การจัดการความรู้
การจัดการความรู้ ไม่ใช่การเอาความรู้มากองรวมกัน แล้วจัดหมวดหมู่ เพื่อเผยแพร่ให้มีการนำไปใช้ประโยชน์ แต่เป็นการดึงเอามาเฉพาะความรู้ส่วนที่ต้องการใช้งาน
การจัดการความรู้ ไม่ใช่กิจกรรมของผู้มีความรู้ เพื่อจัดบริการความรู้ให้ผู้อื่นนำไปใช้ประโยชน์ แต่เป็นกิจกรรมที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนกระทำร่วมกัน
การจัดการความรู้ ไม่ใช่กิจกรรมเพื่อเคลื่อนความรู้จากจุดหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เป็นกิจกรรมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พหุทิศทาง
การจัดการความรู้ ต้องไม่เริ่มที่ความรู้ แต่เริ่มที่ปณิธานความมุ่งมั่นที่จะทำงานหรือกิจกรรมของตนหรือกลุ่มตนให้ดีขึ้นกว่าเดิม แล้วใช้วิธีการจัดการความรู้เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง (ในหลายอย่าง) ในการพัฒนางานหรือสร้างนวัตกรรมในงานดังกล่าว
การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือของการพัฒนาคุณภาพงาน หรือสร้างนวัตกรรมในการทำงาน และในขณะเดียวกัน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน
ความหมายและความสำคัญของการจัดการความรู้
การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือของการพัฒนาคุณภาพงาน หรือสร้างนวัตกรรมในการทำงาน และในขณะเดียวกัน เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน การจัดการความรู้เป็นทักษะ ไม่ทำ-ไม่รู้ โดยที่คนจำนวนไม่น้อย เฝ้าหาเรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้ ด้วยการอ่านหนังสือหรือฟัง "ผู้รู้" บรรยาย การกระทำเช่นนั้นจะไม่มีทางช่วยให้รู้จักการจัดการความรู้ได้เลย
การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) คืออะไร
การจัดการความรู้หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กร ไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยมีแรงจูงใจแท้ต่อการดำเนินการจัดการ ความรู้ คือ เป้าหมายของงาน เป้าหมายการพัฒนาคน และเป้าหมายการพัฒนาองค์กร ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในระดับที่เป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการจัดการความรู้
ในสังคมไทยมีการใช้การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) ในรูปแบบที่หลากหลายแต่หลัก ๆ แล้วมี 3 รูปแบบใหญ่ ด้วยกันคือ
- 1.KM เชิงองค์กร ซึ่งเน้น วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ พันธกิจ ขององค์กรเป็นหลัก เช่น KM แบบสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) และสถาบันเพื่อผลผลิตแห่งชาติ เป็นต้น
- 2.KM เชิงกลุ่ม/เครือข่าย ที่เน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ฝังลึกทำให้เกิดเป็นชุมชนย่อย ๆ ที่เกิดจากคนที่มีความสนใจเรื่องเดียวกันเป็น KM ที่สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม
- 3.KM เชิงปัจเจก เป็น KM ที่เริ่มจากความสนใจในระดับบุคคล เน้นการพัฒนาตนเองเป็นสำคัญ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกภายในใจเป็นที่ตั้ง
หากพิจารณาให้ดีแล้ว KM ใน 3 รูปแบบใหญ่ ๆ ที่กล่าวมานั้นมีความสัมพันธ์โยงใยซึ่งกันและกันเพราะความสนใจในระดับปัจเจกหลาย ๆ คนมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจะเกิดเป็น กลุ่ม/เครือข่ายย่อย ๆ เหล่านี้มารวมตัวกัน จะเกิดเป็น KM เชิงองค์กรที่มีประสิทธิผลในที่สุด
ความรู้คืออะไร
คำว่า "ความรู้" ในความหมายที่ใช้ในศาสตร์ด้านการจัดการความรู้ มีความหมายหลายนัย และหลายมิติ ดังนี้
- ความรู้ คือ สิ่งที่เมื่อนำไปใช้ จะไม่หมดหรือสึกหรอ แต่จะยิ่งงอกเงยหรืองอกงามขึ้น
- ความรู้ คือ สารสนเทศที่นำไปสู่การปฏิบัติ
- ความรู้เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
- ความรู้เกิดขึ้น ณ จุดที่ต้องการใช้ความรู้นั้น
- ความรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับบริบทและกระตุ้นให้เกิดขึ้นโดยความต้องการ
จากที่ให้ความหมายของ "ความรู้" ดังกล่าวข้างต้น โดยแบ่งระดับความรู้ออกเป็น 4 ระดับ คือ
- 1.Know-what เป็นความรู้เชิงทฤษฎีล้วน ๆ เปรียบเสมือนความรู้ของผู้จบปริญญาตรีมาหมาด ๆ เมื่อนำความรู้เหล่านี้ไปใช้งาน ก็จะได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง
- 2.Know-how เป็นความรู้ที่มีทั้งเชิงทฤษฎี และเชิงบริบท เปรียบเสมือนความรู้ของผู้จบปริญญาและมีประสบการณ์การทำงานระยะหนึ่ง เช่น 2-3 ปี ก็จะมีความรู้ในลักษณะที่รู้จักปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือบริบท
- 3.Know-why เป็นความรู้ในระดับที่อธิบายเหตุผลได้ ว่าทำไมความรู้นั้น ๆ จึงใช้ได้ผลในบริบทหนึ่ง แต่ใช้ไม่ได้ผลในอีกบริบทหนึ่ง
- 4.Care-why เป็นความรู้ในระดับคุณค่า ความเชื่อซึ่งจะเป็นแรงขับดันมาจากภายในจิตใจ ให้ต้องการกระทำสิ่งนั้น ๆ เมื่อเผชิญสถานการณ์
ประเภทของความรู้
ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือ วิชาการอยู่ในตำรา คู่มือปฏิบัติงาน
ความรู้ซ่อนเร้น/ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน เป็น ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เป็นภูมิปัญญา
หลักการของการจัดการความรู้ มี 4 ประการ ดังนี้
- 1.ให้คนหลากหลายทักษะ หลากหลายวิธีคิด ทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ การจัดการความรู้ที่
มีพลังต้องทำโดยคนที่มีพื้นฐานแตกต่างกันมีความเชื่อและวิธีคิดแตกต่างกัน
- 2.ร่วมกันพัฒนาวิธีการทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อบรรลุประสิทธิภาพที่กำหนดไว้ หรือฝันว่า
จะได้ในการจัดการสมัยใหม่
- 3.ทดลองการเรียนรู้
- 4.เข้าใจความรู้จากภายนอกอย่างเหมาะสม
อ้างอิงจาก เอกสารบทที่ 2 เรื่อง การจัดการความรู็ ทฤษฎีการจัดการความรู้ รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการจัดการความรู้