ผมบอก..วัฎจักรการศึกษา หากยังซ้ำซากเช่นนี้ ก็เป็นเช่นนี้ ส่วนภาษาอังกฤษ อบรมกันมาหลายครั้งแล้ว ครู..ที่ไม่ใช่วิชาเอก ถ้าใจไม่รัก ไม่ขยับ ไม่ขยัน ก็จบ ในโรงเรียนเล็กๆอย่างเราก็คงต้องช่วยเหลือกันไป..มุ่งมั่นพยายามและทำให้ดีที่สุด

คนในบ้าน เริ่มออกปากเตือนเรื่องสุขภาพของผม ด้วยความเป็นห่วง ผมก็ได้แต่ยิ้ม และบอกเธอว่า ยังพอทนได้และบอกเธอด้วยว่า อยากได้คุณภาพ ต้องลงทุน ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงงบประมาณ หรือวัสดุอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว ต้องหมายถึงการลงแรงด้วย

เริ่มงานตั้งแต่ยังไม่เข้าแถวเคารพธงชาติ..เรียกป.๓ มาอ่านให้ฟังเป็นรายบุคคล เรียก ป.๖ มาพูดปากเปล่า เล่าประสบการณ์ตามที่ได้ซักซ้อมกันไว้ จากนั้นก็ดูตารางสอนวังไกลกังวล มีชั้นไหนบ้างที่ช่วงเช้าเรียนวิชาภาษาไทย

พอนักเรียนเข้าห้อง..ผมบอกครูที่สอนชั้น ป.๑ - ๒ ให้แยกป.๑ มาให้ผมที่ห้องพักครู แล้วผมก็ให้ป.๑ เรียนรู้ไปกับครูตู้ วันนี้ครูเขาสอนทบทวนพยัญชนะ สระและวรรณยุกต์โท..ผมไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการศึกษาการเรียนรู้ของนักเรียน สังเกตความสนใจและดูพัฒนาการ ตลอดจนหาช่องทางเสริมต่อฯ ให้นักเรียนสนใจเรียน เก็บข้อมูลไว้นิเทศครูประจำชั้นต่อไป

มีเพื่อนผู้บริหารมาเยี่ยมเยือนและนำเอกสารฯที่หยิบยืมไปมาคืน มีโอกาสได้คุยกันครึ่งชั่วโมง เพื่อนปรารภว่า การศึกษา ณ วันนี้ ตกต่ำลงทุกวัน ครูอบรมกันไม่ได้หยุด นักเรียนก็พูดสื่อความไม่เป็น ภาษาอังกฤษก็อ่อน..ถามความเห็นผม ว่ารู้สึกอย่างไร

ผมบอก..วัฎจักรการศึกษา หากยังซ้ำซากเช่นนี้ ก็เป็นเช่นนี้ ส่วนภาษาอังกฤษ อบรมกันมาหลายครั้งแล้ว ครู..ที่ไม่ใช่วิชาเอก ถ้าใจไม่รัก ไม่ขยับ ไม่ขยัน ก็จบ ในโรงเรียนเล็กๆอย่างเราก็คงต้องช่วยเหลือกันไป..มุ่งมั่นพยายามและทำให้ดีที่สุด

เพื่อนถามว่า..วันนี้ทำไมไม่ส่งครูไปอบรมการวิจัยในชั้นเรียน ผมบอกว่า..ครูทุกคน จบป.ตรี ทุกคน บางคน ป.โท และก็มีครู คศ.๓ ที่ผ่านการทำผลงานมาแล้ว วิจัย..ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากครูใส่ใจก็จะได้ผลและนำไปสู่ โครงงานนักเรียน..ปัญหามันอยู่ที่ภาระงาน และการนิเทศภายในของผู้บริหารยังทำไม่ได้ตลอดแนว เราต้องบริหารจัดการองค์ความรู้ของครูในโรงเรียนให้เข้มแข็งกว่านี้ก่อน.. มิฉะนั้น จะเสียเวลาเปล่าและน่าเจ็บปวดมาก ที่ครูทิ้งเด็กไปอบรมฯ กลับมาก็สอนแบบเดิม ไม่ทำแม้แต่วิจัยหน้าเดียวด้วยซ้ำ...

สิบโมงครึ่ง..นำนักเรียนป.๖ ไปที่แปลงนาตั้งใจจะสอนการคิดวิเคราะห์..โดยเริ่มที่การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์แปลงนาข้าว ซึ่ง ณ วันนี้ น้ำหลากมา แปลงนาไม่เหมือนเดิมแล้ว ให้นักเรียนจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงที่พบเห็น... แล้วรายงาน

ตอนเที่ยง..ควบคุมนักเรียนอ่านข่าวเสียงตามสาย ตามด้วยฝึกทักษะการอ่านบทร้อยกรอง ทำนองเพลงฉ่อย เนื้อหาเกี่ยวกับการระวังป้องกันโรคไข้เลือดออก ใส่จังหวะกลองประกอบการอ่าน นักเรียนทำได้ดีมาก คิดว่าถ้ามีท่าทางด้วย ก็น่าจะดียิ่งขึ้น..

ช่วงบ่าย..อยากช่วยครูสอน แต่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก งานธุรการโรงเรียน ที่เขตส่งมาในระบบ E-Office ปริ้นเรื่อง ลงรับ แล้วแจ้งให้ครูทราบ พยายามทำงานให้เพลิดเพลิน เห็นงานเรียบร้อย คืบหน้า เป็นปัจจุบัน จะรู้สึกมีความสุขมาก

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า...งานทุกงานของ สพฐ.ลงมาที่เขต งานทุกงานบนเขต ลงมาที่โรงเรียน ซึ่งที่โรงเรียนเล็กๆก็มีครูไม่กี่คนหรอกครับ ที่รับภาระซ้ำๆ ต้องทนนั่งทำ..และสอนหนังสือด้วย ชั่วนาตาปีเป็นเช่นนี้ พอดีเพื่อนกลับไปแล้ว ไม่เช่นนั้น จะบอกเพื่อนว่า ผลการจัดการศึกษา (สพฐ.) อีก ๒๐ ปี ก็ไม่ดีไปกว่านี้...ผมไม่ได้ลบหลู่..ไม่เชื่อไม่เป็นไร...


                                       ชยันต์ เพชรศรีจันท์

                                       ๙ กันยายน ๒๕๕๗




ขอบคุณเพลง  ต้องมีสักวัน  ประกอบบันทึกนี้ จาก YouTube