สวัสดีค่ะ ดิฉัน นางสาวพรประพิมพ์ โปธา นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่4
วันนี้จะมาเล่าเรื่องงงานอาสาสมัครที่ที่ 2 หลังจากที่พวกเราได้ไปอาสาสมัครที่
“สมาคมคนสายตาเลือนราง” (Low Vision Association)
กันมาแล้ว อีกที่หนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้ไปนั่นก็คือ มูลนิธิออทิสติกไทย

ที่ที่2นี้เรายังไม่ได้ทำอะไรมากค่ะ เพราะยังได้มีโอกาสลงพื้นที่แค่ครั้งเดียว
ครั้งนั้นได้ไปแค่เก็บข้อมูล สำรวจความต้องการ พูดคุยแลกเปลี่ยนกับครูการศึกษาพิเศษ และเข้าชมการเรียนการสอนเล็กน้อย
และได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิออทีสติกไทย..ได้ความว่า
“มูลนิธิออทิสติกไทยเป็น องค์กรสาธารณประโยชน์ ได้รับการรับรองมาตรฐานองค์กรด้านคนพิการ ระดับดีมาก จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์เป็นองค์กรนิติบุคคลเอกชน ที่ดำเนินงานด้านส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน บุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการหรือการเรียนรู้ คนพิการและผู้ด้อยโอกาสในสังคม
โดยทางมูลนิธิเขามีความเชื่อว่า บุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการหรือการเรียนรู้หรือคนพิการ ทุกคนมีศักยภาพมีความสามารถ ขอเพียงโอกาส ความเข้าใจ วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนร่วมกับพลังแห่งรัก พลังแห่งศรัทธา ความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคคล จากพ่อแม่ผู้ปกครอง บุคลากร และทุกภาคส่วนในสังคมได้ช่วยกัน ร่วมแรงกาย ทุ่มแรงใจ อย่างต่อเนื่อง ย่อมสนับสนุนให้บุคคลในกลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินชีวิตอิสระในสังคมได้อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และพัฒนาศักยภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัด”
หลังจากที่ได้ลงไปเก็บข้อมูลในวันนั้น ดิฉันได้เห็นถึงความใส่ใจ ของบุคลากรที่อยากจะส่งเสริมพัฒนาเด็กออกทีสติก ให้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมให้ได้ ซึ่งเด็กออทีสติกในมูลนิธิ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเด็กเล็กจะอยู่ในโรงเรียนเรียนร่วม และเด็กโตจะอยู่และเรียนรู้ที่มูลนิธิ โดยเด็กโตจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
1.Severe คือกลุ่มที่ได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานมาค่อนข้างน้อย มีปัญหาพฤติกรรม โดยเฉพาะพฤติกรรมติดเพศ เนื่องจากเป็นช่วงวัยรุ่นถึงวัยรุ่นตอนปลาย
2.Moderate,Mild กลุ่มนี้จะค่อนข้างมีทักษะ ทางมูลนิธิจะมีกิจกรรมฝึกอาชีพเช่นงานเอกสาร ผู้ช่วยครู ให้พี่สอนน้อง และมีการเรียนการสอนในวิชาต่างๆเช่น ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยจะดูตามแต่ละบุคคลไป
อย่างไรก็ตาม เด็กในมูลนิธิยังมีจำนวนมาก ถ้าเทียบกับบุคลากรที่ดูแลเด็ก จึงยังมีอีกหลายจุดที่เราอาจจำเป็นต้องนำวิชาชีพทางกิจกรรมบำบัดเข้าไปช่วย ซึ่งในขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนการดำเนินงาน และอีกไม่นานเราจะมีการลงไป จัดกิจกรรมและแนะนำส่งเสริมเด็กออทีสติกในมูลนิธิออทีสติกไทยนี้
ไว้ถึงวันนั้นดิฉันจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกนะค่ะ ^^