ใช้ SCORE OT ประมวลเคสที่คิดว่ายากที่สุดหลังจากการลงฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก

BlosSom OuT
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เมื่อสองเดือนที่แล้วในคาบการเรียนการสอนวิชา กภกก424 ทักษะการให้เหตุผลทางคลินิกของกิจกรรมบำบัด อาจารย์ ดร.ป๊อบผู้สอนรายวิชานี้ได้บรรยายถึงนักกิจกรรมบำบัดจะใช้เหตุผลทางคลินิกอย่างไรให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ยังผลความก้าวหน้าต่อเนื่องในการบำบัดรักษาต่อผู้รับบริการ ผลที่ออกมาคือเหล่านักศึกษาได้ concept ถึงการเข้าถึงองค์รวมในการบำบัดรักษาในผู้รับบริการแต่ละรายด้วย “SCORE OT” วันนี้ข้าพเจ้าขอนำความรู้นี้มาใช้ในการมองเคสที่ข้าพเจ้าคิดว่าทำได้ไม่ประสบความสำเร็จใหม่ เคสที่ว่านั้นเป็นเคสเด็กที่ข้าพเจ้าได้รับตอนฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกช่วงปีสามเทอมสอง เป็นรายวิชาฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกตัวแรก เอาล่ะ

SCORE OT      START!


S: Scientific CR “น้อง พ. ไม่สามารถสื่อสารบอกความต้องการได้ ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการเรียนและการเล่น”

พิจารณาตาม ICF มองถึง Health Condition & Context Factor ที่ไปมีผลสุขภาพกาย การทำกิจกรรม และการเข้าร่วมกิจกรรมในสังคม  --> Cause&Effect [Impact on Occupation]

       

แผนผังก้างปลาเชิง Conditional ซึ่งบอกกล่าวถึงเงื่อนไขอะไรที่ทำให้ผู้รับบริการไม่ทำกิจกรรม สำหรับ Case เด็กหญิง อายุ 7 ปี Dx. Attention Deficit Disorder นี้ ยุบรวมสาเหตุที่เป็นไปได้ของการที่น้องมีทักษะการสื่อสารและการแสดงออกทางสังคมที่ต่ำให้เหลือ 4 สาเหตุหลัก คือ 

1) ความสามารถที่จำเป็นที่ไม่ได้รับการเติมเต็มทั้งก่อนการทำกิจกรรมและขณะทำกิจกรรมนั้น ๆ 

2) การเรียนรู้ รับรู้ สื่อสารในวัยเด็ก และการปฏิสัมพันธ์กับครบครัว ซึ่งมีสาเหตุย่อย ๆ รวมกันหลายอย่าง ได้แก่ เด็กยังไม่หยุดนิ่งมีสมาธิเมื่อต้องรับรู้ข้อมูลฟังคำสั่ง ธรรมชาติของเด็กสมาธิสั้นใช้การเรียนรู้จากการมองมากกว่าการฟัง และเมื่อเด็กไม่สบตา ไม่แสดงการตอบรับว่าเข้าใจ และไม่พูด ประกอบกับการที่ผู้ปกครองอาจไม่ได้คาดหวังต่อการสื่อสารแต่ละครั้งว่าเด็กจะเข้าใจดีแล้วหรือไม่ ทำให้การส่งเสริมให้น้องมีทักษะการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้อาจเนื่องจากการเลี้ยงดูในภูมิหลังที่อาจปล่อยให้อยู่กับสื่อทางเดียวมากเกินไปหรือการที่ทำกิจกรรมกับครอบครัวน้อยเกินไปก็มีส่วนเช่นเดียวกัน 

3) ความคิด ความเชื่อต่อตนเองและผู้อื่น คือน้องคิดว่าการสื่อสารที่ทำอยู่เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าใจและได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ รวมถึงการไม่ได้รับการส่งเสริมทักษะทางจิตสังคมที่ควรมีตามวัยอันเกี่ยวข้องกับอัตมโนทัศน์ อัตลักษณ์ และการควบคุมตนเอง 

4) บริบทที่โรงเรียนไม่เอื้ออำนวย ไม่ว่าเป็นบริบททางบุคคลคือครู เพื่อน บริบททางสิ่งแวดล้อมเช่นห้องเรียน โต๊ะเก้าอี้ การจัดที่นั่งให้เด็ก สนามเด็กเล่น ธรรมชาตินอกห้องเรียน

C: Conditional CR: “น้อง พ. มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมที่ชอบ แต่ไม่สนใจ (ไม่ริเริ่ม) ทำสิ่งอื่นใดที่ตนเองไม่เคยทำหรือคุ้นเคย ไม่มีแรงจูงใจที่จะสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ”

พิจารณาตาม MoHo  Personal Factor


O: Outcome: กระตุ้นให้น้อง พ. พยายามพูดสื่อสารเรียกชื่อ-บอกความต้องการ-ปฏิเสธสิ่งที่ไม่อยากทำเป็นคำพูด และ ส่งเสริม self-efficacy ในทำกิจกรรมการเรียนและการเล่นของน้องให้เพิ่งขึ้นภายใน 1 ปี

พิจารณาตาม OA&PEOP โดยตั้งเป้าประสงค์ให้ชัดเจน มี timing ระบุ --> ให้เกิด Well-being & Capacity


R: Resource: การใช้เทคนิค Guidance,Modeling และ Reframing ในการทำ CBT เพื่อลดข้อจำกัดในเด็กสมาธิสั้นส่งผลให้เด็กจัดการตนเอง ตระหนักถึงความจำเป็นของการสื่อสาร มีแรงจูงใจในการพยายามพูดบอกสิ่งที่ต้องการได้

Pragmatic CR เชื่อมกับ EBP (CRT/Systematic Review) --> Causal loop

                                                   

E: Effect: ขาดการส่งเสริม Social Skills ที่มีประสิทธิภาพพอ ต้องปรับวิธีการให้ น้อง พ. มีแรงจูงใจอยากสื่อสารด้วยตนเอง และให้ครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารของน้อง พ. โดยวิธีการจิตศึกษา ตั้งเป้าประสงค์ร่วมกันในการส่งเสริมทักษะการเข้าสังคมและการสื่อสารให้น้อง

Program Evaluation --> Sujective-Objective-Assessment-Plan&Program-Progression

     S: น้อง พ. ไม่แสดงความรู้สึก อารมณ์สีหน้าเรียบเฉย ตาลอย ไม่แสดงออกถึงเจตจำนงที่มีต่อกิจกรรมที่ผู้บำบัดให้ทำ

    O: น้อง พ. มีช่วงความสนใจในการทำแต่ละ task ของฐานกิจกรรมแค่ 1 task แล้วหันไปมองสิ่งแวดล้อม ช่วงความสนใจประมาณ 1-2 นาที

     A: น้อง พ. มีระดับความรู้ความเข้าใจอยู่ที่ระดับ 3 (Manipulative Action) สามารถทำกิจกรรมที่ใช้สหสัมพันธ์ของตากับมือได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร ต้องกระตุ้นให้ทำมากกว่า 3 ครั้ง ไม่ค่อยมองกิจกรรมตรงหน้า

     P: น้อง พ. พยายามออกเสียงนับเลขตามที่ผู้บำบัด Verbal guide ให้ขณะร้อยลูกปัดใส่เชือก และทำได้นานขึ้นจาก 1 เป็น 2 รอบ ติดตามผลใน 3 สัปดาห์

O: Occupational Domain: กิจกรรมที่เน้นฝึกน้อง พ. ให้มีทักษะทางสังคมคือ 1) กิจกรรมตอบรับพูด ‘เอา’ ‘ไม่’ ขณะทำกิจกรรมการเล่นที่ผู้บำบัดใช้ฝึก 2) กิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายเข้าจังหวะเพื่อเพิ่ม Arousal นำไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ต่อไป

T: Therapeutic Process

เน้นรายละเอียดที่เป็น Skills ได้แก่ Motor Skill, Process Skill, Social interaction Skill, Context

      

แผนผังก้างปลา Procedural สำหรับ Case เด็กหญิง อายุ 7 ปี Dx. Attention Deficit Disorder จัดความสามารถที่น้องมีเป็นด้านใหญ่ ๆ ได้แก่ 

ด้าน Motor Skills สมองส่วน Prefrontal area ที่มีหน้าที่สร้าง Working function และสมองส่วน Premotor area ทำหน้าที่วางแผนการเคลื่อนไหว เป็นส่วนที่ส่งผลต่อภาวะสมาธิสั้นโดยตรง ดังนั้นเมื่อแพทย์ให้ยาควบคู่ไปกับการส่งเสริมพัฒนาความสามารถในด้านต่าง ๆ ซ้ำ ๆ ให้เกิดเป็นทักษะจนถึงขีดความสามารถสูงสุดเกิดเป็นศักยภาพ เด็กจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแน่นอน ซึ่งกรอบอ้างอิงที่ใช้ ได้แก่ Sensory Integration และ Behavior Therapy โดยเน้นกิจกรรมการรักษาที่มุ่งเพิ่มทักษะความสามารถทางด้านการเคลื่อนไหว สมาธิ และความจำ 

อีกด้านที่ขาดไม่ได้คือ Process Skills จากการสังเกตเด็กสมาธิสั้นมักใช้การเรียนรู้จากการเห็นมากกว่าการฟัง ดังนั้นการส่งเสริมการเรียนรู้ควรเป็นกิจกรรมที่เน้นลงมือทำ และน้องฟังคำสั่งมากขึ้นเมื่อหยุดนิ่งได้ ปัจจุบันผู้ปกครองส่งเสริมให้น้องเข้ารับกิจกรรมบำบัดถึง 3 ชั่วโมงต่อวัน ส่งเสริมให้น้องมีช่วงสมาธิที่ยาวนานขึ้น เป็นการฝึกการควบคุมตนเอง รวมถึงการได้ฝึกทักษะการสื่อสารเป็นลำดับขั้น ๆ ไป 

ส่วนด้าน Social interaction Skills ปัจจุบันแม้น้องจะไม่ยอมสบตาพูดสื่อสาร แต่มีบางครั้งที่พยายามแสดงท่าทางบอกความต้องการของตนเองต่อผู้บำบัดว่าไม่อยากทำ และจากการสังเกตขณะให้ทำกิจกรรมและขณะผู้บำบัดสนทนากับผู้ปกครองน้องมีการพูดพึมพำเบา ๆ เอง พูดเป็นคำ ๆ ออกมาบ้าง เรื่องการแสดงออกถึงความสนใจ จากการสัมภาษณ์ผู้ปกครองน้องมีกิจกรรมที่สนใจหนึ่งอย่างคือการว่ายน้ำ เล่นน้ำกับกลุ่มเพื่อนที่เรียนธาราบำบัดด้วยกัน สามารถเข้ากลุ่ม เล่นสนุกสนาน อยู่กับกิจกรรมนั้นได้นาน และมีแรงจูงใจยากจะทำเอง ซึ่งกรอบอ้างอิงที่ใช้โดยรวมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้าน Cognitive และ Psychosocial คือ Psychosocial Rehabilitation และ Behavior Therapy มุ่งปรับพฤติกรรมและเพิ่มทักษะด้านความรู้ความเข้าใจและจิตสังคมด้วยกิจกรรมที่มีคุณค่ามีเป้าหมาย กิจกรรมบนโต๊ะที่ฝึกเรื่องสมาธิการรับรู้ความเข้าใจต่าง ๆ โดยใช้เทคนิค Task adaptation 

และส่วนที่ต้องดูควบคู่กันคือ บริบทแวดล้อมรอบตัวน้อง เมื่อดูบริบทที่บ้านผู้ปกครองและคนรอบข้างนอกพยายามปรับตัวเพื่อให้น้องมีการเรียนรู้ มีทักษะการสื่อสารการแสดงออกที่ดีขึ้น โดยการส่งเสริมให้น้องทำกิจกรรมต่าง ๆ บริบทที่โรงเรียน เรื่องการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียนเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจมีการประสานงานกันพูดคุยระหว่างครู ผู้ปกครองและนักกิจกรรมบำบัดในเรื่องเกี่ยวกับเด็กในองค์รวม แต่หากจะปรับเปลี่ยนบริบทจริงก็มีความเป็นไปได้นั่นคือส่งเสริมการเรียนที่บ้าน (Homeschool) แต่ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง และผลดีผลเสียที่จะเกิดกับน้องด้วย โดยเฉพาะเรื่องทักษะการเข้าสังคม การสื่อสาร ซึ่งกรอบอ้างอิงที่ใช้ก็คือ PEOP

ภารกิจพิชิต SCORE OT เคสที่คิดว่ายาก Complete!

ขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Ahmad Ghanizadeh. Sensory Processing Problems in Children with ADHD. Psychiatry Investigation. 2011 Jun; 8(2): 89–94
  • Carol Stock Kranowitz. Sensory Processing Disorder vs. Attention Deficit Disorder. [internet]. [cited 2014 Oct 24]. Available from: http://www.selectivemutism.org/resources/library/S...
  • Vicky Bloomfield. Self-management Intervention: Individual. Teaching Self-management to Children with ADHD: Improve Academic Success. Faculty of The Evergreen State College; 2010 Jun (Pt 3): 68-93
  • ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์, ณัทธร พิทยรัตน์เสถียร,ชัยชนะ นิ่มนวล. ประสิทธิภาพของกลุ่มบำบัดความคิดและพฤติกรรมระยะสั้นในเด็กสมาธิสั้น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2555;57(1): 19-28.
  • ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด. กิจกรรมสร้างสรรค์"บำบัด"เด็กสมาธิสั้น. [อินเทอร์เน็ต]. 2557 [เข้าถึงเมื่อ 13 ก.ย. 2557].เข้าถึงได้จาก: http://www.thaipost.net/x-cite-kidz/220314/87844
  • ศุภลักษณ์ เข็มทอง. ความสัมพันธ์ครอบครัว…Common Sense Psychology. [อินเทอร์เน็ต].2557 [เข้าถึงเมื่อ 13 ก.ย. 2557].เข้าถึงได้จาก: https://www.gotoknow.org/posts/564891
  • บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OT-Knowledge Management



    ความเห็น (2)

    เขียนเมื่อ 

    แวะมาให้ดอกไม้ค่ะ จะหาเวลามาอ่านให้จบเร็วๆนี้นะคะ

    เขียนเมื่อ 

    Thank you for sharing another analytical method. I think it is quite useful for teachers and students who try to write papers or to express themselves in words.

    For those (business) executives who look for big keywords and catchy pictures (graphics), you don't know what you miss ;-)