ในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 2 ที่ สคส.จัดเมื่อปีที่แล้ว ผมคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้ไปร่วมงานในครั้งนั้น แล้วจู่ ๆ สคส.ก็เชิญให้ไปร่วมในฐานะแขกพิเศษ ผมยังจำตอนที่ได้รับหนังสือเชิญครั้งนั้นได้ดีว่าตัวเองดีใจและเกิดปิติเพียงใด เมื่อไปร่วมงานแบบไม่รู้จักใครเลยมาก่อน ก็เกินความคาดหวังเป็นอย่างมาก กลับมาก็ได้เขียน AAR เป็นตอน ๆ ไว้หลายประเด็น

     แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่ผมบอกไว้ว่ายังไม่ได้ตามคาดคือ ไม่พบเห็นเครือข่าย อสม.หรือนักพัฒนาสุขภาพชุมชนในงานครั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่คนกลุ่มนี้มีความรู้จากการปฏิบัติ (Tacit Knowledge) และยังฝังลึกอยู่ในตัวตนของ อสม.เองเยอะมาก น่าเสียดายหากไม่ได้นำมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อหมุนวนและนำไปปรับใช้กันต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นความรู้ เทคนิค หรือทักษะชีวิต ในการดำเนิน งานเพื่อพัฒนาสุขภาพดี ๆ เหล่านี้น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำสังคมไปสู่สุขภาวะได้ โดยเฉพาะหากได้ใช้แนวทางการจัดการความรู้ ซึ่งผมเชื่อมากว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้เกิดการยอมรับในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ได้อย่างกว้างขวางอย่างที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี กล่าวปาฐกถาไว้ตอนเปิดงานในคราวนั้น

     จาก AAR ที่ผมได้เขียนและตีพิมพ์ไว้ที่ GotoKnow.org จังหวัดพัทลุงก็ได้รับโอกาสและทุนการดำเนินงานส่วนหนึ่ง จาก สคส.และจาก สสจ.พัทลุง จัดเวที อสม.ติดดาว ขึ้นที่เขาชันรีสอร์ท เมื่อวันที่ 19 – 20 พฤษภาคม 2549 ซึ่งอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช และคุณหญิง หรือคุณนภินทร ศิริไทย ได้มาช่วยเป็นพี่เลี้ยง

     ครั้งนั้นเราเริ่มก่อร่างสร้างตัวเป็นชุมชุนนักปฏิบัติ (CoP: Community of Practice) อสม.ที่ชัดเจนขึ้น เป็นเครือข่าย อสม.นักปฏิบัติพัฒนาสุขภาพชุมชน หรือ KVC(oP) เทคนิควิธีการที่เป็นการจัดการความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ครั้งนั้นทางเครือข่ายฯ ได้นำมาใช้โดยเนียนเข้าไปในเนื้องานตามแผนงาน/โครงการเดิมที่เดินเรื่องอยู่ก่อนแล้ว เช่น การพบปะกันของเครือข่ายในแต่ละเดือน หรือการออกทำประชาคมสุขภาพของสมัชชาสุขภาพจังหวัดพัทลุงในปีงบประมาณ 2549 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน