ค.ว.ย. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

ปัจจุบันการศึกษาไทยเน้นการสอนแบบท่องจำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควร การศึกษาทุกระดับชั้นจะต้องสอนให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์เอง โดยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงมากที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์หาคำตอบด้วยตนเอง ไม่ใช่สอนจากตำราวิชาการเพียงอย่างเดียว หากผู้สอนข้าใจหลักการนี้ จะสามารถประยุกตืแนวทางการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความอยากเรียน และเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตในที่สุด การศึกษาไทยจึงจะสสามารถพัฒนาได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแนวทางของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ตามกระบวนทัศน์หรือพันธกิจด้านงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงหรือชี้นำสังคม

ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์

อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

อาจารย์ชี้ให้เห็นคำสำคัญของการศึกษาและแนวทางการเรียนเพื่อรู้ในศตวรรษที่ 21 ได้หลายมุม กระบวนการคิดวิเคราะห์เอง สัมผัสและเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลา งานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลง การชี้นำสังคม

ทักษะเรื่องหนึ่งที่สำคัญของคนรุ่นใหม่ (คนรุ่นปัจจุบันนี่แหละทั้งเด็กและผู้ใหญ่) คือ การ ค. ว. ย. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ผมอยู่ในฐานะที่ต้องคลุกคลีกับบุคคลหลายกลุ่ม โดยเฉพาะนักศึกษา เราจะเห็นว่าคนรุ่นใหม่เก่งเรื่อง "คิด" กันมากขึ้น คิดได้มากกว่าในอดีต เมื่อคิดจึงพูดหรือแสดงออกมาเป็นคำเป็นประโยคในโซเชียลมีเดีย แต่หลายต่อหลายครั้งคนยุคนี้ขาดทักษะเรื่องการ "วิเคราะห์" อยู่มาก เช่น ไม่มีการหาข้อมูลอ้างอิงมาเพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริง อันไหนถูกใจก็บอกชอบและแชร์ และขาดทักษะการ "แยกแยะ" ความดีชั่วถูกผิด เราเห็นการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพการเกลื่อนกลาด กลายเป็นวาทะกรรมยอดฮิต พอๆกับวาทะกรรมเรื่องทุจริตคอรัปชั่นที่ใช้เล่นงานหรือใช้ดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายที่คิดต่าง การเรียกร้องสิทธิจนบางครั้งไปกระทบสิทธิคนอื่น หรือเรียกร้องสิทธิจนลืมพื้นฐานของความเสมอภาคเท่าเทียม บางครั้งไปประนามว่าเขาเป็นคนชั่วเป็นคนเลว ทั้งๆที่ในหลักกฎหมายเขาเป็นเพียงผู้ต้องหาหรือต้องสงสัย ยังไม่มีการตัดสินชี้ขาดว่าเขาผิดหรือเขาเลว ทั้งๆที่บางครั้งกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น หนังยังดำเนินเรื่องไม่จบ เอาเรื่องความรู้สึกไปผนวกกับศีลธรรมจนลืมกติกาหรือบรรทัดฐานของสังคม ว่าปะละวัยรุ่น???? อาจจะบอกว่าเป็นเรื่องหนักไปสำหรับบันทึกเรื่องนี้ ก็คงจะต้องมีบ้างที่อย่างน้อยๆเพื่อเป็นการ "ชี้นำสังคม" ให้ได้ตระหนักกันบ้าง คนเขียนเองก็มิใช่เป็นคนดีที่ต้องเทิดทูน แต่เมื่อมีโอกาส บางครั้งเราก็ต้องกระตุ้นเตือนกันและกันบ้างในบางเวลาเพื่อให้เกิด "กระบวนการคิด" โดยการยกตัวอย่างแล้วหันกลับไปมองเหตุการณ์หลายๆเรื่องที่อาจจะเคยเกิดขึ้นหรือประสบพบเจอเองในชีวิต แล้ววิเคราะห์หรือแยกแยะเพื่อตัดสินใจ "ทำ" หรือ "ไม่ทำ" และจะได้รู้ว่าอะไรคือ "ถูก" หรือ "ผิด" "ดี" หรือ "ชั่ว"

สุดท้ายมาพูดถึง "การพัฒนาต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก" เมื่อก่อนเราจะเห็นวลีเด็ดที่ว่า "ยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลง" แต่วันนี้คงต้องเปลี่ยนมาใช้คำว่า "การพัฒนาต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก" เพราะหากยอมรับอย่างเดียวแต่อาจไม่ยอมพัฒนาตนเอง เพราะการเปลี่ยนแปลงมีอยู่ตลอดเวลา ผมอยากให้ท่านลองสังเกตการทำการตลาดของ Faecbook อยู่เรื่องหนึ่งคือ ตั้งแต่เราๆท่านๆได้สมัครเข้าใช้บริการ Facebook ท่านๆเราๆจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโซเชียลมีเดียตัวนี้อยู่ตลอดเวลา บางอย่างเขาทำแบบโจ่งแจ้งโจ๋งครึ่มจนคนใช้แทบตามไม่ทัน บางอย่างบางเครื่องมือเขาแอบทำแบบเงียบๆจนบางครั้งผู้ใช้ไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำไป หลายคนก็พยายามเรียนรู้และปรับตัว และยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น บางครั้งก็บ่นก่นด่าว่า "ทำไมต้องบังคับ ไม่อยากใช้แบบนั้นสักหน่อย" จนลืมไปว่าเราไปใช้บริการ "ฟรี" แต่จริงๆผมก็อยากบอกทุกๆท่าน (หากมีโอกาสในฐานะคนเรียนเศรษฐศาสตร์และการตลาด) ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" เพราะท่านได้สูญเสียบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว ฮ่าๆ ลองเข้าไปดูไหมครับว่าวันนี้ Facebook เปลี่ยนแปลงอะไรไปอีกแล้วบ้าง

ค.ว.ย. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ จึงสำคัญมากครับในยุคดิจิตอลสำหรับคนในศตวรรษที่ 21

ณ มอดินแดง

18 สิงหาคม 2557

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกเรื่องราวไร้สาระ(Open Diary)



ความเห็น (0)