ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น

9 พ.ย.2549 วันนี้ คือ วันแต่งงานของคุณ แอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ พิธีกร,ผู้ประกาศข่าว, ผู้อำนวยการช่อง Thailand Outlook Channel ของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV2 และอีกหลายๆบทบาทนักสื่อสารมวลชนในเครือหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

หลายคนอาจจะชื่นชอบ หรือไม่นิยมชมชอบในบทบาทของคุณแอ้ม กับจุดที่เธอยืนอยู่ เรื่องนี้ต่างคนต่างทัศนะกันครับ

แต่ผู้หญิงคนนี้ มีความน่าสนใจตรงไหน เกี่ยวข้องอะไรกับนายบอนหรือเปล่าถึงได้เขียนบันทึกถึง หรือว่า วันนี้นายบอนจะไปร่วมงานมงคลสมรสของคุณแอ้ม

ความจริงอยากไปร่วมในงานมงคลสมรสครับ แต่ไม่มีโอกาสได้ไป
ความน่าสนใจของคุณแอ้ม ที่หยิบยกมาบันทึกนี้ เพราะชีวิตที่ผ่านมาของเธอ มีความน่าสนใจ และน่าจะให้ข้อคิดเตือนใจกับหลายคนได้บ้าง

1. ชีวิตของคุณแอ้ม สโรชานั้น ดูเหมือนฟ้าจะลิขิตให้ชีวิตของเธอพลิกผันมากๆ เริ่มจากการเป็นเด็กไทยที่มีชีวิตและเติบโตในต่างประเทศ แต่ในที่สุดก็กลับมาอยู่เมืองไทย รักเมืองไทย ในขณะที่หลายคน มักพยายามที่จะทำตัวให้เป็นคนตะวันตก ทั้งภาษาท่าทาง การรับวัฒนธรรม ฯลฯ

และด้วยอายุที่ยังไม่ถึง 30 ของเธอ แต่เธอผู้นี้กลับมีส่วนร่วมในสถานการณ์การเมือง และเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองแบบชั่วพลิกฝ่ามือ

จากผู้หญิงที่ดูอ่อนโยน เมื่อผ่านสถานการณ์กดดัน ทำให้ผู้หญิงคนนี้ เข้มแข็งขึ้น วิธีคิด วิธีการมองโลก เติบโตเกินวัย รอบคอบมากขึ้น ในขณะที่คนในวัยเดียวกันกับคุณแอ้มหลายคน ยังมองโลกไม่ได้เช่นเธอ

2. คุณแอ้ม มีฝีมือและประสบการณ์มากมาย เพราะผ่านงานสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ สื่อทีวีอย่างเข้มข้น ผ่านมืออาจารย์ระดับสุดยอดฝีมือของวิชาชีพนี้มามากมายหลายระดับ  ตั้งแต่สื่อของสิงคโปร์ ช่อง 11 เครือเนชั่น จนมาสู่เครือผู้จัดการ

และเธอผ่านการฝึกวิทยายุทธ์จาก คุณสุทธิชัย หยุ่น แห่งเนชั่นเช่นกัน

ทั้งชะตาฟ้าลิขิต รวมถึงประสบการณ์ ฝีมือ วิธีคิดและการตัดสินใจที่ผ่านมาของคุณสโรชา ที่ทำให้ผ่านช่วงเวลาที่ชีวิตผกผัน และเปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วเช่นนี้ได้

สถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา คุณแอ้ม เธอเครียดมากๆ เคยตั้งใจว่า จะจัดงานแต่งงานในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ต้องเลื่อนมาเป็น 9 พ.ย.2549 เพื่อความเหมาะสม

เรื่องราวของคน ไม่ว่าจะเป็นใครล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น แต่ละย่างก้าวของชีวิต วิธีคิด การผ่านสถานการณ์ที่กดดันของชีวิตนั้น แต่ละคนมีวิธีการรับมือและตัดสินใจอย่างไร

เมื่อมองกลับมาที่ตัวเองนั้น ถ้าเป็นตัวเราเอง เราจะสามารถยืนหยัดได้เหมือนเธอหรือไม่
เรื่องราวของคนอื่น ก็ใช้เป็นกระจกเงา ส่องดูตัวเราได้เช่นกัน

คุณแอ้มเครียดมานานแล้ว อย่างน้อย วันนี้ก็เป็นวันชื่นคืนสุขของเธอแล้ว
สุขสันต์วันวิวาห์นะครับ แอ้ม..


งานวิวาห์ “สโรชา-รัชชพล”สุดหวานชื่น แขกผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานแห่งรัก



<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr>

</tr></tbody></table>











ข้อมูลเพิ่มเติม

<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%" class="text"><tbody>

สโรชา พรอุดมศักดิ์ เส้นทางนักข่าวอินเตอร์
 อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์
 Positioning Magazine   กันยายน 2548
<tr> <td> <table border="0" cellspacing="5" cellpadding="0" width="100%" height="100%" bgcolor="#cccccc"> <tbody> </tbody>

</table> </td> </tr> </tbody></table>
<table border="0" width="100%" class="text"> <tbody>

หาก ใครสัญจรไปมาในกรุงเทพฯ โดยอาศัยรถไฟฟ้าใต้ดิน ประโยคภาษาอังกฤษคุ้นหู “Please mind the gap between train and platform” ด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกัน หลายคนอาจจะทราบแล้วว่า นี่คือเสียงของผู้ประกาศ พิธีกร และนักบริหารสถานีโทรทัศน์สาวนามว่า “สโรชา พรอุดมศักดิ์” นี่คือผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เธอภูมิใจ รองจากชื่อเสียงที่สร้างจากการเป็นพิธีกรรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ทางช่อง 9 ที่มี “สนธิ ลิ้มทองกุล” เป็นนักวิเคราะห์

ย้อนกลับไปยังเส้นทางเริ่มต้นสู่ถนนคนข่าว “สโรชา” เริ่มต้นการทำงานที่เครือเนชั่น ด้วยการเป็นผู้ประกาศ นักข่าว และบก. ก่อนที่จะไปหาประสบการณ์ระดับอินเตอร์ที่ Channel News Asia สถานีวิทยุโทรทัศน์ของสิงคโปร์ เป็นเวลาร่วม 2 ปี รวมเวลาของการเป็น correspondent ประจำประเทศไทยด้วย
“สโรชา” มีข้อได้เปรียบทางภาษาและบุคลิกที่โดดเด่น มั่นใจ กอปรกับความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาทางด้าน Boardcasting จากสหรัฐอเมริกา เมื่อหมดสัญญากับทางสิงคโปร์ สนธิได้ชักชวนเธอให้มาร่วมงานกับบริษัท ไทยเดย์ ดอทคอม จำกัด อย่างเต็มตัว และมอบหมายงานชิ้นเอกให้เธอปลุกปั้นนั่นคือ Thailand Outlook Channel สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมภาคภาษาอังกฤษแห่งแรกของเมืองไทย

“คาดหวังให้ TOC เป็นเหมือน CNN หรือ BBC แต่อยากเป็นเหมือน NHK ของญี่ปุ่น หรือ Arirang ของเกาหลี ที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ วัฒนธรรมของตนเอง....เป็นเหมือนการเปิดหน้าต่างประเทศไทยสู่นานาชาติ โดยผ่านมุมมองและการวิเคราะห์ของคนไทยเอง เพราะที่ผ่านข่าวจากเมืองไทยถูกนำเสนอในแง่มุมของต่างชาติมาโดยตลอด”

หากจะว่าไปแล้วน้อยคนนักที่จะผ่านงานด้านข่าวในหลายๆ แง่มุม ทั้งนักข่าว ผู้ประกาศ พิธีกร บรรณาธิการ และขึ้นเป็นถึง Project Director คุมทีมงานทั้งสถานีกว่า 100 คน และที่สำคัญเป็นภาระที่เธอน้อมรับด้วยความยินดีในวัยย่าง 29 ปี กับการทำงานสัปดาห์ละ 6 วัน ยกเว้นวันเสาร์ซึ่งจะใช้เวลาอยู่กับบิดามารดา ดูหนัง ช้อปปิ้ง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและปิดรับข่าวสาร 1 วันเต็มๆ

ความสำเร็จทั้งหมดทั้งปวงเธอยอมรับว่าเป็นเพราะเธอมีโอกาสมากกว่าคน อื่นๆ “คนอื่นอาจไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถเหมือนเรา ถือว่าโชคดีและสามารถพิสูจน์ศักยภาพที่มีของตัวเราได้”

นอกจากนี้ช่อง 3 ยังเล็งเห็นถึงความสามารถของเธอ มอบหมายให้เธอได้แสดงภูมิความรู้ โดยเป็นผู้วิเคราะห์ข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งที่ผ่าน มา

ผลงานก่อนจากเสียงประกาศในรถไฟฟ้าใต้ดิน “สโรชา” เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Property Perfect โครงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อหลายปีก่อน ขณะที่การรับงานพิธีกรเธอพยายามคัดเลือกเพื่อรักษาภาพลักษณ์ โดยมากแล้วงานที่ติดต่อมาจะเป็นงานสัมมนาเชิงวิชาการมากกว่างานเปิดตัว สินค้า

ท่ามกลางกระแส News talk ซึ่งเป็นเสมือนคลื่นลูกล่ามาแรง สโรชากลับมีมุมมองที่แตกต่าง

“รายงาน News talk ในปัจจุบันมีมาก เริ่มเฝือ เป็นกระแสที่ peak สุดๆ แล้ว แต่รายการที่จะอยู่ได้ต้องเป็นรายการที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีเนื้อหาเจาะลึกและที่สำคัญต้องมีการวิพากษ์และโต้เถียงกันด้วยเหตุด้วยผล” </tbody>

</table>