ที่สำคัญ คือ มีเรื่องราวของ "วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน" อยู่ด้วย
|
บันทึกนี้ ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ แต่ผมต้องการใช้บันทึกนี้เป็น "เครื่องมือ-tool" ประกอบในการเรียนการสอน แบบบูรณาการของบีแมนนั่นเอง..
ที่มา ของ" ชื่อ" นสพ.= หนังสือพิมพ์ M2F นั้น มาจาก
- M ย่อมาจาก Monday
- ส่วน 2 นั้น เลียนเสียงมาจากคำว่า two อ่านว่า "ทวู" แต่ต้องการให้ออกเสียงเหมือน to ซึ่งอ่านว่า "ทู"
- F ย่อมาจาก Friday
สุรุปว่า ชื่อ หนังสือพิมพ์ M2F นั้น มีความหมายว่า พิมพ์ออกให้อ่านใน "วันทำงาน" วันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่่านั้น
ต่อไป เป็น ข้อดี (ข้อเสียก็คงมี แต่ไม่วิเคราะห์) ของหนังสือพิมพ์ M2F ซึ่งผมจะเขียนออกมาให้ได้อ่านกัน ๑๐ ข้อ
- มีแนวคิดทางการตลาดแนวใหม่ <1> ที่แจกให้อ่านฟรี-เป็นหนังสือพิมพ์ในเครือ Bangkok Post และ Post today เกิดขึ้นเมื่อ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำไปแจกฟรี ในย่านธุรกิจการค้า และสถานที่มีผู้คนผ่านไป-มามาก จำได้ว่า ผมได้หนังสือพิมพ์นี้ครั้งแรกบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ในช่วงแรกๆ ของการแจกที่กทม. ต่อมาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้นำมาแจกที่หัวเมืองใหญ่ๆ ๑๖ จังหวัด..จนมาแจกถึงมน. (มอนอ=มหาวิทยาลัยนเรศวร) เมื่อประมาณวันที่ ๒๓-๒๔
-
มีกลยุทธ์ทางการตลาดแนวใหม่ <2> พิมพ์ 4 สีทุกหน้า-เป็นหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์ 4 สี ทุกหน้า เข้ากับ Trend ของคนยุคใหม่ Style Modern
- มีกลยุทธ์ทางการตลาดแนวใหม่ <3> แจกแบบ delivery แบบรุกเข้าห้าเป้าหมาย คือ แจกถึงมือลูกค้าในวัยทำงาน..มีคำกล่าวว่า "สินค้า หาก มีความแปลกใหม่และแตกต่าง New and Make the difference" (รวมทั้งทำก่อนด้วย) แล้วละก็ โอกาสที่สินค้านั้นจะประสบความสำเร็จทางการตลาดนั้นมีสูงเลยทีเดียว...
- มีกลยุทธ์ทางการตลาดแนวใหม่ <4> อยู่ได้ด้วยโฆษณา เป็นเพราะแจกให้ลูกค้าในวันทำงาน หรือ วัยเรียน (วัยรุ่นที่มีอำนาจต่อรองสูง) โดยมียอดพิมพ์ปัจจุบันสูงถึง ๖๐๐,๐๐๐ ฉบับ ทำให้มีบริษัทห้างร้านมาติดต่อโฆษณาสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งเพียงพอที่จะมีทำกำไร และดำรงอยู่ได้นานหลายๆ ปี (ยอดแจกที่จังหวัดพิษณุโลก อยู่ที่ประมาณวันละกว่า ๑๐,๐๐๐ ฉบับ เฉพาะที่ตึก QS วันละ ๒๔,๐๐๐ ฉบับ)
- ข่าวมีความสดใหม่-พิมพ์วันต่อวัน ที่พิษณูโลกนั้นส่งมาทางเครื่องบินตั้งแต่เที่ยวเช้า มีพนักงานไปรับมา และส่งต่อให้พนักงานแจก ซึ่งที่ QS แจก 2 คน ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า ถึง เกือบบ่ายโมง (ทำงานครึ่งวัน ได้ค่าจ้างวันละ ๒๕๐ บาท)
- เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ค่อยมีเวลาได้อ่านข่าว และไม่มีเวลาดูข่าวทางทีวี จะได้ update ข่าวได้ไม่ตก Trend
- เนื้อหาข่่าว กะทัดรัดไม่เยิ่นเย้อ ตรงจุด ตรงประเด็นดี ซึ่งเป็นเหมือนการสรุปข่าวให้อ่าน จึงเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกที่บีแมนอ่านได้จนจบเล่ม ภายใน ๑ ชั่วโมง
- มีข่าวสารครบทุกเนื้อหา ครบทุกรสชาติ มีการเลือกสรรข่าว ย่อยข่าว และวิเคราะห์ข่าว ก่อนมานำเสนอ มีข่าวที่ดี โดยเฉพาะข่าวคนดีในสังคม (แท๊กซี่เก็บเงินได้และส่งคืนเจ้าของ)
- มี column ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และ เมนูอาหาร ซึ่งมีเรื่องราวของการวิเคราะห์เจาะลึก มาให้ได้อ่านกัน
- ที่สำคัญ คือ มีเรื่องราวของ "วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน" อยู่ด้วย ซึ่งข้อนี้ เป็นข้อที่บีแมนจะนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุด..

ที่ กทม เขาแจก แถวรถไฟฟ้าบนดินครับ ได้บ้างไม่ได้บ้างครับ
ผมสงสัยว่ากลุ่มเป้าหมายของเขานั้นน่าจะพ้นยุค analog ไปแล้ว ถ้าเขาทำเป็น app สำหรับ smartphone จะใช้ต้นทุนน้อยกว่าแล้วได้ผลใกล้เคียงกันหรือมากกว่าหรือเปล่าครับ น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นการตัดสินใจทำที่ย้อนยุคในเชิงเทคโนโลยีมากเลยครับ