เช้านี้ตื่นขึ้นมาตีสาม นึกเนื้อหาของเพลงวรรคแรกได้ ก็เลยมานั่งแต่งเก็บไว้เป็นที่ระลึกในบันทึกนี้ เพลงนี้ ถ้าไม่ชื่อว่า "นี่มันอะไร" ก็ชื่อว่า "อย่าได้กังวล" หรือไม่ก็ชื่อว่า "นี่แหละชีวิต" เนื้อเพลง จินตนาการมาจาก ชีวิตหนุ่มสาว แรกรุ่นรักกันชอบกัน อะไรๆ ก็ดี แต่เมื่อแต่งงานมีครอบครัวกัน บางครอบครัวปล่อยให้ฝ่ายหญิงอยู่เดียวเปลี่ยวกายแต่ฝ่ายเดียว ซึ่งอาจจะเกิดจากลักษณะของฝ่ายหญิงจะเป็นแบบ "ให้ความสำคัญกับชีวิตครอบครัวมากกว่า" ส่วนฝ่ายชายบางคนอาจจะบ้างาน แต่เพลงมักจะมองว่า ฝ่ายชายมักหลงเพลินไปตามอารมณ์ที่ชอบ เช่น มีผู้หญิงอื่น เป็นต้น เพลงนี้อยากแสดงให้เห็นว่า ฝ่ายหญิงสามารถที่ยืนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายชาย ขณะเดียวกัน การที่ฝ่ายชายไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตนนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า ตนจะต้องโกรธเคืองอะไร หากแต่มีลักษณะความพอจะเข้าใจ เพราะอย่างไรเสีย ฝ่ายหญิงก็มีลูกน้อยเป็นหลักหัวใจอยู่แล้ว อันนี้เป็นเนื้อหาที่อยากแสดงออกไปอันเป็นเสียงจากฝ่ายหญิง แต่คงจะแต่งได้ไม่กินใจนัก เนื้อเพลงมีดังนี้
นี่มันอะไร ทำไมถึงใจร้ายนัก
ก่อนแต่งเธอพร่ำคำรัก มากมายวันละหลายหน
อะไรอะไรก็ดี ชมโน้นชมนี้เสียจน
ฉันเขินฉันอายสับสน สัปดนผู้ชายอะไร
ความรักที่ให้ มากมายกับฉันก่อนแต่ง
จริงใจไม่ใช่แสดง หรือแกล้งชื่นชมกันไป
เธอบอก..ตาฉันคมวาว ใบหน้านวลขาวสวยใส
ทรวดทรงองค์เอวอกไหล่ ผึ่งผายน่าเห็นน่ามอง
*ผ่านมาวันนี้ ไม่มีแล้วหรือคำรัก
ปล่อยฉันอยู่เดียวเปลี่ยวหนัก เลี้ยงลูกพยานรักเราสอง
นี่แหละหนาชีวิต ลิขิตความจริงดังก้อง
เกิดดับกันตามทำนอง ความรักก็อนิจจัง
ความรักที่ให้ ไม่เป็นไรถ้ามันสิ้นแล้ว
ยืนยันความจริงแน่แน่ว ไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้ง
ลูกฉันเลือดฉันยังมี ชีวิตวิญญาณก็ยัง
ยืนเดินกินนอนหรือนั่ง
ยังสบายอย่าได้กังวลฯ
15-11-2557....04.17
