ตอนนี้คุณเป็นนักเรียนระดับปริญญาตรี และนี่เป็นงานเขียนของคุณ ตอนที่ 2

2. อ้างแหล่งข้อมูล หากจะทำงานวิจัย คุณต้องหานักเขียนคนอื่นที่ทำหัวข้อเดียวกับคุณมาใส่ไว้ด้วย ดังเช่น T.S. Elliot เขียนไว้ในประเพณีและพรสวรรค์สำหรับปัจเจกบุคคล (Tradition and Individual Talent) ไว้ว่า "ไม่มีกวีคนใด, ไม่มีศิลปินคนใด จะมีความหมายที่สมบูรณ์ด้วยตัวของตัวเองได้" ความหมายที่ถูกสร้างขึ้น (significance ต่างจาก meaning นะครับ), ความซาบซึ้งของเขา คือความซาบซึ้งที่เขามีต่อกวีและศิลปินอื่นๆที่ได้ตายไปแล้ว คุณไม่ต้องให้ค่าเขามากเกินไป คุณจะต้องจับเขาให้ได้ในหมู่คนตาย ซึ่งอาจเป็นการขัดแย้ง หรือเมตตากรุณา เอาหละตอนนี้แหล่งอ้างอิงของคุณก็ยังมีชีวิตอยู่ แต่เวลาส่วนใหญ่เมื่อคุณทำงานวิจัยจะช่วยคุณให้ทำแนวคิด (thesis) และการถกเถียง (argument) ที่มีอยู่ให้กระจ่าง สิ่งที่เป็นกฎสำหรับพี่ปีที่ 1 ก็คือ พยายามหาแหล่งอ้างอิงทางวิชาการอย่างน้อย 3 เล่ม ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพื่อว่าคุณสามารถที่จะจัดวางตนเองในการสนทนาที่เป็นวิชาการในกรอบกว้างๆได้ การเขียนงานวิชาการจริงๆแล้วก็เหมือนการสนทนาระหว่างบุคคล 2 คน---ก็คือการต่อรอง (negotiation) กับสิ่งที่ผู้คนได้กล่าวมาแล้ว, นำเสนอความคิดของคุณ รวมทั้งมุมมองในเรื่องนั้น แต่ที่สำคัญก็คือ คุณต้องอ้างอิงข้อมูลของคุณเอง ถึงแม้ว่าคุณกำลังสรุป (summarizing) หรือ กำลังสร้างข้อสรุป (synthesizing) ความคิดของคนอื่น (เพื่อหลีกเลี่ยงการลอก)

เขียนให้นักเรียนที่เป็นปีที่ 1 อ่าน (ปีแก่ๆ หรือไม่เรียนก็ได้ใช้นะ)

หนังสืออ้างอิง

The Geek Anthopology. SO YOU’RE AN UNDERGRADUATE STUDENT AND IT’S YOUR FIRST PAPER. http://thegeekanthropologist.com/2014/09/01/so-youre-an-undergraduate-student-and-its-your-first-paper/



</a>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)