"โคลงเคลง" ไม้ผลชายทุ่ง  ที่มีดอกสีชมพูม่วงสวยงาม  พบเห็นทั่วไปตามป่าพรุ ป่าริมน้ำ สวนผลไม้ ป่ายางพารา เป็นผลไม้ที่มีรสหวานมีสีดำ และเมื่อรับประทานจะทำให้ปาก ลิ้นและฟันมีสีดำ เป็นอาหารของคนและนกจึงเป็นไม้ป่าที่ควรคู่เคียงป่าภาคใต้

ในอดีต.... โคลงเคลง จะเป็นผลไม้ของเด็กๆ ที่วื่งเลิ่นในสวน หรือ ป่ารอบๆๆบ้าน หรือเมื่อละเล่นซ่อนหากันกับเพื่อนๆ ใครที่เก็บโคลงเลงมากินเล่น  จะฟ้องด้วยปากและฟันจะมีสีดำ  

ปัจจุบันพบเห็นบ้าง ในป่าชายทุ่งภาคใต้ แต่จะเป็นอาหารของนกมากกว่าเด็กๆ  เพราะเด็กในยุคนี้ ไม่มีโอกาส ได้ละเล่นร่วมกับเพื่อนๆ และมีขนมนมเนยทดแทนผลไม้ที่หาได้จากธรรมชาติ  จึงไม่เห็นคุณค่า ของโคลงเคลง ไม้ผลชายทุ่งนี้เลย ดังนี้ จึงขอเชิญมาช่วยกันอนุรักษ์ เพื่อจะได้เป็นอาหารของสรรพสิ่งในธรรมชาติ และอยู่เคียงคู่ชายทุ่งต่อไป


โคลงเคลง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Melastoma malabathricum L. subsp. malabathricum

วงศ์ : Melastomataceae

ชื่อสามัญ : Malabar melastome, melastoma, Indian-rhododendron

ชื่ออื่น : กะดูดุ (มลายู-ปัตตานี); กาดูโด๊ะ (มลายู-สตูล, ปัตตานี); โคลงเคลง, โคลงเคลงขี้นก, โคลงเคลงขี้หมา (ตราด); ซิซะโพ๊ะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); 


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 1-2 เมตร เป็นไม้ดอกล้มลุกประเภทใบเลี้ยงคู่ลำต้นแตกเป็นกอ ยอดอ่อน กิ่งเป็นสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลแดง มีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อนปกคลุมทุกส่วน แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกนอกลำต้นบางเรียบสีน้ำตาลแดง เปลือกในสีขาว

 ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นคู่ตรงกันข้าม เรียงแบบสลับน้อย เส้นใบ 3-9 ออกจากจุดเดียวกันตรงฐานใบ แล้วเบนเข้าหาปลายใบ เส้นใบย่อยเรียงแบบ ขั้นบันได ไม่มีหู แผ่นใบค่อนข้างแข็ง ผิวใบมีเกล็ดเล็กแหลม

ดอก เป็นช่อ สมบูรณ์เพศ มีสมมาตรตามรัศมี กลีบเลี้ยง 3-6 (ส่วนใหญ่ 5) กลีบดอก 5 เรียงเกยซ้อนกันในดอกอ่อน เกสรเพศผู้(ก้านชูอับละอองเรณู)มีประมาณ 10 เกสรเรียงเป็น 2 วงและมีระยางค์ รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ


ผล เมื่อแก่เปลือกจะแห้ง และแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก หรือผลมีเนื้อนุ่ม หลายเมล็ด มีรสหวานหอม

ประโยชน์ :

ด้านสมุนไพร เป็นยาพื้นบ้าน รากใช้เป็นยาแก้ร้อนในกระหายน้ำใช้เป็นยาดับพิษไข้ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร บำรุงร่างกาย บำรุงตับไตและดีส่วนดอก เป็นยาระงับประสาท และห้ามเลือดในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร

ด้านเป็นไม้ประดับ เป็นไม้พุ่มที่ปลูกเพื่อการตบแต่งสวนหย่อมได้ มีใบที่เขียวสวย โดยเฉพาะดอกสีม่วงสดใสมาก มีขนาดกว้าง 5 ซม. และต้นแตกกอเพิ่มปริมาณต้นมากขึ้น ๆ และออกดอกตลอดปี ปลูกครั้งเดียวมีอายุให้ดอกได้นานหลายปี


รองศาสตราจารย์มุกดา สุขสวัสดิ์

ผู้เรียบเรียง

๒๓ กันยายน ๒๕๕๗