เรียนรู้ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม

มืด
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

                การมีส่วนร่วม ผมคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดในขณะนี้ แต่ในอนาคตไม่แน่...อาจจะมีการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้ก็ได้ แต่จะแก้ด้วยวิธีการใดก็ตาม ถ้าปัญหาลดน้อยลงหรือหมดไป นั้นก็เป็นวิธีการที่ดีแล้ว ในครั้งนี้ผมใช้วิธีการมีส่วนร่วมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ ให้เข้ามามีส่วนกำหนดรูปแบบการดูแลสุขภาพตนเอง เข้าทำนองที่ว่า คิดเอง ปฏิบัติเอง และรับผลลัพธ์นั้นเอง โดยมีกลุุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้แก่ผู้ป่วย และญาติ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักโภชนาการ เจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบคลินิกโรคเบาหวานประจำรพ.สต. 4 แห่งและ อสม.ด้วย ร่วมกันคิด ระดมสมอง สนุกสนานดี

            ผู้ป่วยโรคเบาหวานในพื้นที่อำเภอสุคิริน มีทั้งไทยพุทธ และพี่น้องไทยมุสลิม เป็นโรคเบาหวานเหมือนกัน แต่มีวิธีการดูแลตนเองต่างกันตามความเชื่อ และอัตลักษณ์ แต่เมื่อเข้าระบบการมีส่วนร่วมทุกคนก็กล้าคิดกล้านำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพตนเอง

   

              คิด..คิด..แล้วก็คิด  ความคิดหลากหลายพรั่งพรู มาก ผมจึงนำมาจัดหมวดหมู่ นำสิงที่ได้จากความคิดมาจัดลำดับความสำคัญ สุดท้ายได้ประเด็นเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การรับประทานยา และการจัดการอารมณ์ ประเด็นสำคัญเลย  4 ประเด็นนี้จะมีวิธีการอย่างไรที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ ถามผู้ป่วยว่ารู้ยัง ถ้ายังไม่รู้ก็ต้องหาผู้รู้มาบอกในแต่ละด้าน ถามว่าทำได้ใหมตอบว่าไม่แน่ใจ...เราก็สร้างวิธีการติดตาม ลงติดตาม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากปฏิบัติได้ดี ให้ผู้รับผิดชอบคลินิกประจำ รพ.สต.และอสม.ลงติดตามประเมิน แหม๋สนุกกันดี....เจ้าหน้าที่ได้เข้าใจสภาพปัญหาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทั้งทาง รพ. และรพ.สต. ด้วย จะได้ไม่ต้องบ่น ๆ งดหวานมันเค็มนะ ออกกำลังบ้างนะอีกต่อไป  สุดท้ายได้วิธีการดูแลตนเอง ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ แต่ความยังยืนจะเกิดขึ้นหรือเปล่าไม่แน่ใจ....แต่หลังจากนี้ ที่ลงประเมินเยี่ยมบ้านผู้ป่วยแล้วสังเกตเห็นบ้านอยู่สองหลังที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาให้เป็นบ้านต้นแบบผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในการดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งบ้านผู้ป่วยที่ว่ามีการปลูกสมุนไพร และศึกษาเรื่องสมุนไพรที่ใช้รักษาเบาหวานอย่างดี มีการจัดพื้นที่ออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ประยุกต์ใช้จากสิ่งของรอบตัว และอีกหลาย ๆ ปัจจัย เพียงแค่ขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ และการสนับสนุนอย่างจริงจัง เราเองก็ไม่มีอำนาจอะไรนะ เป็นแค่เจ้าพนักงานเภสัชที่อยากเห็นการจัดการระบบสุขภาพที่ลงดูรากเหง้าแห่งปัญหาและลงมือแก้อย่างเป็นระบบ และจริงจังเท่านั้น เอาเท่าที่ได้...นะ

อยากรู้จักกัน ต้องการแก้ปัญหาร่วมกัน ก็ต้องกินอยู่หลับนอนให้เหมือนกับเป็นญาติพี่น้องเขา เราก็จะรู้ปัญหาที่แท้จริง ดีกว่านั่งรอให้เขามาเล่า มาบอก ถ้าเป็นอย่างนี้ อีกนาน กว่าจะสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนได้ คนที่อยู่ชุมชนไม่ได้ลงชุมชน ลงชุมชนก็ถามตามกระดาษที่ถือมา นักเรียนกลัวครู คนไข้กลัวหมอเหมือนกัน เขาไม่บอกความจริงกันง่าย ๆ หรอกนะ...จบข่าว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เงามืด



ความเห็น (0)