แรงบันดาลใจในการอ่านของลูก

...การอ่านหนังสือ มันได้ใช้จินตนาการ ได้อรรถรสในภาษาที่ผู้เขียนบรรยาย บางครั้งจินตนาการที่เราได้จากการอ่านมันเพริศพริ้งยิ่งใหญ่กว่าภาพที่เราเห็นในหนังเสียอีก...

นิสัยรักการอ่านของพ่อเองคงเป็นภาพที่ลูกเห็นอยู่เป็นประจำตั้งแต่เด็กจนโต หนังสือที่วางเรียงรายอยู่บนหัวเตียงและเก็บไว้ในกล่องใต้เตียง เป็นสิ่งที่เกิดคำถามของลูกอยู่เสมอว่าพ่ออ่านหนังสืออะไร ไม่เห็นน่าสนใจเลย สู้ดูวีดีโอการ์ตูนก็ไม่ได้

ตอนเด็กๆลูกชอบดูการ์ตูน กวางน้อย...แบมบี้ มาก ดูหลายรอบจนจำเรื่องราวได้ แต่ก่อนนอนก็ยังให้พ่อเล่าให้ฟังอยู่นั้นเอง พ่อก็เล่าไปเรื่อยๆจนลูกหลับไป หลังจากนั้นพ่อก็อ่านหนังสือของพ่อต่อ

พ่อไม่เคยบังคับลูกให้อ่านหนังสือเรียน แต่บอกให้ลูกรู้ว่าการอ่านทบทวนบทเรียน การแบ่งเวลาเล่น เวลาเรียนให้เหมาะสม จะเป็นสิ่งที่ทำให้ติดนิสัยไปจนโตไม่ว่าจะเรียนหนังสือ ทำงาน หรือชีวิตครอบครัว หากรู้จักแบ่งเวลา ชีวิตก็น่าจะมีความสุขไปตามอัตถภาพ

ยิ่งเรื่องหนังสือนอกเวลา ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พ่อคงบังคับและชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมให้ลูกอ่านได้หรอก...

ลูกเคยบอกว่าอ่านหนังสือมันช้ากว่าจะรู้เรื่อง แต่ดูหนังมันง่ายกว่า เร็วกว่า มีภาพให้เห็น ให้ตื่นเต้นสนุกกว่าเป็นไหนๆ พ่อก็บอกลูกไปว่า

...การอ่านหนังสือ มันได้ใช้จินตนาการ ได้อรรถรสในภาษาที่ผู้เขียนบรรยาย บางครั้งจินตนาการที่เราได้จากการอ่านมันเพริศพริ้งยิ่งใหญ่กว่าภาพที่เราเห็นในหนังเสียอีก...

พอโตขึ้นเมื่อลูกได้ดูหนังที่เป็นเรื่องเป็นราวตามวัย มีหนังหลายๆเรื่องที่ลูกชื่นชอบ แต่เรื่องที่จะบันทึกไว้น่าจะเป็นเรื่องแฮรี่พอตเตอร์ เพราะเป็นเรื่องที่มีแรงบันดาลใจให้ลูกอยากอ่านหนังสือ และเก็บเงินไปซื้อมาอ่านหลายเล่ม บางเล่มก็อ้อนให้พ่อซื้อให้ จนถึงปานนี้พ่อก็ยังไม่ได้ซื้อให้เลย

พ่อยังไม่ลืมสัญญานั้นหรอก แต่อาจจะด้วยการที่ลูกเรียนหนักจนไม่มีเวลาอ่านหนังสือที่เคยชื่นชอบนี้อีก หรือลืมสัญญาที่พ่อเคยให้ไว้นี้ไป บางทีลูกอาจจะยังไม่ลืมหรอกนะ

และพ่อก็ไม่ลืมเช่นเดียวกัน...

สักวันหนึ่งลูกก็คงจะมีเวลามาอ่านหนังสือที่ชื่นชอบอีก

พ่อหวังไว้เช่นนั้น...

...................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจแห่งหนังสือ



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

แรงบันดาลใจที่ได้รับจากครอบครัว ช่วยสร้างนิสัยรักการอ่านให้ลูกค่ะ

เขียนเมื่อ 

Perhaps, it is time to learn about "community resources" such as libraries at schools, universiries, wats, and so on. Children should be allowed to use community resources to develop and enhance their capability and to learn to care for community resources too.

If those community resources are not open for children, we should serious ask qiestions "why not and why don't we ask for it?"

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ

เขียนเมื่อ 

....การอ่าน เริ่มต้นที่ครอบครัว นะคะ

เขียนเมื่อ 

สงสัยน้อง ป เรียนหนักมากๆ

สบายดีไหมครับ