คุณพ่อของครูอ้อยเป็นข้าราชการบำนาญทหารอากาศ  ท่านเป็นผู้สูงอายุที่แข็งแรง  ออกกำลังกายแบบแอโรบิคได้สบายวันละ 1 ชั่วโมง

คุณพ่อมีร่างกายแข็งแรงแล้วยังมีจิตใจร่าเริงแจ่มใสด้วย

คุณพ่อไปหาหมอที่นัดตรวจร่างกายเป็นประจำ  ไม่เคยพลาดและกินยาตามหมอสั่ง ไม่เป็นโรคน่ากลัว  พ่อเป็นโรคกระดูกเท่านั้นเอง  นอกนั้น  หัวใจ  เบาหวาน  ไม่เป็นเลย

บ้านของคุณพ่ออยู่อำเภอลำลูกกา  จังหวัดปทุมธานี  คุณแม่ก็เป็นน้องคุณพ่อ 5 ปี  ยังปิ๊ง  ปีนต้นไม้ได้  แต่ลูกเขย  คือพ่อบ้านของครูอ้อยห้ามไว้

ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นที่พึ่งพิงของลูกหลานทุกคน  นอกจากจะเป็นต้นไม้ให้ลูกหลานแล้ว  คุณพ่อยังมีน้องๆที่ต้องดูแลด้วยคุณพ่อเป็นพี่คนโตเปรียบเสมือนเป็นพ่อก็ว่าได้

เกือบทุกวันคุณพ่อจะโทรศัพท์มาหาครูอ้อยเพื่อ...เล่าเรื่อง  หรือเชียร์เรื่องการเรียนของครูอ้อย

อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับลูกๆทุกคน  คุณพ่อจะเฝ้าติดตามทางโทรทัศน์บ้าง  วิทยุบ้าง  เพื่อติดตามและนำมาเล่าให้ลูกๆฟัง

เมื่อคืนนี้  คุณพ่อก็โทรศัพท์มาหาครูอ้อย  ประมาณ 3 ทุ่ม  ด้วยเสียงกระหืดกระหอบว่า   " หลาน จะซื้อบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลก "  คุณพ่อพูดแบบล้อเลียน

" ที่ไหนล่ะคุณพ่อ  แพงไหมคะ "  ครูอ้อยพอจะรู้ว่าคุณพ่อล้อเล่น

" อ้าวไม่ถามหรือ  ราคาผ่อนเท่าไร "  คุณพ่อกระเซ้า  ครูอ้อยก็เลยถามแบบไม่ขัดใจ  " เท่าไรคะ  ผ่อนส่งเดือนละเท่าไร "

คุณพ่อคงอยากจะอวดว่า  ลูกสาวครูอ้อยคนที่สอง  จะซื้อบ้านเพื่อหวังการเก็งกำไร  และหัดจะเป็นเสือนอนกิน  ที่จะมีห้องให้เช่าไว้เป็นรายได้นั่นเอง

ครูอ้อยจึงถามว่า  " เดือนละ 1,800 บาทเองหรือคะคุณพ่อ "

บ้านที่ใหญ่ที่สุดในโลกของคุณพ่อ คือ  บ้านแฟลตเอื้ออาทร  จองเอาไว้  คนละ 1 ห้อง  น้องสาวและลูกสาวของครูอ้อยคนละ 1 ห้อง  ทำเรื่องจองบ้านแล้ว

ครูอ้อยก็เลยคุยเกทับคุณพ่อไปว่า  " ของอ้อยไม่เห็นต้องซื้อเลย  อยู่ฟรีจนอายุ 60 ปี  บ้านหลังใหญ่  มีตั้ง 50 ห้อง  แต่เขาอนุญาตให้อ้อยอยู่แค่ 1 ห้องเท่านั้น ค่ะ"

อิอิ  บ้านของครูอ้อยหลังใหญ่มาก  ไม่เชื่อ มาดูสิคะ