ความคาดหวังในการอบรมครั้งนี้คือ หวังว่าจะได้เรียนรู้แนวคิด ทฤษฎีของการสอนให้ผู้เรียนได้พัฒนาด้านการคิด ทั้งการคิดสร้างสรรค์ การคิดมีวิจารณญาณ และการคิดวิเคราะห์ นอกจากนั้นยังคาดหวังว่าจะได้เรียนรู้กิจกรรมที่สอนให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดอีกด้วย
ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม เรื่องการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนโดย รศ.ดร. ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ
ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นในวงการการศึกษาของประเทศไทยคือ นักเรียนสอบ O-NET และ NT ไม่ผ่าน ซึ่งสาเหตุของปัญหานั้นมีมากมาย เช่น ครูสอนไม่ดี ครูสอนไม่ตรงตัวชี้วัด ครูมีหน้าที่รับผิดชอบเยอะ (อบรม ทำเอกสารต่างๆ ทำอาหารกลางวัน) ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานั้นส่งผลให้ครูไม่ได้สอนนักเรียนอย่างเต็มที่ จึงทำให้ผลการสอบ O –NET และ NT ของนักเรียนไม่ผ่าน หรือต่ำนั่นเอง สิ่งที่จะทำได้ในตอนนี้คือ ครูต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษา สาระ และตัวชี้วัด อย่างละเอียด เพราะถ้าครูสอนได้ตรงสาระและตัวชี้วัด จะทำให้ผลการสอบของนักเรียนสูงขึ้น และครูควรจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้คล้องกับหลักสูตรด้วย ครูควรคำนึงถึง หลักการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตราที่ 22 ได้แก่
1.ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
2.ถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
3.ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ
ซึ่งหลักการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมีดังนี้
1.จัดการเรียนการสอนตามความสนใจของผู้เรียน
2.จัดการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม
3.ใช้เทคนิควิธีการในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย
การจัดการเรียนการสอนตามความสนใจของผู้เรียนนั้นจะต้องเริ่มที่ การวิเคราะห์ผู้เรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำคัญและครูควรที่จะวิเคราะห์ผู้เรียนก่อนจัดการเรียนการสอน การวิเคราะห์ผู้เรียนนี้อาจจะทำได้โดยวิธีการทดสอบสมองของผู้เรียนว่าผู้เรียนเป็นผู้ที่ถนัดสมองซีกซ้ายหรือซีกขวา ซีกซ้ายคือผู้เรียนที่มีลักษณะทำงานเป็นระเบียบ ชอบทำงานคนเดียว จำเรื่องราวต่างๆได้ดี พูดเป็นเรื่องเป็นราว จำชื่อคนได้ดี จัดวางสมุดหนังสือเป็นระเบียบ นั่งฟัง ตั้งใจเรียน มักจะเก่งเลข วิทยาศาสตร์ ภาษา และชอบคิดซับซ้อน ส่วนซีกขวา ผู้เรียนจะมีลักษณะ ชอบวาดรูป สื่อสารด้วยสีหน้า ท่าทาง จดจำสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ได้ดี ชอบเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โต๊ะรกรุงรัง มักพูดนอกเรื่อง จะเก่งด้าน กีฬา ศิลปะ และดนตรี วิเคราะห์ผู้เรียนทำให้ครูผู้สอนเห็นถึงความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งจะทำให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตรงตามความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน
การจัดการเรียนการสอนที่ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม คือให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ ทดลอง ด้วยตนเอง ครูเป็นเพียงโค้ช ที่คอยชี้แนะแนวทางเท่านั้น
การใช้เทคนิควิธีการในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้เทคนิคการสอนหลายๆอย่างที่สอดคล้องกับลักษณะของผู้เรียน ไม่ควรใช้กิจกรรมที่ซ้ำซาก เพราะจะทำให้ผู้เรียนเบื่อหน่าย และจะเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งครูควรจะเลือกใช้เทคนิคการสอนที่สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียน ซึ่งเทคนิคการสอนแบบ 4MAT เป็นเทคนิคที่ตอบสนองกับความแตกต่างของผู้เรียนได้ดี นอกจากนั้นยังเป็นเทคนิคที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอีกด้วย
การสอนแบบ
4MAT
|
|
|
|
|
|
<p class="MsoNormal" style="line-height:normal">
</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height:normal">
</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height:normal">
</p>
<p class="MsoNormal" style="line-height:normal">
</p>
<p class="MsoNormal">
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
ขั้นตอนการทำงานกลุ่มแบบร่วมมือ (Cooperation) มีดังนี้
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
1) แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-6 คน แต่ละกลุ่มจะมีนักเรียน เก่ง กลาง อ่อนคละกัน
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
2) กำหนดหมายเลขให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
3)
ครูมอบหมายงานให้นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มไปศึกษาเนื้อหาที่แตกต่างกัน
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
4) เมื่อสมาชิกแต่ละคนศึกษาเนื้อหาเสร็จแล้ว
ให้แต่ละคนอธิบายเรื่องที่ตนศึกษามาให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มฟัง
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
5) เมื่อสมาชิกทุกคนอธิบายให้เพื่อนฟังครบ ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบความรู้พร้อมกัน
และให้นักเรียนสลับกันตรวจ
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
6)
ให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนเอาคะแนนที่ตนทำได้มารวมกันแล้วหารด้วยจำนวนสมาชิกในกลุ่ม
และจะได้คะแนนกลุ่ม
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนการสอนโดยวิธีต่างๆ
ต้องมีการสอดแทรกกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนได้คิดด้วย เพื่อจะทำให้นักเรียนมีการคิดวิเคราะห์
การคิดสร้างสรรค์ และการคิดอย่างวิจารณญาณ
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
เมื่อได้เรียนรู้ในครั้งนี้แล้วสิ่งที่ได้คิดต่อไปคือ
จะนำความรู้เรื่องนี้ไปปรับใช้กับนักเรียนประถมอย่างไร
และจะนำความรู้และเทคนิคการสอนนี้ไปปรับใช้กับวิชาใดได้บ้าง ถ้านำเทคนิคไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาจะได้ผลหรือไม่อย่างไร
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
การนำไปประยุกต์ใช้
สิ่งแรกคือจะไปทดสอบผู้เรียน และแยกประเภทของผู้เรียนโดยจะให้นักเรียนมองวงกลม
หนึ่งวงบนกระดาน ผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างมือที่ประสานกัน แล้วแยกนักเรียนเป็น
2 กลุ่ม กลุ่มที่มีความถนัดสมองซีกซ้าย และกลุ่มที่มีความถนัดสมองซีกขวา
จากนั้นจะพยามยามจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมนักเรียนที่มีความแตกต่างกันโดยจะนำการสอนแบบ
4 MAT ไปใช้ในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Family ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ขั้น Why
ครูจะนำรูปครอบครัว 2-3 ครอบครัว ที่มีสมาชิกในครอบครัวไม่เท่ากัน
มีทั้งครอบครัวขนาดใหญ่และครอบครัวขนาดเล็กมาให้นักเรียนดูและให้นักเรียนสังเกตสิ่งที่แตกต่าง
นักเรียนก็จะเกิดคำถามว่าทำไมสมาชิกของครอบครัวไม่เท่ากัน ขั้น
What ครูจะอธิบายและให้คำศัพท์เกี่ยวกับ Family ขั้น How
ครูให้นักเรียนแสดงบทบาทสมมุติ เป็นสมาชิกในครอบครัว ขั้น If
ขั้นนี้ นักเรียนจะคิดค้นเกี่ยวสมาชิกในครอบครัว
แล้วนำเสนอผลงานของตนเองให้เพื่อนในห้องฟัง ต่อไป
</p>
<p class="MsoNormal" style="margin-bottom:0cm;margin-bottom:.0001pt;line-height: normal">
</p>