ข้อความของคุณแม่

S N I T C H
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

มีหลายคนบอกว่า ระหว่างแม่กับลูกมีสายสัมพันธ์พิเศษ พวกเขาสามารถจะสื่อสารกันได้ง่ายๆ แม้แต่ผ่านการคิด การรู้สึกก็สามารถเข้าใจกันได้ โดยบางครั้งเพียงแค่มองตา ก็สัมผัสได้ รับรู้ได้ถึงข้อความบางอย่างที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการสื่อออกมา

เกริ่นนำมาขนาดนี้เรื่องราวในวันนี้ต้องเกี่ยวกับคุณแม่คุณลูกแน่นอนเลยใช่ไหมคะ ถูกต้อง!! เป็นเรื่องราวของคุณแม่ที่น่ารักมากๆคนนึง ซึ่งเบลขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนให้ทุกท่านทราบกัน ซึ่งเรื่องนี้เองอาจจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ทำให้คุณแม่หลายๆท่านย้อนกลับไปมองว่าตอนนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ก็ได้นะคะ


เรื่องมีอยู่ว่า มีคุณแม่ท่านหนึงพาลูกสาวซึ่งมีอาการออทิสติกมาฝึกที่คลินิกกิจกรรมบำบัดที่ม.มหิดลอยู่เป็นประจำ แต่ช่วงนี้คุณแม่เกิดมีความกังวล ความไม่สบายใจขึ้นมามากเป็นพิเศษ ทำให้คุณแม่เครียดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจารย์ท่านหนึ่งจึงเลยมอบหมายให้เบล นักศึกษากิจกรรมบำบัดฝึกงานตัวน้อยลองเข้าไปช่วยเหลือคุณแม่ดู

เบลได้พูดคุยกับคุณแม่ถึงเรื่องราวต่างๆที่ไม่สบายใจ ที่กังวลอยู่ เลยได้รับรู้อะไรบ้างอย่าง เป็นข้อความจากคุณแม่ที่สื่อผ่านไปถึงลูกสาวได้โดยตรง ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าอาการของน้องก่อนนะคะ คือ น้องจะพูดไม่ชัด สื่อสารได้ลำบาก ยากที่จะตัดสินใจ เรียนรู้ช้า การจัดระบบความคิดความเข้าใจได้ไม่ดี และใช้มือทำงานละเอียดได้ค่อนข้างลำบาก อาการคร่าวๆก็ประมานนี้คะ

แล้วมันเกี่ยวกับคุณแม่ยังไง? ใช่ไหมคะ! เบลทราบมาว่าตอนท้องคุณแม่ค่อนข้างกังวลมาก เรื่องคุณยายของน้องที่ป่วยและคิดมากเรื่องจะมีน้องตอนนั้นดีไหมอีก เครียดง่าย คิดมาก อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่น้องไม่ค่อยพูดก็เป็นได้ ประกอบกับเป็นคนที่ขี้เกรงใจคนมากๆอะไรยอมได้ก็จะยอมจนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าคลินิกกิจกรรมบำบัดที่มหาวิทยาลัยมหิดลตอนนี้มี 2 ที่คะ คือเชิงสะพานปิ่นเกล้าและที่ม.มหิดล ศาลายา ที่นี้มีคุณแม่อีกท่านหนึ่งอยากได้คิวรักษา 2 คิวต่อกัน ที่คลินิกปิ่นเกล้า แต่ว่าคุณแม่น้องไม่แน่ใจว่าต้องพาน้องไปที่ศาลายา หรือปิ่นเกล้า เนื่องจากบ้างครั้งจะมีการนัดคนละที่บ้าง จึงมีการโทรติดต่อกัน คุณแม่น้องก็เกรงใจมาก ถูกถามแกมบังคับให้รีบติดต่อกับอาจารย์เดี๋ยวนี้(อารมณ์ว่าควบคุมคุณแม่น้องได้) ทั้งๆที่ให้อีกฝ่ายติดต่อก็ได้ แต่หากต้องไปปิ่นเกล้าคุณแม่น้องก็มีสิทธิ์ เพราะน้องจองคิวไว้แล้ว แต่ด้วยความใจดีมากของคุณแม่น้อง จึงติดต่อให้ด้วยความกังวลและร้อนใจมากบวกกับความคิดว่าถ้าเขาได้อย่างที่เขาต้องการ เขาคงสบายใจ เรายอมได้ก็ยอม ซึ่งเป็นความคิดที่ดีนะคะ แต่มันมากเกินไป เพราะมันทำให้ผิดใจกับคุณพ่อน้อง เกือบทำให้น้องเสียประโยชน์ และทำให้คุณแม่ไม่มั่นใจในตนเอง หรือเคยถูกขอให้เลื่อนเวลาให้เร็วขึ้น แต่เนื่องจากเดินทางมาบำบัดรักษาต้องมีการเผื่อเวลาเดินทาง ต้องเตรียมตัว การยอมทำตามจึงทำให้คุณแม่ต้องปรับตารางเวลาใหม่ซึ่งคุณพ่อไม่สะดวก ทำให้เกิดปัญหาเรื่องเวลาตามมาเพราะน้องมาสายไปเกือบครึ่งชั่วโมงจึงได้รับรักษาไม่เต็มที่นักเป็นสิ่งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น

คุณแม่ทราบดีว่ายอมเปลี่ยนเวลาไม่ได้ แต่ก็ยังพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เผื่อเอื้อประโยชน์ให้อีกฝ่าย ด้วยความคิดที่ว่าเพราะเราไม่ยอมเขาเลยลำบาก ปัญหาคือเมื่อต้องรักษาสิทธิ คุณแม่กลับยิ่งรู้สึกผิด เราต้องคุยกันหน่อยแล้ว

วันนั้นเบลใช้ Assertive Technique สร้างความมั่นใจโดยการกลับไปลองแก้เหตุการณ์นั้น ให้มั่นใจยิ่งขึ้น ไม่กังวล ไม่เครียดในการรักษาสิทธิที่ตนเองควรได้ กล้าที่จะปฏิเสธ กล้าที่จะพูดเหตุผล ซึ่งลองกันอยู่หลายรอบ คุณแม่เริ่มเครียด เบลเลยพักมา Relaxation ผ่อนคลายกับ Breathing exercise หายใจเข้าลึกๆ ออกยาวๆกันหน่อยพอสบายขึ้นก็ลองกันอีกครั้ง คุณแม่เริ่มมั่นใจขึ้น ถ้าเปลี่ยนสถานการณ์ละคะ มาลองเลย ดีขึ้นนะคะ ดีใจจัง ตอนนี้คุณแม่กล้าตัดสินใจ กล้าให้เหตุผลบ้าง เบลเลยให้การบ้านกลับไปผ่อนคลาย ไม่ให้ตนเองคิดมากซ้ำๆๆที่บ้านเนื่องจากพอคุณแม่กังวลก็จะคิดย้ำๆๆๆว่าจะทำยังไง แบบไหน เขาจะสบายใจไหม คิดไปไกลมากๆ ให้คุณแม่ลองหยุด อยู่กับตนเอง หากิจกรรมที่ทำแล้ววบายใจทำ ในที่นี้คุณแม่ชอบทำงานบ้าน ก็ใจจดจ่อกับงานบ้านไม่ต้องกลับไปคิดแล้วนะคะ ตัดสินใจให้จบแล้วก็ใช้ชีวิตต่อ อย่าผูกมันไว้กับความคิดเราเลยเหนื่อยจะตายไปเนอะ

จบแล้ว ยาวที่สุกตั้งแต่เบลพิมมาเลยมั้งเนี่ย หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ ความกังวลมันส่งต่อกันได้น้า~ ใช้ชีวิตสบายๆ ปล่อยให้มันเป็นไปบ้าง เบลเชื่อว่าสุดท้ายทุกอย่างย่อมมีทางออกที่ดีเสมอคะ ^ ^

#สู้ๆนะคะ

ll>> SNITCH *^ ^*

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Year's 4 Challenge Life ^ ^-



ความเห็น (0)